ตอนที่ 2 ย้อนรอยข่าวท่อก๊าซไทย-มาเลย์ เมื่อปัญหาท่อก๊าซ ไม่ใช่แค่ลานหอยเสียบ

ภาพที่ 1 สารเบนโทไนท์ที่ยังหลงเหลือเป็นหลักฐานหน้าบ้านผู้เสียหายใน อ.นาหม่อม

1.
ทีมข่าวประชาไท เดินทางออกจากหาดใหญ่ ไปตามถนนทางหลวงหมายเลข 43 หาดใหญ่-ปัตตานี เพียงไม่นาน...เราได้ผ่านจุดโครงการขุดเจาะวางท่อส่งก๊าซไทย-มาเลเซีย ตั้งแต่พื้นที่บ้านแม่เปี๊ยะ ม.3 ต.คลองหรั่ง อ.นาหม่อม จ.สงขลา

ทุกคนจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างรถ... มองเห็นเจ้าหน้าที่คนงาน ของ บริษัท นาแคป เอเชีย แปซิฟิก(ประเทศไทย) จำกัด กำลังเร่งขุดเจาะวางท่อก๊าซกันตามริมถนนกันไปตลอดสาย บางจุด กำลังใช้เครื่องจักรกลขนาดใหญ่ พร้อมเครื่องขุดเจาะหน้าดินจนกลายเป็นโพรงลึกทอดยาวเลียบทางหลวง บางจุด กำลังขนดินกลบท่อที่วางเสร็จแล้ว

"เชื่อไหม...ผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา อาจมองเห็นและคงเข้าใจว่า เป็นการวางท่อส่งน้ำธรรมดา แต่หารู้ไม่ว่า...นี่คือท่อส่งก๊าซขนาดยักษ์ ที่อาจเกิดปัญหาใหญ่ในอนาคต..." คนนำทางเอ่ยออกมาในห้วงยามนั้น

และเมื่อเรามาถึงจุดหมาย...บ้านเก่า ม.7 ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา ทันทีที่เราลงจากรถ
จึงเริ่มเห็นปัญหาความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า เมื่อเจ้าของบ้านได้พาเราเดินไปดูน้ำในบ่อที่เก่าแก่ ซึ่งก่อนนั้น ได้เคยใช้อุปโภคบริโภคมาเนิ่นนานแล้ว

"หลังจากที่บริษัทฯ เข้ามาทำการขุดเจาะวางท่อก๊าซตรงหน้าบ้าน หลังจากนั้นไม่นาน น้ำในบ่อมีสารคล้ายดินขาวขุ่นข้นแต่มันวาวผิดปรกติ จนชาวบ้านแถวนี้ไม่มีใครกล้าดื่มใช้ เพราะกลัวอันตรายที่เกิดขึ้น" สุวรรณ เจ้าของบ้านบอกกับเรา

ปัญหากรณีนี้ ทางกลุ่มชาวบ้านตำบลนาหม่อม ที่ได้รับผลกระทบ ได้เข้าร้องเรียนกับทางบริษัทดังกล่าวแล้ว ว่าการขุดเจาะวางท่อก๊าซฯ ได้เกิดผลกระทบต่อชาวบ้าน และให้ทางบริษัทรับผิดชอบโดยด่วน

ทางบริษัท นาแคป เอเชีย แปซิฟิก(ไทยแลนด์) จำกัด ผู้รับเหมาวางท่อก๊าซ ได้เข้ามาแก้ไขโดยใช้รถขนน้ำ มาเทใส่ถังน้ำมันที่เตรียมจัดไว้ให้ชาวบ้านในแต่ละครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งชาวบ้านต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้มองว่าอาจเป็นปัญหาระยะยาวในอนาคต

ทีมข่าว ประชาไท ได้ตรวจสอบข้อมูลของสารดังกล่าว พบว่า ดินขาวที่เราเห็นก็คือคือเบนโทไนท์ ซึ่งบริษัทฯ ใช้ในการขุดเจาะเพื่อให้ผนังดินที่เจาะเข้าไปเป็นช่องแข็งตัวพอให้วางท่อเข้าไปได้

ตามข้อมูลที่ปรากฏในอินเตอร์เน็ต "เบนโทไนท์" เป็นสารผสมประกอบด้วยแร่ดินเหนียวชนิด montmorillonite เป็นหลัก และส่วนของวัสดุอื่น ๆ เช่น แร่เฟลด์สปาร์ ยิปซั่ม แคลเซียมคาร์บอเนต ควอตซ์ (แร่หินเขี้ยวหนุมาน) และอื่น ๆ

ประโยชน์ของเบนโทไนท์ ใช้ผสมกับดินหรือคอนกรีตในการสร้างเขื่อนหรือคลอง เพื่อป้องกันการรั่วซึม หรือใช้ผสมกับน้ำเพื่อช่วยหล่อเลี้ยงหัวเจาะ ป้องกันการพังของบ่อ และพยุงสารตัวอย่าง พวกเศษดินหรือหิน ในการเจาะบ่อน้ำบาดาล หรือเจาะบ่อน้ำมัน

"ตัวแทนบริษัทฯ มาบอกว่า ไม่มีอันตราย กินได้ใช้ได้ ไม่มีปัญหา แต่พอเราเทน้ำใส่แก้ว แล้วท้าให้เขาดื่มน้ำให้ดูต่อหน้า เขากลับไม่กล้า..." ชาวบ้านอีกคนหนึ่ง เอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกขัดเคือง...

และเมื่อเราเดินทางมาเยี่ยมเยือนบ้านอีกหลังหนึ่ง กลับพบว่า ปัญหาสารเบนโทไนท์ ไหลล้นลงไปในบ่อเลี้ยงปลา ทุ่งนา และสวนไม้ผลของชาวบ้าน จนทำให้ปลาตายหมดบ่อ

"ที่เห็นในคลองหน้าบ้านนั่นก็ใช่" ชาวบ้านคนหนึ่งพาเราเดินลัดเลาะเข้าไปใกล้ไซด์งานริมคลองสาธารณะที่คนงานกำลังง่วนกับต่อท่อเพื่อดูดสารเบนโทไนท์ออกจากบ่อเจาะ

แต่ดูเหมือนว่า ความพยายามดังกล่าวจะไร้ผล แม้ว่า จะนำกระสอบทรายมากั้นปากบ่อ แต่เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักก่อนหน้านี้ ทำให้สารเบนโทไนท์ขาวขุ่นจำนวนมากไหลลงไปในคลองสาธารณะจนมองหาน้ำใสไม่พบ

"บริษัทฯ ใช้วิธีกั้นคลองแล้วต่อท่อดึงน้ำจากฝั่งหนึ่งข้ามไปอีกฝั่งหนึ่ง แต่น้ำคลองมันเยอะก็เลยล้นอย่างที่เห็น" เรายกกล้องขึ้นถ่ายภาพขณะที่คนงานที่อยู่ใกล้เราที่สุด ยืนมองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

พอถ่ายภาพเสร็จ เราก็รีบเดินออกจากจุดนั้นทันที แต่เป็นที่น่าเสียดายที่รูปดังกล่าวเสียเนื่องจากความชื้นจากน้ำฝน ทำให้ไม่มีประจักษ์พยานฟ้องความสะเพร่าของผู้ดำเนินโครงการฯ

2.
ปัญหาหนึ่งที่ชาวบ้านกำลังได้รับผลกระทบโดยตรง คือ ปัญหาบ้านร้าว ซึ่งเป็นผลจากการทำการขุดเจาะวางท่อก๊าซฯ ห่างจากบ้านเรือนไม่กี่สิบเมตร ในเขตกรมทางหลวงตามแนวถนนในเขต ต.คลองหรั่ง และ ต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา

เมื่อเราเข้าไปดูภายในอาคารบ้านเรือนของชาวบ้านดังกล่าว จึงพบว่า ภายในอาคารได้เกิดรอยแตกรอยร้าว ตามฝาผนัง แม้กระทั่งพื้นปูนซีเมนต์ จนทำให้ชาวบ้านในย่านนี้เกิดความหวาดวิตก หวาดกลัวว่า หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไข ฝาผนัง บ้านเรือนอาจล่มล้มทับจนเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

นายวิรุณ คงปาล สมาชิก อบต.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา ในฐานะกรรมการกำกับและติดตามการทำงานตามแผนปฏิบัติการสิ่งแวดล้อม โครงการท่อส่งก๊าซ และโรงแยกก๊าซไทย-มาเลเซีย(กรรมการไตรภาคีฯ) ได้เปิดเผยกับ "ประชาไท" ว่าระหว่างการขุดเจาะพื้นดินเพื่อทำการวางท่อส่งก๊าซไทย-มาเลเซีย ลอดผ่านถนนทางเข้าบ้านแม่เปี๊ยะ ม.3 ต.คลองหรั่ง อ.นาหม่อม เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา มีบ้านของชาวบ้านได้แตกร้าวเพิ่มขึ้นมาอีก 4 หลังคาเรือน

"ผมได้นำปัญหานี้ เข้าประชุมคณะกรรมการไตรภาคีฯ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ปัญหา เพื่อให้บริษัท นาแคป เอเชีย แปซิฟิก จำกัด ผู้รับเหมาวางท่อก๊าซฯ มารับผิดชอบและแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งทางบริษัทได้รับปากว่าจะชดเชยค่าเสียหายให้ แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น" นายวิรุณ กล่าว

นี่เป็นอีกกรณีหนี่ง...ของปัญหาท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย ที่กำลังขยายพื้นที่แห่งความขัดแย้งไปทั่วพื้นที่จังหวัดสงขลา และกำลังลุกลามกลายเป็นสงครามการแย่งชิงทรัพยากร ระหว่างรัฐกับชาวบ้าน.

องอาจ เดชา
ประชาไทสัญจรรายงาน

ภาพที่ 3 เจ้าหน้าที่บริษัทนา

ภาพที่ 3 เจ้าหน้าที่บริษัทนาแคป เอเชียแปซิฟิค(ประเทศไทย) กำลังสาละวนดูดสานเบนโทไนท์ที่ไหลลงแหล่งน้ำสาธารณะ

จะไปสัญจรกันอีกเมื่อไรคะ ไป

จะไปสัญจรกันอีกเมื่อไรคะ ไปด้วยได้ไหม หนูเรียนอยู่มหาวิทยาลัยแถบภาคใต้พอดี เคยศึกษาเรื่องท่อแก็สอยู่บ้างตอนปี 1 น่ะค่ะ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีโอกาสได้ตามข่าวสักเท่าไร รู้เพียงแต่ข่าวความขัดแย้งของคนในลานหอยเสียบบ้างเท่านั้น เวลาผ่านมาก็นานแล้ว เลยอยากจะอัพเดทข่าว และสัมผัสกับเหตุการณ์สถานที่จริงบ้างน่ะค่ะ แล้วถ้าได้ข้อมูลที่น่าสนใจพอก็อาจนำมาเป็นไอเดียเขียนคอลัมน์ที่หนูรับผิดชอบไว้ (หมกมานาน )



ขอมันดื้อๆตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ แต่ถ้าไม่สะดวกยังไงก็ไม่รบกวนค่ะ

คุณพระคุ้มครองนะคะพี่ๆทีมงาน