ไทย ชู ตั้งคลังยาต้านไข้หวัดนกเอเชีย

 

 

 ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

 

 

ประชาไท—11 ส.ค. 48      รมว.กระทรวงสาธารณสุข เสนอตั้งธนาคารยาต้านระบาดไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย  ในการประชุมสุขภาพระดับโลกที่ไทยเป็นเจ้าภาพวันนี้  พร้อมส่งต่อให้ WHO รับหน้าที่ดูแล  แจงเรื่องนี้ใหญ่ต้องร่วมมือกันทั้งโลก

 

 

 

 

 

วันสุดท้ายของการประชุมการส่งเสริมสุขภาพโลก  ครั้งที่ 6 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพตั้งแต่วันที่ 7ส.ค. ที่ผ่านมา    อาคารสหประชาชาติ  กรุงเทพฯ โดยวันนี้มีข้อสรุปหลังการประชุม  ในหัวข้อ  "ความร่วมมือด้านสาธารณสุขในภูมิภาค  เพื่อการควบคุมโรคไข้หวัดนก  และการเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่" (The  Consultative  Meeting  on  "Region  Collaborative  on  Public  Health  response  to  Auian  Influenza   and  Influenza  Pandemic  Preparedness) 

 

 

 

 

 

ในการประชุมดังกล่าว  ศ.นพ. สุชัย  เจริญรัตนกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  เป็นประธานโดยมีรัฐมนตรีสาธารสุขและผู้บริหารระดับสูงของประเทศต่างๆ ที่กำลังเผชิญหรือเกี่ยวข้องกับปัญหาโรคไข้หวัดนกหรือไข้หวัดใหญ่  จำนวน 11 ประเทศ  ได้แก่ บรูไน  กัมพูชา  ฟิลิปปินส์  จีน  พม่า  มาเลเซีย  เวียดนาม  ญี่ปุ่น  ภูฏาน  ลาว และไทย

 

 

 

 

 

ทั้งนี้  องค์การอนามัยโลก (WHO) และประเทศต่างๆ วิตกกังวลว่า เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่นี้จะมีการกลายพันธุ์  และสามารถติดต่อระหว่างคนต่อคนได้  ซึ่งจะทำให้มีการระบาดแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว  จนอาจกระทบไปทั่วโลก  ซึ่งในอดีตมีการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่มาแล้วหลายครั้ง  โดยแต่ละครั้งมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน

 

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม  ศ.นพ.สุชัย  กล่าวว่า "วันนี้ไทยเชิญประเทศในภูมิภาคร่วมกับองค์การอนามัยโลก  มาร่วมกันกำหนดนโยบายต่อสู้กับความเสี่ยงอันตรายจากไข้หวัดนกและไข้หวัดใหญ่ในภูมิภาค  โดยประเทศไทยเสนอ 3 ประเด็นหลัก  ได้แก่ การแลกเปลี่ยนฐานข้อมูล   การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี   และการจัดตั้งธนาคารสะสมยาต้านไวรัสสำรองยาต้านไวรัสโอเซล  ทามิเวียร์ เพื่อจัดส่งสู่ประเทศที่มีการระบาดอย่างรวดเร็ว  ภายใน 24 ชั่วโมง" 

 

 

 

 

 

ขณะเดียวกัน  ศ.นพ.สุชัย  เปิดเผยว่า  เชื้อไวรัสไม่ใช่กลัวยา  แต่กลัวเครือข่ายที่เข้มแข็ง ซึ่งข้อสรุปหลังการประชุมวันนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุขประเทศต่างๆ รวมทั้ง WHOและ CDC เห็นชอบและสนับสนุนนโยบายทั้ง 3 ประการ  โดยตกลงในขั้นต่อไปว่าจะให้ WHO สานต่อในเรื่องการกำหนดกรอบทิศทางและรายละเอียด

 

 

 

 

 

"หลักการคือต้องมาช่วยกัน เพราะไม่ใช่ปัญหาของประเทศเดียว  แต่ตอนนี้รายละเอียดยังไม่ครบ  แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี  ทั้งนี้เชื่อว่าในแถบเอเชียเป็นจุดแหล่งแพร่เชื้อพันธุ์ใหม่  จุดเริ่มต้นการต่อสู้ก็ต้องเอาอาวุธมาไว้ใกล้ๆ โดยใช้ยาต้านได้อย่างทันท่วงที  เพราะถ้าไม่ต้านจุดเล็กๆ ไข้หวัดใหญ่ก็จะสามารถแพร่ระบาดไปทั่วโลกโดยใช้เวลาเพียง 2-3 เดือน" รมว.กระทรวงสาธารณสุข กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

 

ด้าน  นพ.สมชาย  พีระปกรณ์  เจ้าหน้าที่ชำนาญการ  องค์การอนามัยโลก  ประจำประเทศไทย  กล่าวเพิ่มเติมว่า  ยังมีรายละเอียดอีกเยอะซึ่งวันนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน  เช่นการตั้งคลังยานี้จะนำไปใช้ที่ไหน  ขนส่งอย่างไร ใครจะเป็นผู้จ่ายเงิน  จำเป็นต้องมีกติการ่วมกัน

 

 

 

 

 

ทั้งนี้  นพ.สมชาย  กล่าวอีกว่า  "ไทยไม่ได้เสนอตัวเป็นคลังยาต้านเชื้อไวรัส  แต่ไทยเป็นผู้ริเริ่มก็คงพร้อมจะทำต่อ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยด้านรายละเอียด  โดยวันนี้มุ่งใช้ยาเพื่อการป้องกันเพราะจะสามารถหยุดยั้งการระบาดใหญ่ได้  และธนาคารคลังยาก็ไม่จำเป็นต้องมีแห่งเดียว "

 

 

 

 

 

อย่างไรก็ดี  นพ.ไทยในองค์การอนามัยโลก  กล่าวว่า  ไทยเสนอลงขันประเทศละ  5% โดยให้ WHO ไปจัดการต่อไป  ซึ่งศ.นพ.สุชัย  บอกว่าตั้งที่ไหนไม่สำคัญ  แต่ที่สำคัญคือต้องคำนึงถึงภายใน 24 ชั่วโมง 

 

 

 

 

 

ขณะที่  ปัจจุบันมีการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในสัตว์ปีกหรือหรือไข้หวัดนกในหลายประเทศแถบทวีปเอเชีย  โดยตั้งแต่ปลายปี 2546  จนถึงวันที่ 8 ส.ค. 2548  มีรายงานการป่วยในคน 4 ประเทศ  ได้แก่  เวียดนาม  ไทย  กัมพูชา  และอินโดนีเซีย  โดยมีผู้ป่วยรวม 112 ราย  เสียชีวิต 57 ราย  โดยมีผู้ป่วยในประเทศไทยในปี 2547  จำนวน 17 ราย  เสียชีวิต 12 ราย  ซึ่งในปีนี้ยังไม่พบผู้ป่วยในประเทศไทย

 

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์