เบื้องลึกจากเคนยา สัตว์ทุ่งสะวันนาสู่ล้านนา

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

แฉเคนยาป่วน!!! ยื่นประชุมด่วนคณะรัฐมนตรี ถกผู้นำเคนยาตัดสินใจพลการ ส่งสัตว์ป่าข้ามฟ้าแอฟริกาไปเอเชีย ชี้เป็นความน่าละอายใช้สัตว์เพื่อบูมการท่องเที่ยวบ้านเกิดผู้นำไทย ผู้นำชนเผ่ามาไซลั่น "แล้วจะได้เห็นดีกัน" ขณะที่ฝ่ายไทยยิ้มรื่นเดินหน้าเปิดตัว "เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี" แล้ว

 

ผลของการที่บรรณาธิการหนังสือพิมพ์พลเมืองเหนือได้เข้าร่วมโปรแกรม International Visitor Leadership ด้าน Print Journalism ที่สำนักกิจการการศึกษาและวัฒนธรรม กระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐอเมริกันจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 กันยายน - 6 ตุลาคม 2548 ทำให้ได้สร้างสัมพันธ์เชิงเครือข่ายข่าวสารกับ Ms. Pamela Makotsi, ผู้ช่วยบรรณาธิการจัดการ East African Standard หนังสือพิมพ์ระดับชาติของเคนยา

 

ข้อมูลเชิงลึกของการไปเยือนสาธารณรัฐเคนยาของ พ...ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 8-11 พฤศจิกายน 2548 จึงถูงส่งกลับมายังพลเมืองเหนือในมิติที่แตกต่างจากข่าวสารที่เมืองไทยได้รับทราบ โดยเฉพาะประเด็นเบื้องหลังเบื้องลึกการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือด้านสัตว์ป่า ซึ่งนอกจากความวุ่นวาย การออกมาประท้วงของนักอนุรักษ์หรือแม้แต่ชนเผ่ามาไซเอง รวมไปถึงขณะนี้มีการยื่นญัตติด่วนให้คณะรัฐมนตรีประชุมอภิปรายถึงการแลกสัตว์ครั้งนี้แล้ว และมีเสียงเรียกร้องให้ถึงขั้นเปิดสภาอภิปรายกันเลยทีเดียว

 

ทันทีที่โฆษกรัฐบาลไทย น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ระบุกำหนดการการไปเยือนสาธารณรัฐเคนยาของผู้นำไทยเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะมีการเจรจาด้านสิ่งทอ ข้าว และการท่องเที่ยวกับประธานาธิบดีเคนยา โดยจะไปเยือนป่าซาฟารีในแถบมาไซ มาราด้วย "พลเมืองเหนือ" ประสานแจ้งไปยัง "East African Standard" ระบุความน่าสนใจของการไปเยือนครั้งนี้ เพราะเมื่อตุลาคม 2547 ประธานาธิบดีเคนยามาเยือนไทย เคยมีการเจรจาเรื่องการแลกเปลี่ยนสัตว์ป่ามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ที่สำคัญ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่ประเทศไทย กำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2548

 

Pamela สนใจประเด็นนี้ยิ่ง ติดตามสถานการณ์อย่างครอบคลุมพร้อมสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องอย่างเจาะลึก ข่าวนี้ได้กลายเป็นข่าวดังและส่งผลกระทบยังความสนใจต่อสำนักข่าวทั่วโลก และนี่คือข้อมูลที่เธอส่งมายังพลเมืองเหนือ เพื่อให้ได้ทราบว่า ที่เคนยาคิดเห็นอย่างไร

 

รัฐมนตรีเคนยายื่นถกด่วน

ผลพวงของการลงนามในสัญญาส่งมอบสัตว์ป่าของเคนยาจำนวน 175 ตัวให้กับประเทศไทย คือการเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเร่งด่วนเพื่ออภิปรายถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

 

William Ntimama รัฐมนตรีประจำสำนักประธานาธิบดี กล่าวว่า การตัดสินใจในเรื่องสำคัญอย่างนี้ ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะอยู่ภายใต้การพิจารณาของประธานาธิบดีแต่เพียงผู้เดียว นี่จึงไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา และเขาจะได้เรียนเชิญประธานาธิบดีเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีวาระเร่งด่วนดังกล่าว

 

บรรดานักอนุรักษ์ สมาชิกชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่ "game reserve" ซึ่งเป็นพื้นที่เพื่อการท่องซาฟารีของเคนยา และนักการเมืองท่านอื่น ต่างยังคงคัดค้านการลงนามความเข้าใจระหว่างครั้งนี้ แม้ว่ารัฐบาลทั้ง 2 ประเทศจะพยายามทำความเข้าใจก็ตาม การลงนามดังกล่าวดำเนินการเมื่อวันพุธที่ 9 .. 2548 โดยมีประธานาธิบดีกีบากีแห่งเคนยาและนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร แห่งประเทศไทย ร่วมเป็นพยาน สาระสำคัญคือเคนยาจะส่งมอบสัตว์ป่าจำนวน 175 ตัวให้แก่สวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีของไทย

 

ทั้งนี้ในวันที่มีการลงนาม เดอะ สแตนดาร์ดรายงานว่า ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ไปเปิดงานแสดงสินค้าไทยที่ศูนย์การค้ากลางกรุงไนโรบี ผู้ประท้วงจากกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าได้ไปดักรออยู่ที่ทางเข้าหลักของศูนย์การค้า แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อคณะรักษาความปลอดภัยของนายกฯ ทักษิณใช้ทางเข้าอีกทางหนึ่ง แต่พวกเขาก็ยังคงปักหลักรอพบอยู่ที่ทางออก อย่างไรก็ตามก่อนที่นายกฯทักษิณจะกลับออกไปเพียงไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังเข้ากันกลุ่มผู้ประท้วงออกจากพื้นที่ดังกล่าว

 

Dr.Alfred Mutua โฆษกรัฐบาลเคนยา ได้ออกมาแก้ต่างว่าข้อตกลงเกี่ยวกับสัตว์ป่า เป็นเพียงหนึ่งในหลายข้อตกลงที่รัฐบาลทั้งสองประเทศได้ลงนามร่วมกัน สัตว์เหล่านี้จะนำมาจากดินแดนต้นกำเนิดอันอุดมสมบูรณ์ด้วยสัตว์ป่ามากกว่า 1.5 ล้านตัว และจะถูกนำไปยังพื้นที่อาศัยที่ปลอดภัยในประเทศไทย เขายังกล่าวด้วยว่ามีเพียงสัตว์กินเนื้อเท่านั้นที่จะถูกส่งมอบ และไม่มีสัตว์ชนิดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ อย่าง สิงโต เสือดาว แรด และช้าง อยู่ในรายการด้วยแต่อย่างใด

 

แต่ผู้นำท้องถิ่นจากสภาบริหารเขต Olkejuado ได้เตือนรัฐบาล โดยกล่าวว่าการส่งออกสัตว์จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนเผ่ามาไซที่อาศัยอยู่รอบเขตสงวนที่อนุญาตให้ท่องสัตว์ได้

 

"พวกเราจะไม่เจรจาใดใดในกรณีนี้ ปล่อยให้พวกเขาทำไป แต่พวกเขาจะได้เห็นดีกันว่าคนมาไซที่แท้เป็นอย่างไร" Mr. Julius ole Natayai กล่าว

 

มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า Born Free ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะของข้อสัญญาที่เป็นที่ถกเถียงกันนี้ด้วย Ms.Alice Owen ผู้ประสานงานกล่าวว่า คนที่เกี่ยวข้องต่างแปลกใจที่ไม่ได้รับการไถ่ถามความเห็นในเรื่องนี้มาก่อน เราอยากเห็นรายละเอียดข้อสัญญา จะได้รู้ว่าต้องวางตัวเองไว้ตรงไหนต่อเมื่อได้รับทราบข้อเท็จจริงเท่านั้น

 

Chirau Mwakwere รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเคนยาอธิบายว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคนยาส่งออกสัตว์สู่ต่างประเทศ แต่ Dr.Richard Leakey นักอนุรักษ์ชื่อดังผู้อำนวยการ Kenya Wildlife Service (KWS) ได้จำกัดความการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็นความน่าละอายของชาติ (a national shame) และเขารู้สึกตกตะลึงที่รัฐบาลเคนยาตอบรับข้อเสนอนี้จากไทย

 

"การส่งออกสัตว์ป่าไปอยู่ในสวนสัตว์เป็นเรื่องน่าเศร้าอย่างยิ่ง มันเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของรัฐบาล"

 

สมาชิก The Orange campaign team กลุ่มรณรงค์คัดค้านทางการเมืองต้องการให้สภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายถึงการตัดสินใจครั้งนี้ Mutala Kilonzo ผู้สมัคร ส..รายหนึ่ง ถามว่า เหตุใดประธานาธิบดี Kibaki ถึงได้รีบร้อนต่อกรณีนี้ สภาผู้แทนราษฎรควรจะได้รับรองข้อตกลงครั้งนี้ก่อน สัตว์เหล่านั้นเป็นของพวกเรา

 

รายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า รัฐบาลเคนยา โดยการชี้แจงของโฆษกรัฐบาลพยายามชี้ให้เห็นเหตุผลต่อการตัดสินใจครั้งนี้ว่า เคนยาสามารถติดตามความเป็นอยู่ของสัตว์ 24 สายพันธุ์ 175 ตัวเหล่านี้ได้ และเป็นข้อตกลงที่ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา ไทยไม่ได้จ่ายเงินเป็นค่าสัตว์เหล่านี้ แต่มีการตั้งกองทุนดูแลสัตว์ขึ้นด้วย ทั้งนี้ พ...ทักษิณ ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเคนยาหลังจากการไปท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติมาไซ มารา ว่า "นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยจะมาเยือนเคนยาอย่างต่อเนื่องเพราะการแลกเปลี่ยนครั้งนี้"

 

แจงข้อสัญญาแลกสัตว์

Chirau Ali Mwakwere รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเคนยา ชี้แจงรายละเอียดข้อตกลงดังกล่าวนำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมทวิภาคีความร่วมมือเกี่ยวกับการจัดการป่าไม้และสัตว์ป่า ทั้งนี้กระบวนการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าจากเคนยาสู่ไทยไม่ได้อันตรายและเป็นไปไม่ได้อย่างที่กล่าวอ้างโดยนักอนุรักษ์

 

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งรวมไปถึงข้อเสนอโครงการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างไทยและเคนยา จะมีการเคลื่อนย้ายสัตว์รวมทั้งหมด 175 ตัว จาก 25 ชนิดไปยังประเทศไทย ในโครงการเดียวกันยังมีการแลกเปลี่ยนด้านความรู้ การบรรยาย นักศึกษา และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ

 

"ข้อตกลงนี้ได้ผ่านการพิจารณาที่รอบคอบ มันไม่ใช่เรื่องอันตราย แล้วก็ไม่ได้เป็นการฆ่าการท่องเที่ยวของประเทศเคนยาเองด้วย เป็นเรื่องดีกว่าที่จะส่งสัตว์ป่าจำนวนเพียงเล็กน้อยไปยังประเทศไทยมากกว่าที่จะปล่อยให้ถูกล่าในประเทศโดยนักล่าสัตว์"

 

เขายังกล่าวอีกด้วยว่าโครงการเคลื่อนย้ายสัตว์ข้ามแดนซึ่งตระหนักถึงสุขภาพและสวัสดิภาพสัตว์อย่างยิ่งน่าจะเป็นการช่วยเหลือสัตว์ป่าแทนที่จะปล่อยให้สัตว์ป่าสูญพันธุ์ไปเพราะถูกไล่ล่า

 

เขาบอกด้วยว่าที่ผ่านมาในอดีต เคนยาเคยบริจาคสัตว์ข้ามแดนมากกว่าปริมาณสัตว์ที่กำหนดไว้สำหรับประเทศไทยเสียอีก

 

"มีสวนสัตว์มากมายในอเมริกาและดูไบ คุณคิดว่าสัตว์ป่าที่นั่นมาจากไหนกันล่ะ เรื่องมันก็มีอยู่เพียงเราดำเนินการเรื่องที่เราเคยทำมาแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่มีปัญหาอะไร"

 

Mwaskwere ให้รายละเอียดสัตว์ที่จะส่งมายังจังหวัดเชียงใหม่ว่า ไม่มีช้างแอฟริกาแม้แต่เชือกเดียว และสัตว์ที่ส่งไปประกอบด้วย วอร์ทอก 6 ตัว ฟลามิงโก 20 ตัว ดิ๊กดิ๊ก 6 ตัว อิมพาลา 10 ตัว ควายแอฟริกัน 6 ตัว ยีราฟมาไซ 3 ตัว แจ็คกัล 3 ตัว crested cranes 4 ตัว ม้าลาย 15 ตัว มาราบู-สตอร์ก 6 ตัว ไฮยีน่าลายจุด 6 ตัว กาเซลล์ 8 ตัว ฮิปโปฯ 4 ตัว เป็นต้น

 

"เรื่องนี้ไม่ได้จะดำเนินการปุบปับทันทีทันใด จะมีการดำเนินการเป็นระยะและชะลอขั้นตอนดำเนินการให้ค่อยเป็นค่อยไป แรกสุดต้องมีการเตรียมการและนำข้อมูลทางสถิติมาปรับใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการ" Mwakwere กล่าว

 

Mwai Kikabi ประธานาธิบดีเคนยากล่าวถึงการมาเยือนของ พ...ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทยว่า จะเป็นการเพิ่มการลงทุนของไทยในเคนยา เขาสนับสนุนนักลงทุนไทยในการช่วงชิงความได้เปรียบของตลาดขนาดใหญ่และโอกาสทางการลงทุนผ่านการลงทุนในเคนยา โดยกำชับฝ่ายเคนยาให้เร่งดำเนินการเกี่ยวกับข้อตกลงว่าด้วยการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้ำซ้อนและการส่งเสริมการลงทุน และสืบเนื่องจากความสำเร็จของประเทศไทยในนโยบายพัฒนาประเทศด้าน ICT ประธานาธิบดีเคนยาได้กระตุ้นกลุ่มทุนไทยให้เข้าไปลงทุนในเคนยาผ่านทางความร่วมมือกับ Gilgil Telecommunication

 

"ปัจจุบันไทยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในส่วนของเครื่องคอมพิวเตอร์ราคาย่อมเยาว์ที่เคนยายินดีที่จะรองรับการลงทุนจากนักลงทุนไทย การผลิตต้นทุนต่ำจะเอื้อต่อชาวเคนยาในการเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น"

 

นอกจากนั้นเคนยายังคาดหวังที่จะได้เรียนประสบการณ์ของไทยในการแก้ปัญหาความยากจนและการพัฒนาชนบท โดยเฉพาะนโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

 

"ประเทศไทยมีช่างฝีมือยอดเยี่ยมด้านการแกะสลักและเจียระไนอัญมณี เราสนใจที่จะเรียนรู้และลงทุนด้านนี้มาก ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการผลิตและส่งออกอัญมณีของเรา" ประธานาธิบดี กล่าว

 

นอกจากนั้นทั้งสองผู้นำยังได้หารือกันถึงประเด็นเรื่องโรคเอดส์ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และการสร้างสันติภาพในภูมิภาคด้วย

 

มีรายงานด้วยว่าเสียงสะท้อนต่อข้อตกลงเรื่องสัตว์ของทั้ง 2 ประเทศ ยังคงมีอยู่และเผยแพร่ไปยังสำนักข่าวชื่อดังหลายแห่ง

 

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานผ่านเวบไซต์เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2548 ว่า ข้อตกลงเคนยาและไทยนำมาซึ่งความเดือดร้อน แผนการส่งสัตว์ถูกประนามว่าเป็น "ที่สุดของความน่าขยะแขยง" โดยข่าวของซีเอ็นเอ็นระบุ ชาวเคนยาต่อต้านแผนการส่งสัตว์ข้ามฟ้ากว่า 7,000 กม.ไปยังสวนสัตว์ในบ้านเกิดของผู้นำไทย นักอนุรักษ์ประนามถ้อยคำให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีไทยที่ว่าแผนงานนี้เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวจากชาติเอเชีย

 

ทั้งนี้โฆษกรัฐบาลเคนย่าได้กล่าวถึงการส่งสัตว์ครั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออกด้วย

 

"เราคาดหวังจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยเพิ่มขึ้น 2 หรือ 3 เท่า ถ้าได้เห็นสัตว์เหล่านี้ พวกเขาจะได้อยากเห็นสัตว์ดังกล่าวในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติจริงๆ ด้วย" และเคนยายังได้รับความช่วยเหลือด้านเทคนิคการฝึกการจัดการด้านสัตว์ป่ากลับมาด้วย พร้อมทั้งปฏิเสธข่าวที่ว่ารัฐบาลไทยจ่ายเงิน 1 ล้านเหรียญเพื่อการนี้

 

แต่ Dr.Richard Leakey นักอนุรักษ์ชื่อดัง จาก Kenya Wildlife Service ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องฉาวโฉ่นี้แย่เอามากๆ เพราะการมีสัตว์ป่าเอาไว้เพื่อส่งออกไปยังสวนสัตว์เป็นเรื่องน่าเศร้า แต่รัฐบาลเคนยายังตัดสินใจเรื่องนี้โดยปราศจากการอ้างถึงผู้เชี่ยวชาญ ช่างเป็นที่สุดของความน่าขยะแขยง

 

นายกรัฐมนตรีของไทยให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเคนยาด้วยว่า มีความเข้าใจผิดกันมากถึงเรื่องนี้

 

"ถ้าพวกคุณได้ไปเชียงใหม่ คุณจะเข้าใจมากขึ้น คุณจะได้เห็น และคนที่วิพากษ์วิจารณ์และต่อต้านด้วยความไม่รู้จริงจะรู้สึกเสียใจในสิ่งที่พูดออกไป"

 

กระนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านซึ่งมีทั้งหญิงที่แต่งกายชุดประจำเผ่ามาไซ ยกแผ่นป้ายว่า "สัตว์ป่าก็ต้องการอิสรภาพ" และ "อนุรักษ์ไม่ใช่หาประโยชน์"

           

เวบไซต์บีบีซี รายงานเช่นกันว่า กลุ่มนักอนุรักษ์ต่างพากันโกรธแค้นในการลงนามครั้งนี้ โดยพวกเขาวิตกถึงสวัสดิภาพของสัตว์ที่จะต้องเดินทางไกลถึง 7,200 กม.และสื่อมวลชนเคนยาก็ขนานนามข้อตกลงนี้ว่า "เรื่องอื้อฉาวของการสงเคราะห์สัตว์" และมูลนิธิสวัสดิภาพสัตว์นานาชาติระบุว่า มรดกของชาติเคนยากำลังตกอยู่ในอันตราย

 

แม้วรับถูกสื่อเคนยาซักยิบ

...ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกล่าวในรายการนายกทักษิณคุยกับประชาชนเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2548 ว่า สัตว์เคนยาจะให้ไม่ได้อยู่ในอนุสัญญาไซเตส และอีกส่วนหนึ่งเป็นสัตว์ที่อยู่ในบัญชี 2 ของอนุสัญญา ซึ่งเป็นสัตว์ที่ไม่อยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์

 

"ผมถูกสื่อมวลชนที่นี่ (เคนยา) ถาม คำถามเขาค่อนข้างจะแรงมาก ถามว่าทำไม คุณมาซื้อสัตว์จากประเทศเคนยา ผมบอกว่าสัตว์ป่าที่เคนยาเขาไม่ได้มีไว้ขาย สัตว์ป่าที่เคนยาที่เราเอาไป เราทำทุกอย่างตามกฎของไซเตส ตามกฎของกฎหมายนานาชาติ เราไม่ได้มาซื้อสัตว์ เรามาเพื่อจะร่วมมือกันหลายด้าน ด้านหนึ่งคือการวิจัยเรื่องของสัตว์ป่า ซึ่งเราได้ทำงานวิจัยอย่างนี้ร่วมกับทางจีน คือหมีแพนด้า ร่วมกับทางด้านของออสเตรเลีย คือหมีโคล่า และขณะนี้เรากำลังจะร่วมมือกับทางเคนยา"

 

นายกรัฐมนตรีอธิบายต่อว่า ที่ประเทศเคนยา เวลาสัตว์มีมากเกินไป เขาจะฆ่าทิ้ง จึงบอกกับผู้สื่อข่าวเคนยาว่า แทนที่คุณจะฆ่าทิ้งสัตว์ที่มีมากเกินไป คุณก็เอาสัตว์ที่มากเกินไปบางตัวเท่านั้นเอง ส่งไปให้ประเทศไทยทำวิจัยร่วมกัน

 

"เขาก็บอกว่า เห็นว่าคุณจะเอาไปไว้ที่ไนท์ซาฟารี บ้านเกิดคุณ ผมจึงบอกว่า ไนท์ซาฟารีของไทย คุณไปดูเสียหน่อย มีโรงพยาบาลสัตว์ในตัว มีสัตวแพทย์ และมีนักวิจัยที่จะวิจัยสัตว์ป่าต่างๆ เช่น เดี๋ยวนี้เราผสมเทียมกวางได้แล้ว เพราะพวกนักวิจัยของเราเก่ง ไปดูสิ และแทนที่คุณจะฆ่าทิ้ง คุณให้เราไปเลี้ยงอย่างดีไม่ดีกว่าหรือ และเป็นการให้การศึกษาแก่เด็กๆ ได้รู้ว่าสัตว์ในโลกนี้ สัตว์ป่ามีหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่ดีหรือ เขาก็เลยหัวเราะแล้วยิ้ม หลังจากที่คุยไปแล้ว เขาเข้าใจ"

 

................................................................

ข้อมูลจำเพาะ

 

1. a game reserve ในเคนยา คือพื้นที่ซึ่งสัตว์ป่าจะอาศัยตามพฤติกรรมธรรมชาติ จะไม่กักขังไว้ในสวนสัตว์ พื้นที่ a game reserve จึงกว้างใหญ่ไพศาลมาก

 

2.The Orange Campaign Team : เคนยากำลังจะมีการลงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในวันที่ 21 1.พฤศจิกายน 2548 The Orange Campaign Team คือชื่อของกลุ่มรณรงค์คันค้านร่างรัฐธรรมนูญซึ่งรัฐบาลผลักดัน ในเคนยาระหว่างการรณรงค์ทุกประเด็นที่เกิดขึ้นจะถูกนำมาเป็นประเด็นทางการเมืองไปด้วย รวมทั้งการส่งสัตว์จากเคนยาไปประเทศไทยด้วย

 

3. อุทยานแห่งชาติมาไซ มาร่า ที่นายกรัฐมนตรีไทยไปเยือน> เป็นดินแดนของชาวมาไซ ชนเผ่าที่อาศัย อยู่ในป่าของแอฟริกา บางพื้นที่ของอุทยานเป็นเขตป่าสงวนที่เป็นแหล่งอยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปแอฟริกา ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1,500 ตร.กม. ภูมิประเทศ เต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสะวันนา กระจายอยู่ตามเนินเขา เป็นจุดอพยพเข้ามาของสัตว์ป่าต่างๆ มากมายจากทุ่งหญ้าเซเรงเกติของประเทศ แทนซาเนีย

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์