ชาวอุบลฯ หวั่นกระแสนายกชี้นำชาวบ้านเลี่ยงภาษี

โดยศูนย์ข่าวประชาสังคม จ.อุบลราชธานี

 

ประชาไท—19 ก.พ. 2549 ชาวอุบลราชธานี หวั่นกระแสนายกรัฐมนตรี กรณีที่ขายหุ้นให้แก่บริษัทต่างชาติจำนวน 73,000 ล้านบาท  อาจจะละเว้นการเสียภาษีในประเทศ   ด้านสรรพากรอุบลราชธานี  เผยตั้งเป้ายอดภาษีปี 2549  อยู่ที่ 1,218  ล้านบาท  ขณะที่ปี 2548 ตั้งเป้า 1,135 ล้านบาทเก็บภาษีได้เพียง 1,100 ล้านบาท  พลาดเป้าเล็กน้อย   

 

นายกิติศักดิ์  สารพุทธิ  สรรพากรพื้นที่ จังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า  ในการจัดเก็บภาษีเงินได้ของประชาชนนั้นทางสำนักงานสรรพากรได้เรียกเก็บตามประเภทผู้ที่มีรายได้แยกเป็น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ภาษีเงินได้นิติบุคคล  ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอากรแสตมป์  โดยจะดูทิศทางของสภาพเศรษฐกิจ    ปัจจุบันเป็นหลักในการเรียกเก็บภาษีจากสถานประกอบการ  นอกจากนั้นทางสรรพากรยังได้มีการประเมินและตรวจสอบผลจากการดำเนินงานของสถานประกอบการต่าง ๆ ในเรื่องการจัดจ้างบุคคลเกี่ยวกับรายได้ที่ทางสถานประกอบการจ้างว่าในรอบปีนี้ทางสถานประกอบการได้ประกอบธุรกิจบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาเป็นสัดส่วนในการคำนวณเรียกเก็บภาษีตลอดจนเพื่อไม่เป็นการเอารัดเอาเปรียบแก่ผู้เสียภาษีมากเกินไป  

 

สำหรับในรอบปี 2548  ที่ผ่านมาทางสรรพากรเก็บภาษีเงินได้จากประชาชนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น  1,100 ล้านบาท  ซึ่งต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้เล็กน้อย  โดยในปี พ.ศ. 2548 ได้ตั้งเป้าการเก็บภาษีไว้ที่  1,135  ล้านบาท   ส่วนในปี   2549  ได้ตั้งเป้าการเก็บภาษีไว้ที่  1,218  ล้านบาท  ซึ่งทางกระทรวงจะเป็นผู้ดำเนินการตั้งเป้าการเสียภาษีในแต่ละปีและทางสรรพากรจะเป็นผู้ดำเนินการเรียกเก็บภาษี   ซึ่งในแต่ละปีจะเรียกเก็บภาษีจากผู้มีรายได้จากการประกอบธุรกิจและผู้มีเงินได้ต่าง ๆ  ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้  เนื่องจากในแต่ละปีสภาพคล่องทางเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอน   รวมทั้งค่าเงินบาทภายในประเทศเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ  ยังมีความผันผวนและไม่ทรงตัว   ทำให้การเรียกเก็บภาษีในแต่ละรอบปีที่ผ่านมาไม่ตรงไปตามเป้าหมายที่วางไว้  และผู้เสียภาษีแต่ละคนมีการเสียภาษีที่ต่างกันและภาษีที่จ่ายไปในแต่ละปีมีการปรับขึ้น - ลง ตามสภาพเศรษฐกิจ   โดยภาษีที่เรียกเก็บได้มากที่สุดกว่าภาษีประเภทอื่น ๆ ได้แก่ภาษีมูลค่าเพิ่ม   เนื่องจากในแต่ละปีจะมีนักธุรกิจมาลงทุนประกอบธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็นประจำทุกปีซึ่งต้องมีการเสียภาษีด้วย  

 

 

"อย่างไรก็ตามจากกระแสข่าวทางการเมืองที่กล่าวถึงบทบาทของท่านนายกรัฐมนตรี "ทักษิณ ชินวัตร " ถึงกรณีของการไม่เสียภาษีนั้น  นายกิติศักดิ์  กล่าวว่า  คงเป็นการประกอบกิจการการลงทุนในตลาดหุ้นที่บางครั้งอาจได้รับการยกเว้นได้ และคาดว่าคงจะไม่มีผลกระทบต่อการเสียภาษีของประชาน   เนื่องจากประชาชนทราบดีว่าการเสียภาษีเป็นหน้าที่ที่ทุกคนต้องปฏิบัติประกอบกับกฎหมายการเสียภาษีมีข้อบัญญัติไว้อย่างชัดเจน และในจังหวัดอุบลราชธานียังไม่มีกรณีของการไม่เสียภาษีเกิดขึ้น และขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนโดยเฉพาะผู้ที่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจการลงทุนประเภทต่าง ๆ  ไปเสียภาษีให้ถูกต้องเนื่องจากภาษีทุกบาทจะหมุนเวียนมาพัฒนาประเทศชาติของเราต่อไป"

            ข้อมูลข่าวจาก  นางชญาดา  (ขอสงวนนามสกุล)  ประชาชนผู้เสียภาษีรายหนึ่ง  ในจังหวัดอุบลราชธานี    เปิดเผยว่า   ตนได้เสียภาษีให้แก่ภาครัฐมาโดยตลอดเป็นประจำทุกปี  โดยส่วนใหญ่เป็นภาษีรถยนต์ที่ต้องจ่ายเป็นประจำทุกปี ซึ่งในปีนี้จะครบรอบจ่ายภาษีในเดือนมิถุนายน 2549 โดยตนต้องไปจ่ายค่างวดรถซึ่งรวมค่าภาษีด้วยที่บริษัทตัวแทนรถยนต์ซึ่งบริษัทตัวแทนดังกล่าวจะทำหน้าที่ในการนำเงินภาษีที่เก็บได้ไปจ่ายให้แก่ภาครัฐต่อไป   ซึ่งตนคิดว่าการเสียภาษีเป็นเรื่องของประชาชนคนไทยทุกคนที่จะต้องถือปฏิบัติอยู่แล้ว  แต่ในสังคมปัจจุบันสิ่งต่าง ๆ  ได้เปลี่ยนแปลงไป ที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้คงเป็นเรื่องทางการเมืองที่มีหลายฝ่ายออกมาต่อต้านและแสดงบทบาทในรูปแบบต่าง ๆ  กัน  ซึ่งมีประเด็นหนึ่งที่ตนคิดว่ากำลังเป็นกระแสทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้แก่  กรณีที่ครอบครัวท่านนายกได้ขายหุ้นให้แก่บริษัทต่างชาติ   อาจทำให้ครอบครัวท่านนายกไม่ต้องเสียภาษีให้แก่ภาครัฐนั้น  ทำให้ประชาชนอย่างผู้หาเช้ากินค่ำคิดว่า "หากนายกซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดของประเทศเกิดไม่เสียภาษีย่อมเป็นการแสดงตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่ประชาชนได้เห็น  ซึ่งอาจจะทำให้ประชาชนบางกลุ่มออกมาต่อต้านได้  อีกทั้งหากการไม่เสียภาษีของท่านนายกเป็นเรื่องทางการเมืองหรือเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ  นายกน่าจะออกมาพูดชี้แจให้ประชาชนเข้าใจ"

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์