(4) ม.เที่ยงคืนแถลง โหวตไม่เลือกใคร เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมีความเห็นว่า เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายมากกว่าเพียงการหย่อนบัตรเพื่อเลือกบางพรรคหรือบางคน ที่จะไม่ช่วยให้สังคมไทยพ้นไปจากความยุ่งยาก จึงเรียกร้องให้ร่วมกันลงคะแนนในช่องไม่ใช้สิทธิเลือกใคร (NO VOTE) เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลักดันให้มีการแก้ไขเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายหลังจากการเลือกตั้ง

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 50 นักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ออกแถลงการณ์เรื่อง "โหวตไม่เลือกใคร เพื่อแก้ไขให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่" เนื่องด้วยการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค. จะไม่เป็นคำตอบของสังคมไทยในการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคง เห็นได้จากนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งไม่มีพรรคไหนแสดงให้เห็นถึงนโยบายที่จะสร้างความเข้มแข็งให้ระบอบประชาธิปไตยและสังคมที่เท่าเทียม เป็นธรรม เพิ่มอำนาจประชาชนและลดอำนาจอำมาตยาธิปไตย

 

นอกจากนี้ ระบบและการจัดการการเลือกตั้งครั้งนี้ มีความยุ่งยากต่อการทำความเข้าใจของประชาชน ซึ่งก็เป็นผลสืบเนื่องมาจากการออกแบบระบบเลือกตั้งที่ไม่มีตรรกะรองรับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีสาเหตุสำคัญมาจากการจัดโครงสร้างอำนาจทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งร่างโดยบุคคลบางกลุ่มในสังคมไทย ที่ทำให้อำนาจทางการเมืองผ่านระบบเลือกตั้งมีความอ่อนแอ รัฐบาลและรัฐสภาจากการเลือกตั้งอาจไม่สามารถผลักดันนโยบายหรือกฎหมายสำคํญๆ ได้ อีกทั้งยังกลับเพิ่มอำนาจของรัฐราชการผ่านหน่วยงานและองค์กรอิสระต่างๆ

 

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมีความเห็นว่า เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายมากกว่าเพียงการหย่อนบัตรเพื่อเลือกบางพรรคหรือบางคน ที่จะไม่ช่วยให้สังคมไทยพ้นไปจากความยุ่งยาก จึงเรียกร้องให้ร่วมกันลงคะแนนในช่องไม่ใช้สิทธิเลือกใคร (NO VOTE) เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลักดันให้มีการแก้ไขเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายหลังจากการเลือกตั้ง

 

รศ.สมเกียรติ ตั้งนะโม อธิการบดี ม.เที่ยงคืน กล่าวภายหลังอ่านแถลงการณ์ว่า ทุกครั้งที่ผ่านมาการลงคะแนนเสียงโนโหวตนั้นไม่มีความหมายสำหรับสังคมไทย เพราะไม่มีการระบุไว้ชัดเจนว่าเมื่อโนโหวตแล้วจะเกิดผลอะไรขึ้นมา แต่ในคราวนี้เราจะประกาศเจตจำนงแน่ชัดว่า เมื่อกากบาทในช่องโนโหวต จะหมายถึงการร่างรัฐธรรมนูญใหม่

 

"ข้อเสนอของ ม.เที่ยงคืนที่รณรงค์ให้มีการโนโหวตครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งเพ้อฝันหรือทำไม่ได้แต่อย่างใด แต่เป็นเสียงประชาธิปไตยที่มีเจตจำนงแน่นอน เพราะหลังการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ เรามองเห็นความขัดแย้งและหายนะที่รออยู่ข้างหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้ว่าพรรคพลังประชาชนกุมฐานเสียงของพี่น้องชาวรากหญ้าเอาไว้ ส่วนกลุ่มคนชั้นกลางก็จะมีพรรคประชาธิปัตย์หนุนหลังอยู่ และไม่ใช่แค่เพียง 2 กลุ่มนี้เท่านั้น ยังมีกลุ่มที่ 3 และอีกหลายกลุ่มอำนาจที่อยู่หนุนหลังทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย และในอนาคต ถ้าเราไม่รีบแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ซึ่งมันได้ซ่อนอำนาจแฝงเอาไว้ สังคมไทยจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เป็นประชาธิปไตยน้อยลงไปทุกที

 

อธิการบดี ม.เที่ยงคืน กล่าวต่อว่า ในกระแสทางการเมืองตอนนี้ มีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายในสังคมไทย เราเห็นคนกลุ่มหนึ่งที่เห็นความเหลวแหลกของการเมืองไทย เราจึงหวังว่าคนในสังคมที่ไม่เห็นทางออก จะใช้ทางออกที่เราเสนอไปนี้เพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา

 

"ทำไมเราถึงเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ ก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 เลวร้ายอย่างยิ่ง หลายส่วนได้นำเอากลไกที่เป็นระบบปฏิบัติการของฝ่ายทหาร ในกองทัพเข้าไปสอดเสียบไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเราอย่ามองเพียงรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่ง 12 เดือนที่ผ่านมา กฎหมายหลาย ๆ ฉบับถูกผลักดันออกมาทั้งที่เป็นการคุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน อาทิเช่น สื่อมวลชนถูกคุกคามและถูกจำกัดเสรีภาพโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ ซึ่งถูกจำกัดสิทธิ ภายใต้ พ.ร.บ. การกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ อีกทั้งร่างกฎหมายที่ผ่าน สนช.วาระแรกไปแล้วนั่นคือพ.ร.บ.ความมั่นคง ทั้งหมดนี้ เห็นได้ชัดว่า ทั้งรัฐธรรมนูญ 2550 และการออก พ.ร.บ.หลายฉบับที่ผ่านมา มันมีการนำเอาอำนาจของทหารเข้าไปสอดเสียบไว้ในกระบวนการอำนาจทางนิติบัญญัติของสังคมไทย" อธิการบดี ม.เที่ยงคืน กล่าว

 

อธิการบดี ม.เที่ยงคืนกล่าวทิ้งท้ายอีกว่า เราไม่ได้หวังว่าหลังการเลือกตั้งแล้วจะมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพียงอย่างเดียวเรายังหวังให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ ยกเลิก แก้ไขกฎหมายที่เร่งออกกันในตอนนี้ ในช่วงของรัฐบาลที่มาจากทหาร และขอเตือนไว้เลยว่ารัฐบาลที่นั่งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟนั้น หมายความว่าอำนาจที่สามแทรก และวิกฤตครั้งนี้อยู่ที่กองทัพเป็นตัวแปรสำคัญ

 

ในขณะที่ ผศ.สมชาย ปรีชาศิลปากุล นักวิชาการ ม.เที่ยงคืน และคณบดีนิติศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังการเลือกตั้งนั้น คิดว่าจะได้เห็นโมเดลในการจัดตั้งรัฐบาลเป็น 2 แบบ ก็คือ อันแรกจะมีโมเดลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล อีกอันหนึ่งก็จะมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ถ้าพลังประชาชนได้ตั้งรัฐบาล ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก แต่ก็จะต้องเผชิญหน้ากับชนชั้นกลาง กลุ่มพันธมิตรฯ และกองทัพ ในขณะที่หากพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล สิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์จะต้องเผชิญก็คือ ฐานเสียงของรากหญ้าที่จำนวนมากที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นปัญหา เพราะว่าไม่ว่าพรรคใดจะมาเป็นรัฐบาล ก็จะต้องเผชิญหน้ากับประชาชนที่สนับสนุนอีกฝ่ายหนึ่ง และจะเป็นรัฐบาลที่ตั้งอยู่บนปากปล่องของภูเขาไฟ และหากทำงานไปได้สักพัก เชื่อว่าจะก่อให้เกิดปัญหาและเผชิญกับปัญหาใหญ่หลวงตามมาแน่ๆ เพราะสังคมไทยกำลังเปราะบางมาก

 

"เพราะฉะนั้น สิ่งที่สังคมไทยควรจะทำอย่างยิ่ง เพื่อหลีกหนีความวุ่นวายนี้ให้เร็วที่สุด เราควรคิดถึงระเบียบทางการเมืองชุดใหม่ นั่นก็คือรัฐธรรมนูญใหม่ที่มีฐานของความชอบธรรมมากว่ารัฐธรรมนูญ 2550 เพราะคิดว่า ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะ โนโหวต และถ้ามีเสียงมากพอมันก็จะนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเราหวังว่าถ้าหากคะแนนเสียงโนโหวตนั้นมากพอ สิ่งที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะต้องรีบทำคือแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วก็มีการเลือกตั้งกันอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้กติกาที่มีการยอมรับกว้างขวางเพียงพอมากกว่ากติกาที่เป็นอยู่ในขณะนี้" ผศ.สมชาย กล่าว

 

ด้าน ดร.อรรถจักร สัตยานุรักษ์ นักวิชาการ ม.เที่ยงคืน และอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า หลังการเลือกตั้ง ถ้าหากไม่มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ คิดว่าในระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือนจะเกิดวิกฤตการณ์ที่เราคาดไม่ถึง และตรงนี้ก็จะเป็นตัวการที่ผลักสังคมไทยลงสู่หุบเหว แต่ก็ไม่สามามารถที่จะบอกได้ว่าคืออะไร อาจจะเป็นการปฏิวัติซ้ำก็ได้ หรืออาจจะมีการฆ่าฟันกันกลางเมือง

 

"ในขณะนี้เรากำลังอยู่ในภาวะปล่องภูเขาไฟที่ใกล้จะระเบิด ซึ่งครั้งนี้ถือว่ามันรุนแรงที่สุด เพราะว่ามันเป็นการดึงเอาความขัดแย้งของสังคมไทยที่มีทั้งหมดมารวมศูนย์กันเลย" ดร.อรรถจักร กล่าว

 

ทั้งนี้ อ.ชัชวาล บุญปัน นักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวในตอนท้ายว่า ที่ผ่านมา ม.เที่ยงคืนได้เคยรณรงค์ให้มีการโนโหวตมาแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงการเลือกตั้งปี 2544 ในสมัยที่กระแสพรรคไทยรักไทย ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กำลังมาแรง จึงได้เสนอให้โนโหวตเพื่อให้มีการคานอำนาจนั้น และในการเลือกตั้งเมื่อปี 2548 ทางมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ได้เสนอ "10 เลือก 10 ไม่เลือกพรรคการเมือง" และในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 23 ธ.ค.นี้ ทาง ม.เที่ยงคืน ได้เสนอให้มีการโนโหวตอีกครั้ง เพื่อให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับล่าสุดให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่าในขณะนี้

 

 

000

 

แถลงการณ์

โหวตไม่เลือกใคร

เพื่อแก้ไขให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่

 

 

แม้จะเป็นที่คาดหวังอย่างมาก แต่การเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคมนี้ จะไม่เป็นคำตอบให้แก่สังคมไทยในการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคงให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

 

1. ความอับจนของพรรคการเมืองในการสร้างนโยบาย ไม่มีพรรคการเมืองใดแสดงให้เห็นถึงนโยบายซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตยและสังคมที่มีความเป็นธรรมและเท่าเทียม

 

ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากรัฐประหารสู่ประชาธิปไตย ความมุ่งมั่นในการสร้างระบอบประชาธิปไตยมีความสำคัญเป็นอย่างมาก อันเกิดขึ้นได้ด้วยการเพิ่มอำนาจของประชาชนและลดอำนาจของอำมาตยาธิปไตย ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีพรรคการเมืองใดเสนอนโยบายดังกล่าวอย่างชัดเจน นอกจากนี้แนวนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ แม้มีความแตกต่างกันในรายละเอียด แต่ในเชิงหลักการก็ล้วนเดินตามนโยบายประชานิยมทั้งสิ้น

 

2. ความล้มเหลวของระบบและการจัดการเลือกตั้ง ระบบการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้สร้างความยุ่งยากเป็นอย่างมากแก่ประชาชนในการทำความเข้าใจ อันเป็นผลสืบเนื่องจากการออกแบบระบบเลือกตั้งที่ไม่มีตรรกะและเหตุผลรองรับ อีกทั้งการจัดการเลือกตั้งที่ดำเนินการอยู่ก็ทำให้เกิดคำถามว่ามีความพยายามที่จะกำหนดการเลือกตั้งไว้ล่วงหน้า ดังปรากฏจากคำสั่ง การเคลื่อนไหวของหน่วยงานรัฐที่มุ่งเน้นกับเฉพาะเพียงบางพรรคการเมือง

 

3. ที่กล่าวมามีสาเหตุสำคัญจากการจัดโครงสร้างอำนาจทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ 2550 ซึ่งร่างขึ้นโดยบุคคลเพียงบางกลุ่มของสังคมไทย ซึ่งจะทำให้อำนาจทางการเมืองที่ผ่านระบบเลือกตั้งมีความอ่อนแอ ประชาชนอาจมีสิทธิเลือกตั้ง แต่รัฐบาลและรัฐสภาจะไม่สามารถผลักดันนโยบายและกฎหมายที่สำคัญได้ นอกจากนี้ยังมีการขยายอำนาจรัฐราชการผ่านหน่วยงานและองค์กรอิสระต่างๆ ในลักษณะย้อนยุค ไม่สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน การเลือกตั้งภายใต้โครงสร้างอำนาจทางการเมืองในลักษณะเช่นนี้ จะไม่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและไม่อาจจัดการกับปัญหาที่เป็นอยู่ในสังคมไทยได้

 

เพราะฉะนั้น การก้าวไปสู่ประชาธิปไตยที่มั่นคงของสังคมไทย หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีการแก้ไขให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความตระหนักร่วมกันของสังคมไทยว่าลำพังเพียงการเลือกตั้งยังไม่ได้เป็นคำตอบให้สังคมไทยแต่อย่างใด และการแก้ไขให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ครั้งนี้จะนำมาซึ่งการมีส่วนร่วมและการปรับดุลอำนาจทางการเมืองตามครรลองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง

 

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมีความเห็นว่า เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายมากกว่าเพียงการหย่อนบัตรเพื่อเลือกบางพรรคหรือบางคน ที่จะไม่ช่วยให้สังคมไทยพ้นไปจากความยุ่งยาก จึงเรียกร้องให้ร่วมกันลงคะแนนในช่องไม่ใช้สิทธิเลือกใคร (NO VOTE) เพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันในการผลักดันให้มีการแก้ไขเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายหลังจากการเลือกตั้ง อันจะเป็นหนทางให้สังคมไทยได้กลับคืนสู่ระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคงในอนาคต

 

 

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

18 ธันวาคม 2550

 

 

อ่านประกอบ :                

(1) คอลัมน์ "ปีกซ้ายพฤษภาฯ" : 12 เหตุผลที่ต้องเลือกเบอร์ 12 (และอย่าลืมเบอร์ ส.ส.เขตของ พปช.)

(2) พรรคแนวร่วมฯ เสนอ กาช่องไม่เลือกใคร ไม่เลือกพรรคการเมืองน้ำเน่า

(3) ครป.ชวนคิด "เลือกความขมขื่นในอดีต" หรือจะ "เลือกอนาคตที่สดใส"

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์