รัฐบาลชั่วคราวฮอนดูรัส สั่งปิดสนามบิน ปธน.พลัดถิ่นกลับลำไปลงเอลซัลวาดอร์

เที่ยวบินเซลายาลงจอดไม่สำเร็จ หลังทหารตำรวจเอารถมาจอดขวางรันเวย์-สั่งยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด ด้านเซลายากลับลำไปลงที่ เอลซัลวาดอร์ ยังวางแผนกลับประเทศ 1-2 วันนี้ วอนทหารอย่าหันปืนมาทางประชาชน มิเชลเลตตีลั่นจะไม่เจรจาใดๆ จนกว่าประเทศจะสงบ ล่าสุดผู้ชุมนุมปะทะกับทหารตำรวจใกล้สนามบิน ถูกยิงเสียชีวิตหนึ่งราย

 

 
ภาพวิดีโอรายงานข่าวของ Aljazeera ภาคภาษาอังกฤษ แสดงให้เห็นปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับทหารในเขตสนามบิน ซึ่งได้แสดงภาพของผู้เสียชีวิต จากการถูกทหารยิงใส่
 
 
 
ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีมานูเอล เซลายา ตะโกนเชียร์หลังเครื่องบินเจ็ทที่เขาโดยสารบินเหนือท่าอากาศยานนานาชาติ กรุงเตกูซิกัลปา เมื่อ 5 ก.ค. แต่ไม่สามารถลงจอดได้เพราะทหารใช้ยานพาหนะขวางรันเวย์ (ที่มา: AP Photo/Eduardo Verdugo)
 
ผู้สนับสนุนประธานาธิบดีเซลายายืนชี้กองเลือด ซึ่งเป็นจุดที่ชายผู้หนึ่งถูกทหารยิง ภายนอกท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงเตกูซิกัลปา ฮอนดูรัส เมื่อ 5 ก.ค. (ที่มา: AP Photo/Rodrigo Abd)
 
หญิงคนหนึ่งกำลังปลอบโยน นางซิลเวียร์ เมนซิลาส (Silvia Mencillas) (ขวามือ) ซึ่งยืนอยู่ข้างโลงของลูกชายนายอิซี มูริลโย่ (Isy Murillo) อายุ 19 ปี ภาพถ่ายเมื่อ 6 ก.ค. โดยมูริลโย่ถูกยิงเมื่อวันอาทิตย์หลังจากที่กองทัพพยายามป้องกันสนามบินระหว่างปะทะกับผู้ชุมนุม (ที่มา: AP Photo/Rodrigo Abd)
 
ภาพเผยแพร่ของประธานาธิบดีอาเจนติน่า ในภาพคือนางคริสตีนา เฟอร์นันเดช เดอ เคิร์ชเนอร์ ประธานาธิบดีอาเจนติน่า (Cristina Fernandez de Kirchner) (ขวามือ) และคู่สนทนาคือประธานาธิบดีเอกวาดอร์ ราฟาเอล คอร์เรอา (Rafael Correa) (ซ้ายมือ) และเลขาธิการองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) โฮเซ่ มิเกล อินซุลซา (Jose Miguel Insulza) บนเครื่องบินแทงโก 01 ขณะทำกลางบินอยู่ในน่านฟ้าภูมิภาคอเมริกากลางมุ่งหน้าสู่เอลซัลวาดอร์ เมื่อ 5 ก.ค. (ที่มา: REUTERS/Presidency/Handout)
 
มานูเอล เซลายา (สวมหมวก แถวนั่งที่ 2 จากซ้าย) แถลงข่าวที่ท่าอากาศยานนานาชชาติโคมาลาปา (Comalapa) ประเทศเอลซัลวาดอร์ เมื่อ 5 ก.ค. หลังไม่สามารถร่อนลงจอดที่ฮอนดูรัสได้
 
ในภาพถัดจากเซลายา คนซ้ายมือคือประธานาธิบดีราฟาเอล คอเรอาแห่งเอกวาดอร์ ส่วนคนที่ััถัดจากเซลายาทางขวา คนที่ 3 จากขวามือคือประธานที่ประชุมสมัยที่ 63 ของสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ มานูเอล เดสคอร์โต (Manuel d'Escoto) ถัดมาคือคริสตีนา เฟอร์นันเดช เดอ เคิร์ชเนอร์ ประธานาธิบดีอาเจนติน่า ส่วนขวามือสุดคือประธานาธิบดีปารากวัย เฟอร์นันโด ลูโก (Fernando Lugo) (ที่มา: REUTERS/Luis Galdamez)
 
 
 
มิเชลเลตติสั่งปิดสนามบิน “เซลายา” กลับลำไปลงเอลซัลวาดอร์
มานูเอล เซลายา ประธานาธิบดีฮอนดูรัสมีแผนการเดินทางโดยเครื่องบินจากสหรัฐฯ มายังท่าอากาศยานนานาชาติตอนคอนติน กรุงเตกูซิกัลปา อย่างไรก็ตาม หลังจากที่รัฐบาลชั่วคราวฮอนดูรัสห้ามไม่ให้เซลายานำเครื่องบินลงจอดในประเทศ ทำให้เครื่องบินที่มีประธานาธิบดีผู้ถูกทำรัฐประหารต้องเบี่ยงเส้นทางไปลงจอดในประเทศเอลซัลวาดอร์ แทน
 
เหตุที่เครื่องบินของเซลายาเปลี่ยนเส้นทางนั้นเนื่องมาจากมีกองทัพของฮอนดูรัสนำยวดยานมาจอดขวางรันเวย์ไว้ไม่ให้เครื่องบินลงจอดได้ โดยขณะที่เครื่องบินกำลังเปลี่ยนเส้นทางบนน่านฟ้าของสนามบินฮอนดูรัส ก็มีประชาชนผู้สนับสนุนเซลายาที่มาชุมนุมพากันส่งเสียงเชียร์
 
เซลายาระบุว่าเขาอาจพยายามเสี่ยงกลับประเทศอีกครั้งในวันที่ 6 หรือ 7 ก.ค. นี้ และพยายามนำตัวเองคืนสู่ตำแหน่งประธานาธิบดี ทั้งที่ยังมีกลุ่มรัฐบาลต่อต้านเขาอยู่
 
โดยในช่วงเช้าของวันที่ 6 ก.ค.ตำรวจและทหารออกมาตรวจตราตอมท้องถนนของกรุงเตกูซิกัลปาพร้อมกระบองและด้ามพลองเหล็ก นอกจากนี้ทางการยังได้สั่งปิดสนามบินและยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดตลอด 24 ชั่วโมง
 
 
ผู้ชุมนุมปะทะทหารที่สนามบิน ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว 1 ราย
โดยในวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมามีกลุ่มผู้สนับสนุนเซลายาที่สนามบินและกลุ่มทหารกำลังปะทะกัน มีอย่างน้อยหนึ่งรายเสียชีวิตจากการปะทะกันในครั้งนี้ โดยเหตุปะทะเริ่มจากการที่กลุ่มผู้สนับสนุนเซลายากว่าพันคนพังรั้วใกล้ๆ กับรันเวย์เพื่อมาต้อนรับเซลายา
 
ช่างภาพของสำนักข่าว AP ที่อยู่ในเหตุการณ์รายงานว่า ผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวถูกยิงเข้าที่ศีรษะซึ่งยิงมาจากด้านในสนามบินขณะที่ผู้ชุมนุมพยายามพังรั้ว ส่วนสภากาชาดระบุว่าผู้เสียชีวิตคนดังกล่าวว่าเป็นชายอายุ 19 ปีจากเมืองโอลานโช (Olancho) บ้านเกิดของเซลายา
 
ล่าสุดทราบชื่อ ชายที่เสียชีวิตคนดังกล่าวแล้วคือนายอิซี มูริลโย่ (Isy Murillo)
 
สภากาชาดยังได้รายงานอีกว่ามีประชาชนอย่างน้อย 30 ราย ได้รับบาดเจ็บหลังจากที่กลุ่มผู้รักษาความสงบยิงปืนขู่และฉีดแก๊สน้ำตา
 
ขณะที่เครื่องบินของเซลายากำลังกลับลำเพื่อไปยังเอลซัลวาดอร์ นั้น ผู้สนับสนุนเขาร่วมกันประสานเสียงว่า “พวกเราต้องการหมวกเหล็กสีน้ำเงิน” ซึ่งหมายถึงกองกำลังรักษาความสงบของสหประชาชาติ (Peacekeepers) ผู้ชุมนุมบางคนถึงกับร้องไห้
 
“พวกเรากลัวมาก พวกเราเสียใจเพราะพวกทหารไม่ยอมให้เมล (ชื่อเล่นของมานูเอล เซลายา) กลับมา แต่พวกเราก็จะไม่ยอมพ่ายถอยไป” คาริน อันตูเนซ ผู้ชุมนุมอายุ 27 กล่าว “พวกเราคือประชาชนและพวกเราก็จะเดินขบวนต่อไป เพื่อให้ประธานาธิบดีของพวกเรากลับบ้าน”
 
โดยหลังจากที่เครื่องบินกลับลำออกไปแล้ว ก็มีรถบรรทุกกลุ่มตำรวจขับเข้ามาสั่งให้ทุกคนออกไปจากพื้นที่
 
มาติกัส เซาเซดา นักสิทธิมนุษยชนวัย 65 ปี บอกว่านี่คือสงคราม “ลองจินตนาการดูสิว่า มันจะเลวร้ายขนาดไหนหากประธานาธิบดีบินอยู่เหนือน่านฟ้านี้แล้วแต่พวกเขาก็ไม่อนุญาตให้เขาลงจอด”
 
ขณะเดียวกันประธานาธิบดีมานูเอล เซลายาได้กล่าวขณะอยู่ที่เอลซัลวาดอร์ว่า “ทหารชาวฮอนดูรัส อย่าได้หันปากกระบอกปืนไปยังพี่น้องของพวกเราเองเลย”
 
เขายังได้ในการแถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ (5 ก.ค.) ที่ผ่านมาด้วยว่า “ผมขอเรียกร้องให้ทหารฮอนดูรัสวางปืนลงเสีย” ซึ่งในที่ประชุมแถลงข่าวในครั้งนี้มีประธานาธิบดีของเอลซัลวาดอร์, อาร์เจนตินา, ปารากวัย, เอกวาดอร์ และประธาน OAS ที่บินมาจากสหรัฐฯ ร่วมอยู่ด้วย
 
“ผมต้องเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงเพื่อการแก้ปัญหาในครั้งนี้โดยปราศจากความรุนแรง” เซลายากล่าวต่อ โดยเขาวางแผนจะเดินทางไปยังนิคารากัวต่อ นอกจากนี้ยังได้เรียกร้องให้สหประชาชาติ, องค์การรัฐอเมริกัน, สหรัฐฯ และประเทศในยุโรป “ทำอะไรสักอย่างกับรัฐบาลที่แข็งกร้าวนี้”
 
 
มิเชลเลตตีปฏิเสธไม่มีการเจรจาจนกว่าประเทศจะสงบ
ซึ่งโฮเซ่ มิเกล อินซัลซา ประธาน OAS บอกว่าเขากำลังพยายาม "ดำเนินการทางการฑูตอย่างเหมาะสมเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย"
 
ขณะที่รักษาการประธานาธิบดีของฮอนดูรัส โรเบอร์โต มิเชลเลตตี กล่าวว่าเขาจะไม่ยอมให้มีการเจรจาใดๆ จนกว่า สิ่งต่างๆ จะกลับสู่สภาพปกติ "พวกเราจะอยู่ที่นี่จนกว่าประเทศจะสงบ" มิเชลเลตตีกล่าว "พวกเราเป็นตัวแทนของประชาชนโดยแท้จริง"
 
ขณะที่เลขาธิการสหประชาชาติ บัง คี มูน กล่าวเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ว่าเขารู้สึกเสียใจกับการเสียชีวิตของผู้ชุมนุมในฮอนดูรัส และเรียกร้องให้รัฐบาลปกป้องประชาชน โดยกล่าวว่าพวกเขาควรได้รับสิทธิ์ให้การแสดงความเห็นโดยไม่ถูกข่มขู่
 
เลขาธิการสหประชาชาติยังได้ย้ำคำเดิมว่า รัฐประหารเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้
 
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา ฮอนดูรัสก็ถูกองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) เพิกถอนสมาชิกภาพ เนื่องจากรัฐบาลชั่วคราวของฮอนดูรัสไม่ยอมคืนตำแหน่งให้กับประธานาธิบดีเซลายาภายในสามวันตามกำหนด ซึ่งการถูกเพิกถอนสมาชิกภาพนี้อาจทำให้ฮอนดูรัสต้องประสบความลำบากด้านเงินทุนกู้ยืมจากพหุภาคี ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ก็ได้ระงับความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ฮอนดูรัส ประเทศที่ยากจนเป็นอันดับสามในเขตซีกโลกตะวันตก รองจากเฮติ และนิคารากัว
 
 
ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก
Honduras blocks ousted leader's return, Patrick Markey, Reuters, 06-07-2009
 
Honduras slides toward greater instability, WILL WEISSERT and JEANNETH VALDIVIESO, AP, 06-07-2009 http://news.yahoo.com/s/ap/20090706/ap_on_re_la_am_ca/lt_honduras_coup_155

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์