เอโว โมราเลส ชนะเลือกตั้งโบลิเวียท่วมท้น เป็น ปธน. อีกสมัย

เอโว โมราเลส ปธน. โบลิเวีย ผู้ชูนโยบายสนับสนุนกลุ่มชนพื้นเมือง ชนะการเลือกตั้งในสมัยที่สองด้วยคะแนนเสียง 60 กว่าเปอร์เซนต์ รวมถึงอาจได้ที่นั่งข้างมากทั้งในสภาบนและสภาล่าง คู่แข่งหวั่นอาจกลายเป็นเผด็จการรัฐสภา

 

ฝูงชนที่มาร่วมแสดงความยินดีต่อชัยชนะในการเลือกตั้งของโมราเลส หน้าทำเนียบประธานาธิบดี
(REUTERS/David Mercado)
 
เอโว โมราเลส (ซ้าย) และ อัลวาโร การ์เซีย ลิเนร่า ในพิธีฉลองชัยชนะ
(REUTERS/David Mercado)
 
เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา โบลีเวีย ประเทศในแถบละตินอเมริกามีการเลือกตั้งประธานาธิบดี ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า เอโว โมราเลส ประธานาธิบดีคนก่อนหน้านี้ของโบลิเวีย ชนะการเลือกตั้งได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีอีกสมัย
 
ผลเอ็กซิทโพลล์ วันที่ 6 ธ.ค. ระบุว่า เอโว โมราเลส ผู้ลงสมัครจากพรรคขบวนการสังคมนิยม (Movement for Socialism หรือ MAS) ของโบลิเวียได้รับคะแนนถึง 62 เปอร์เซนต์ นอกจากนี้สมาชิกพรรคของเขายังมีทีท่าว่าจะได้รับเสียงส่วนใหญ่ทั้งในการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ด้วย ขณะที่คู่แข่งของเขา แมนเฟรด เรเยส วิลลา ได้รับคะแนน 23 เปอร์เซนต์
 
ในคืนเดียวกันนั้น โมราเลสออกมากล่าวถึงผลการเลือกตั้งจากระเบียงของทำเนียบประธานาธิบดีว่า "เป็นชัยชนะของการเปลี่ยนแปลง" ขณะที่ประชาชนผู้สนับสนุนเบื้องล่างตะโกนว่าเป็นเอโวอีกครั้งหนึ่งแล้ว
 
"มีอยู่สองหนทางคือ ดำเนินการเปลี่ยนแปลงต่อไป หรือ กลับไปสู่อดีต" โมราเลสกล่าว
 
ขณะที่คู่แข่งทางการเมืองของเขาให้ความเห็นว่า การที่พรรค MAS ได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในทั้งสองสภา อาจกลายเป็นเผด็จการรัฐสภาที่สามารถบงการนโยบายได้ตามใจ และนำไปสู่การปกครองแบบอำนาจนิยมที่สุดโต่ง จากลัทธิบูชาบุคคล
 
เอโว โมราเลส เคยชนะการเลือกตั้งครั้งก่อนหน้านี้ในปี 2005 เขาประกาศว่าตนเองคือประธานาธิบดีชาวอเมริเดียนคนแรก
เขาดำเนินนโยบายสนับสนุนกลุ่มชนชาติพันธุ์ด้วยการสนับสนุนให้สอนภาษาชาติพันธุ์ เช่น ภาษาไอมารา, เควชัวร์ และ กัวรานี แต่นโยบายนี้ก็ดูบีบเค้นจนเกินควรเมื่อ เฟลิซ แพทซี รัฐมนตรีด้านการศึกษาและวัฒนธรรมประกาศว่าใครก็ตามที่ไม่สามารถพูดภาษาชาติพันธุ์ได้นั้นน่าอับอาย และออกจดหมายว่าจะไม่ยอมรับโรงเรียนที่ไม่มีการเปิดสอนภาษาชาติพันธุ์ภายในปีการศึกษา 2007
 
เช้าวันเลือกตั้ง ชาวไอมาราและเควชัวร์ ตั้งใจว่าจะไปลงคะแนนให้กับโมราเลส ขณะที่ ฟิเดล เซอโค ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ และผู้สมัคร ส.ว. ในสังกัดพรรค MAS บอกว่าโบลีเวียเปลี่ยนไปแล้ว และจะไม่ย้อนกลับไปสู่จุดเดิม
 
"เราไม่มีทางถอยกลับแล้ว นี่เป็นเวลาของพวกเรา การตื่นขึ้นของชนชาติพันธุ์ 'พี่' เอโว โมราเลส ยังมีอะไรอีกมากมายต้องทำ ไม่มีใครคิดหรอกว่าเพียงสี่ปีจะเพียงพอหลังจากที่เคยมีการกดขี่ขู่เข็ญมาแล้วถึง 500 ปี"
 
เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ในการประชุมทั่วไปของสหประชาชาติ ก็มีพิธีแต่งตั้งให้โมราเลสเป็น "วีรบุรุษแห่งพระแม่ธรรมชาติ"
 
โมราเลสเคยบอกว่าประชาชนส่วนใหญ่ในโบลิเวียเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ แต่กลุ่มชาติพันธุ์ในโบลีเวียก็ไม่ได้รับการใส่ใจสมัยที่ตกอยู่ใต้การปกครองของสเปน
 
ขณะที่ฝ่ายตรงข้ามของเขาวิจารณ์อีกว่า ท่าทีของแข็งกร้าวของโมราเลสต่อสหรัฐฯ และความเป็นหนึ่งในหัวหอก 'ฝ่ายซ้าย' ในละตินอเมริกา ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ เป็นสิ่งที่เป็นภัยต่อประชาธิปไตย และเป็นการนำโบลีเวียไปในทางเดียวกับสังคมนิยมแบบฮูโก ชาเวซ ประธานาธิบดีของเวเนซุเอลลา ที่เป็นพวกเดียวกัน
 
ชาเวซ เองก็ออกมาแสดงความยินดีต่อชัยชนะในการเลือกตั้งของโมราเลสคืนวานนี้
 
ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับ โบลิเวีย ตึงเครียดขึ้นสมัยรัฐบาลของโมราเลส ทั้งสองฝ่ายต่างถอนทูตของกันและกันในเดือน ก.ย. ปี 2008 และต่อมาก็เกิดความขัดแย้งเรื่องการปลูกโคคา ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าการสนับสนุนการปลูกใบโคคาเป็นการผลิตและค้ายาเสพติดคือโคเคน แต่โมราเลสมองว่าใบโคคาเป็นผลิตพันธ์ท้องถิ่น และไม่ได้เอาไปแปรรูปเป็นโคเคนเช่นที่เข้าใจกัน ความขัดแย้งนี้นำไปสู่การขับไล่เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ (US Drug Enforcement Agency) ออกจากพื้นที่
 
ก่อนหน้าการเลือกตั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างคู่แข่งทางการเมืองในโบลีเวียก็ร้าวฉาน เมื่อแมนเฟรด เรเยส วิลล่า ผู้ลงสมัครหัวอนุรักษ์นิยม กล่าวหาว่ารัฐบาลโมราเลส จัดตั้งกลุ่มคนมาโจมตีบ้านพักของเขา ขณะที่โมราเลสก็บอกว่าฝ่ายตรงข้ามของเขาเป็น "โจร" ที่เขาจะจับเข้าคุกหลังจากการเลือกตั้ง
 
โดยเรเยส วิลล่า เคยเป็นนายกเทศมนตรีเขตโคชาบัมบา ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนับสนุนโมราเลส ซึ่งเรียกร้องให้มีการถอดถอน เรเยส วิลล่า เนื่องจากเขาต่อต้านนโยบายของโมราเลส และสนับสนุนการแบ่งแยกปกครองตนเอง
 
แม้โมราเลสจะได้รับเสียงข้างมาก แต่ก็ถูกต่อต้านโดยกลุ่มนักธุรกิจที่ถูกยึดกิจการเป็นของรัฐ ตั้งแต่อุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติ, น้ำมัน,เหมืองแร่ และโทรคมนาคม โดยโมราเลสนำรายได้ใช้กับนโยบายการศึกษา การคลอดบุตร และคนชรา
 
ซึ่งตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา โบลีเวียก็มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอีกจากการประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
 
แต่ดอเรีย เมดิน่า ผู้ลงสมัครประธานาธิบดีปี 2005 ที่พ่ายแก่โมราเลสบอกว่า ความสำเร็จด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นสิ่งที่คอยฉาบหน้านโยบายระชานิยมที่ไม่ยั่งยืนอยู่
 
 
ที่มา แปลและเรียบเรียงจาก
 
 
ข้อมูลเพิ่มเติมบางส่วนจาก
http://en.wikipedia.org/wiki/Domestic_policy_of_Evo_Morales (เข้าดูเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2009)
 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai