นักกฏหมายสิทธิเตือนสังคม-ตำรวจระวังเกินเส้น กรณี ‘โจ๊ก ไผ่เขียว’

 
18 ธ.ค.53 เครือข่ายนักกฏหมายสิทธิมนุษยชนและเครือข่ายออกแถลงการณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรม โจ๊ก ไผ่เขียว แสดงความเสียใจกับครอบครัวน้องโตมี่ ขณะเดียวกันก็ชี้ว่าบาดแผลที่ศีรษะ 4 นัด และคลิปวีดิโอที่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้าไปยิงซ้ำอาจเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย ควรชันสูตรพลิกศพและไต่สวนการตายอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันสังคมและสื่อมวลชนก็ควรหลุดพ้นจากอคติที่ว่าผู้กระทำความผิดหรือโจรไม่ควรได้รับสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม ความรุนแรงไม่แก้ปัญหาระยะยาว
 
 0000000
 
แถลงการณ์กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมโจ๊ก ไผ่เขียว
18 ธันวาคม 2553
 
            จากกรณีนายชาญชัย ประสงค์ศิล หรือ โจ๊ก ไผ่เขียว อายุ 29 ปี ถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธปืนยิงรถยนต์ เป็นเหตุให้กระสุนปืนถูกเด็กชายโภคินดีผิว หรือ น้องโตมี่ เสียชีวิต เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2553 โดยมีนายนพพล ประสงค์ศิล หรือจิ๊บ ไผ่เขียว น้องชายเป็นผู้ขี่รถจักรยานยนต์ให้นายโจ๊ก ต่อมาวันที่ 11ธันวาคม 2553 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมและวิสามัญฆาตกรรมนายชาญชัย ประสงค์ศิล ที่สมายด์แมนชั่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ล่าสุดได้มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์การวิสามัญดังกล่าวทางอินเตอร์เนต (เวบไซต์ ยูทูป)
 
            การเข้าจับกุมโจ๊ก ไผ่เขียว ตามคลิปวิดีโอดังกล่าว จะเห็นได้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว โดยนายโจ๊กถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อาวุธปืนยิง และได้ยิงซ้ำเพื่อไม่ให้นายโจ๊กสามารถยิงตอบโต้ได้ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นไม่มีเสียงปืนยิงตอบโต้จากนายโจ๊กอีก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าไปยังจุดเกิดเหตุ และได้ยิงซ้ำอีก 3 นัด ทั้งนี้ ข่าวรายงานว่านายโจ๊กถูกกระสุนปืนยิงที่ศีรษะรวม 4 นัด ส่วนบาดแผลบริเวณอื่นไม่ปรากฏรายงาน และเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2553 พล.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อ้างว่าคลิปดังกล่าวมีการตัดต่อ เพราะตนเองไปยังที่เกิดเหตุหลังจากนายโจ๊กเสียชีวิตแล้ว แต่กลับปรากฏภาพของตนก่อนเกิดเหตุการณ์วิสามัญฆาตกรรม ซึ่งเป็นการปฏิเสธเฉพาะในส่วนของตนเอง ไม่ได้ปฏิเสธในรายละเอียดว่าภาพการยิงซ้ำเป็นภาพตัดต่อหรือไม่ อย่างไร
            เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและองค์กรดังมีรายชื่อท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ มีข้อสังเกต ข้อเสนอและข้อเรียกร้องต่อภาคส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้
 
1)    ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวดีผิว ที่ต้องสูญเสียน้องโตมี่ และขอให้มีการเยียวยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการดำเนินการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดจนถึงที่สุดตามกระบวนการยุติธรรม
 
2)    เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ เป็นผู้ที่อยู่ในความเสี่ยงแก่ร่างกายและชีวิต กฎหมายจึงได้คุ้มครองการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กรณีที่มีความจำเป็นต้องป้องกันตนเองหรือประชาชนอื่นให้พ้นจากภยันตราย แล้วก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย จะถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย แต่หากการป้องกันตนเองของเจ้าหน้าที่เป็นไปโดยเกินสมควรแก่เหตุ เจ้าหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบในผลที่เกิดขึ้น จากรายงานข่าวพบว่าบาดแผลจากอาวุธปืนบริเวณศีรษะของนายโจ๊กรวม 4 จุด หากไม่ปรากฏบาดแผลบริเวณอื่นของร่างกาย แสดงว่านายโจ๊กถูกยิงที่ศีรษะ ซึ่งไม่สามารถยิงตอบโต้เจ้าหน้าที่ได้อีก แต่ภาพในคลิปวิดีโอปรากฏว่าเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปถึงตัวนายโจ๊ก ได้ยิงซ้ำอีก 3 นัด เมื่อนายโจ๊กไม่สามารถยิงตอบโต้เจ้าหน้าที่ได้แล้ว การยิงซ้ำดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ไร้มนุษยธรรม และไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเรื่องการป้องกันตัว
 
 
3)    การชันสูตรพลิกศพและการไต่สวนการตายควรได้รับการดำเนินการโดยเร่งด่วนและเป็นไปตามหลักการไต่สวนการตายกรณีที่ผู้ตายเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมหรือการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 150 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เพื่อให้ความจริงปรากฏ โดยเบื้องต้น ต้องมีการสอบสวนผู้ทำให้ตายเพื่อเป็นข้อมูลในการทำสำนวนคดีวิสามัญฆาตรกรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์และนำไปสู่การดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมโดยหน่วยงานที่เป็นอิสระ เพื่อตรวจสอบถ่วงดุลระหว่างกันในกรณีที่ความกงานเจ้าหน้าที่
 
4)    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2552 ในการมอบนโยบายของรัฐบาล ส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัญหายาเสพติด มีใจความว่าการใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามปัญหาใดปัญหาหนึ่งอาจจะดูเหมือนได้ผลในระยะเวลาสั้นๆ แต่สุดท้ายทำให้ปัญหาซับซ้อนและยากต่อการแก้ปัญหามากขึ้น นอกจากนี้ ยังกล่าวอีกว่าการปราบปรามยาเสพติดเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างเด็ดขาด แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย
 
 
ดังนั้น เครือข่ายและองค์กรมีรายชื่อท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินนโยบายปราบปรามยาเสพติดภายใต้กรอบแห่งกฎหมายและการเคารพสิทธิมนุษยชนตามแนวทางของรัฐบาล และรัฐบาลมีความจำเป็นต้องดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพตามแนวนโยบายที่เคยให้ไว้ ไม่ควรชื่นชมหรือให้การสนับสนุนการใช้วิธีการรุนแรงและละเมิดกฎหมายของเจ้าหน้าที่ และควรมีการสอบสวนดำเนินดคีกับเจ้าหน้าที่ในกรณีดังกล่าว เพื่อรักษามาตฐานในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่และเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความระมัดระวังต่อไป 
 
5) สังคมและสื่อมวลชนควรร่วมกันตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และควรหลุดพ้นจากอคติที่ว่าผู้กระทำความผิดหรือโจรไม่ควรได้รับสิทธิตามกระบวนการยุติธรรมหรือควรถูกปราบปรามด้วยวิธีที่รุนแรงเท่าๆ กับพฤติการณ์ของผู้กระทำความผิด โดยเฉพาะบทบาทของสื่อที่ไม่ควรนำเสนอข่าวไปในทางที่สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะอคติดังกล่าวจะทำให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพโดยรวมของประชาชนทั้งสังคมมีมาตรฐานที่ต่ำลงตามไปด้วย และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากขึ้น หากสังคมไทยยินยอมหรือสนับสนุนให้มีการใช้ความรุนแรง
 
การฆ่าไม่อาจยุติการฆ่าและอาชญากรรมในสังคม
 
เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา
 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์