"เจ้ายอดศึก" ไปเนปิดอว์เพื่อเจรจากับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง

ผู้นำกองทัพรัฐฉานเดินทางเยือนเนปิดอว์เพื่อเจรจากับ "เต็ง เส่ง" รวมทั้งเตรียมหารือกับนักการเมืองในพม่า รวมทั้งองค์กรประชาสังคมด้วย โดยก่อนเดินทางได้เขียนจดหมายถึงประชาชนรัฐฉาน ระบุหากไม่เข้าร่วมการเจรจา สิ่งที่ต้องการก็ไม่อาจถึงเป้าหมาย และจะยิ่งทำให้ประชาชนได้รับความลำบาก

สำนักข่าวฉาน (S.H.A.N.) รายงานว่า พล.ท.เจ้ายอดศึก ผู้นำกองทัพรัฐฉาน (S.S.A.) ได้เดินทางไปยังเนปิดอว์ เพื่อเตรียมพบกับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ทั้งนี้ผู้นำกองทัพรัฐฉานยังมีกำหนดพบกับนักการเมือง รวมทั้งมีแผนจะพบผู้นำทางการเมืองอย่างออง ซาน ซูจี และองค์กรประชาสังคมในย่างกุ้งด้วย นอกจากนี้มีรายงานว่าผู้นำรัฐฉานมีแผนที่จะเยือนมัณฑะเลย์ และตองยี เมืองหลวงของรัฐฉานด้วย

โดยก่อนหน้านี้ มีข้อตกลง 4 ข้อที่คณะทำงานด้านสันติภาพของรัฐบาลพม่า (UPWC) ทำไว้กับกองทัพรัฐฉาน  และข้อตกลงเบื้องต้น 8 ข้อที่ทำไว้ที่ตองยี ในเดือนธันวาคมปี 2554 และมีการทำข้อตกลง 11 ข้อ เมื่อวันที่ 16 มกราคมปี 2555 ในการประชุมระดับรัฐบาลสหภาพ และในวันที่ 9 พฤษภาคม 2555 มีการประชุมระดับสหภาพเป็นครั้งที่ 2 ที่เชียงตุงโดยมีข้อตกลง 12 ข้อ และมีการหารืออีกครั้งในวันที่ 27 และ 28 ที่เชียงตุง โดยมีข้อตกลง 9 ข้อเพื่อการแก้ปัญหายาเสพติด โดยในการพบกันครั้งสุดท้ายมีผู้แทนจากสหประชาชาติสังเกตการณ์ด้วย

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในกองทัพรัฐฉานระบุว่า จากข้อตกลงกว่า 40 เรื่องที่ทำไว้กับรัฐบาลพม่า มีเพียง 2 เรื่องเท่านั้นที่ได้รับการปฏิบัติ

นอกจากนี้มีการเผยแพร่จดหมายของ พล.ท.เจ้ายอดศึก ซึ่งเขียนถึงประชาชนในรัฐฉาน ก่อนเดินทางไปยังพม่า โดยตอนหนึ่งระบุว่า "ภารกิจที่ข้าพเจ้าออกเดินทางไปในครั้งนี้ วัตถุประสงค์ก็เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน การเสริมสร้างให้บ้านเมืองเกิดความสงบร่มเย็นในภายภาคหน้า ตลอดจนการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถอาศัยอยู่ได้ด้วยความสงบร่มเย็น และทำมาหากินเลี้ยงชีพ ได้ด้วยสิทธิอันชอบธรรมและความรู้สึกของประชาชนที่เบื่อหน่ายต่อศึกสงครามนั้น ข้าพเจ้าก็เข้าใจและเห็นว่าการจะอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความสงบร่มเย็นนั้นจำต้องริเริ่มจากการสร้างความเชื่อใจต่อกันเป็นสำคัญ หากขาดความเชื่อใจต่อกันการจะร่วมมือกันในการเสริมสร้างให้บ้านเมืองมีความเจริญก้าวหน้านั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ ดังนี้แล้วการที่ทุกฝ่ายจะหันหน้าเข้าหากันนั้นเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากมีความหวาดระแวงต่อกันมากเกินไปก็มีแต่จะก่อศัตรูเพิ่ม แต่หากไม่ระมัดระวังตัวเลย ภารกิจก็อาจจะล้มเหลว ด้วยเหตุนี้ ต้องนำความรู้ มาใช้ให้เท่าทันสถานการณ์ ลดทิฐิหันหน้าเข้าหากัน จึงจะสามารถสร้างความเป็นเอกภาพเดียวกันได้"

"สถานการณ์ในปัจจุบันนี้ สหภาพพม่ามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง การเมืองภายในที่เกิดที่เกิดความวุ่นวายจนเกิดเป็นสงครามกลางเมืองมาเป็นเวลาอันยาวนานนั้น รัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ก็เปิดทางให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากัน ตลอดจนเปิดให้มีการเจรจาร่วมกัน หากเราไม่เข้าร่วมการเจรจา สิ่งที่เราอยากได้หรือต้องการ ก็ไม่อาจยื่นมือถึงเป้าหมาย ในทางกลับกันยิ่งจะส่งผลให้บ้านเมืองและประชาชนต้องได้รับความลำบากทุกข์ยากไปยิ่งกว่าเก่า" ตอนหนึ่งของจดหมายระบุ

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์