ลาสเวกัส : การบริหารจัดการการพนัน & จริยธรรม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

10 กว่าปีที่สัมผัสลาสเวกัส (รัฐเนวาดา) ทำให้ผมได้เห็นอะไรต่างๆเกี่ยวกับการบริหารจัดการอบายมุขของเมืองนี้พอสมควร

จากความเชื่อภายใต้กรอบของทุน(นิยม)ของการจัดการแบบอเมริกัน ซึ่งบัดนี้ความเชื่อดังกล่าวได้กระจายออกไปทั่วโลก ในชื่อ “ทุนเสรี” ซึ่งหมายถึงการทำกิจกรรมต่างๆของมนุษย์ถูกขับเคลื่อนด้วยทุน และเมริกันทั้งเอกชนทั้งรัฐบาลพยายามทำความเชื่อนี้ให้เป็นจริงอยู่เสมอเป็นเวลาเกินกว่าศตวรรษ

หนึ่งในกิจกรรม เหล่านี้ ได้แก่  ความเชื่อในเรื่องการบริหารจัดการด้านอบายมุข ที่ผมมองว่า ลาสเวกัส คือ เมืองต้นแบบ ให้กับเมืองหลายเมืองในอเมริกา เช่น นิวออร์ลีน แอตแลนติกซิตี้  ฯลฯ และเมืองอีกหลายเมืองในโลก เช่น มาเก๊า(จีน) แคนติ้ง(มาเลเซีย) และสถานคาสิโนในประเทศเพื่อนบ้านของไทยเกือบทุกที่

อบายมุข อย่างเช่น การพนัน เหล้า และอื่นๆ ถูกนำมาแปรเปลี่ยนเป็นกิจกรรมธุรกิจภายใต้เงื่อนไขทางด้านกฎหมาย ที่สำคัญ คือ มีการจำกัดพื้นที่ในส่วนของการพนัน

กรณีของลาสเวกัส  น้ำหนักย่อมหมายถึง ธุรกิจบ่อน เมืองนี้เริ่มทำการธุรกิจบ่อน(คาสิโน) ในปี 1931 เรื่อยมาจนเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วโลก ข้อมูลแสดงให้เห็นว่า เป็นเมืองที่มีพัฒนาการตลอดมา ในเชิงของการปรับตัวให้เข้ากับกระแสสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์ความเป็นไปของโลก

บรรยากาศกลิ่นอายลาสเวกัสเมื่อ 10 ปีที่แล้วกับลาสเวกัส ณ วันนี้  จึงแตกต่างกัน ขณะที่เมื่อก่อน ลาสเวกัส เป็นเมืองที่ให้น้ำหนักในด้านบ่อนหรือการพนัน แต่ปัจจุบันเมืองนี้ยังเป็นสถานที่จัดกิจกรรมการประชุม(convention) ระดับโลกอีกเป็นจำนวนมาก

พูดกันว่า ในระบบการพนัน ไม่ว่ากิจกรรมอะไรก็ตาม สามารถนับหรือนำมาเป็นกิจกรรมด้านพนันได้หมด  แม้ลาสเวกัสอาจไม่ได้ตรงกับคำพูดที่ว่าทั้งหมด หากแต่กิจกรรมการพนันหลายอย่างก็ถูกรวบรวมไว้ที่นี่ ทั้งการพนันในอาคารบ่อนและนอกอาคารบ่อนจำพวก สปอร์ตบุ๊ค การแข่งกีฬาต่างๆ ไล่ตั้งแต่แข่งม้า จนถึงแข่งรถ แข่งฯลฯ

ผู้คนจำนวนมากเดินทางมายังเมืองนี้ เพื่อเข้าร่วมเหตุการณ์เฉพาะคราวในช่วงของการจัดกิจกรรมการแข่งขัน เมื่อพวกเขาเดินทางกลับก็ทิ้งสถานที่บางแห่งนอกเมืองลาสเวกัส ให้อยู่เวิ้งว้างแบบซาดิสม์ต่อไป สถานที่นั้นๆก็จะเงียบ จนกว่ากิจกรรมประจำปีจะวนกลับมาใหม่

ในบรรยากาศแบบทะเลทราย (โมฮาเว่) ดูไปแล้ว เหมือนผู้คนตกในสถานการณ์เวิ้งว้างแบบซาดิสม์ เงียบ ร้อน หนาว น้ำแข็ง ลม และฝุ่นดิน เว้นในอาคารบ่อน ที่ทำงานกัน 7 วัน 24 ชั่วโมง

ธุรกิจบ่อนของลาสเวกัสกำกับโดยคณะกรรมการกำกับการพนันของรัฐเนวาดา (Nevada Gaming Control Board) ซึ่งมีหน้าที่ในการคอยดูแลกิจกรรมการพนันให้เป็นตามระเบียบภายใต้กฎหมายของรัฐเนวาดา และคณะกรรมการชุดเดียวกันนี้ต่อมา มีบทบาทในการจัดทำระบบบ่อนทั่วโลก โดยใช้มาตรฐานของรัฐเนวาดาเป็นเกณฑ์ อย่างเช่น บ่อนที่มาเก๊า คณะกรรมการกำกับการพนันของรัฐเนวาด้าก็ไปเซ็ตระบบให้เหมือนกัน ทั้งดูเหมือนมาเก๊า จะจำลองระบบบ่อนของลาสเวกัสไปใช้เกือบทั้งหมด ต่อมามีเจ้าของบ่อนในลาสเวกัสทะยอยไปเปิดกิจการในมาเก๊ากันจำนวนมาก  ที่เห็นก็อย่างสตีฟ วินน์  (Steve Wynn)เจ้าของวินน์รีสอร์ตและคาสิโน รวมถึง นักลงทุนในกลุ่ม Las Vegas Sands Corporation เจ้าของคาสิโนและโรงแรมเวเนเชียน นำโดย นักธุกิจใหญ่ เชลดอน อเดลสัน(Sheldon Adelson)  

เมื่อผมได้คุยกับเจ้าหน้าที่ นักการเมืองท้องถิ่น และคนที่เกี่ยวข้องกับการกำกับบ่อน ซึ่งมีหลายระดับตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับรัฐ ความคิดในการบริหารจัดการบ่อนในระดับนโยบายเปลี่ยนแปลงมาตลอด โดยผู้ที่มีเสียงสำคัญ มาจาก 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายบ่อนกับฝ่ายประชาชน และเป็นสองฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับจากธุรกิจบ่อนโดยตรง

เมืองลาสเวกัสถูกพัฒนามาไกล จากเดิมที่ต้องการให้บ่อนและอบายมุขด้านอื่นๆ เช่น โสเภณี เป็นตัวกระตุ้นในการสร้างสรรค์ ความเจริญด้านวัตถุ และโสเภณีเอง ก็เป็นอีกหมวดหนึ่งของอบายมุข “ซ่อง”ถูกกำหนดให้เป็นธุรกิจระบบกฎหมาย แต่ไม่ใช่ในคลาร์คเค้าน์ตี้  ซึ่งเป็นเค้าน์ตี้ที่เมืองลาสเวกัสตั้งอยู่ ซ่องที่ถูกกฎหมายตั้งอยู่ที่ ไนเค้าน์ตี้ ติดกับคลาร์คเค้าน์ตี้)

รายได้จากบ่อนจำนวนมาก ถูกนำไปใช้ในการอุดหนุนการศึกษาของรัฐและพัฒนาเมืองในด้านต่างๆ ที่กำหนดสัดส่วนโดยกฎหมายท้องถิ่น รวมทั้งมีการกำหนดโซนนิ่งต่างๆ ใช้ระเบียบบังคับเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กและเยาวชน เข้าไปยุ่งกับบ่อน ในขณะที่พวกเขาไม่บรรลุทั้งวุฒิภาวะและนิติภาวะ

คณะกรรมการกำกับบ่อนของเนวาดาทำงานกันอย่างเข้มงวด ถามว่าปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการพนันไหม คงต้องตอบว่า มีการจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากการพนัน และให้การศึกษาที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพนัน หรือ Nevada Council on Problem Gambling  ซึ่งทำหน้าที่เหมือนหน่วยงานในระดับชาติในการป้องและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการพนัน คือ National Council on Problem Gambling  

แต่เมื่อถามว่า ทำไมในรัฐเนวาดายังมีการพนันอยู่ แม้ว่าจะผ่านยุคของการก่อร่างสร้างเมือง และพัฒนาเมืองโดยอาศัยการพนันมาแล้ว พวกที่ทำงานในคณะกรรมการกำกับการพนันของเนวาดาอธิบายให้ฟัง ซึ่งผมขอสรุปเป็นข้อๆดังนี้ครับ

1. เมือง(อย่างลาสเวกัส) ยังต้องอาศัยการรายได้จากการพนันเป็นหลัก แม้ว่าจะมีรายได้จากส่วนอื่นๆ เช่น โรงแรม การจัดประชุม เพิ่มขึ้นก็ตาม ทั้งหมดเกื้อกูลต่อการรายได้และการมีงานทำของผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่น ที่ยังอิงกับธุรกิจบ่อนและธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

2.  เมืองถูกพัฒนาโดยรายได้ธุรกิจบ่อนและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านสวัสดิการสังคม และด้านศึกษา โดยมีการนำรายได้ที่ได้จากการจ่ายภาษีบาปและการบริจาคของบ่อนในสัดส่วนที่สูงไปใช้เพื่อการดังกล่าว

3. นิสัยของผู้คน จำนวนมากชอบเล่นการพนัน สถานพนันสร้างแรงดึงดูดอย่างมหาศาลต่อผู้คนจำนวนมากทั่วโลกให้มาเยือนเมือง(ลาสเวกัสและเมืองอื่นๆ) ถึงอย่างไรคงไม่สามารถปฏิเสธ ความชื่นชอบการพนันของผู้คนไปได้ สำหรับคนที่ชอบเล่นการพนันนั้นอย่างไรเสียก็คงต้องเล่น ขณะที่คนที่ไม่ชอบการพนันก็ย่อมไม่เล่นไม่ว่าจะมีสถานพนันตั้งอยู่อย่างยั่วยวนเพียงใดก็ตาม

4. มีการวางกฎเกณฑ์อย่างเข้มงวดในการเล่นการพนัน  การป้องกันการโกง ระบบรักษาความปลอดภัย ภายในและภายนอกบ่อน

5. การเปิดสถานพนันตั้งอยู่บนพื้นฐานความเชื่อในแง่การแยกแยะด้านการบริหารจัดการธุรกิจกับเรื่องทางศีลธรรม และจริยธรรม ออกจากกัน เรื่องธุรกิจ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องทางด้านศีลธรรมและจริยธรรมเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตามหลักการแบ่งแยกหน้าที่ ตามนโยบายของรัฐ เช่น หน่วยงานที่กำกับและดูแลสถานพนัน(หรืออบายมุขอื่นๆ) ก็ทำหน้าที่ไป ขณะที่หน่วยงานด้านส่งเสริมศีลธรรมและส่งเสริมการศึกษาที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพนันก็ทำหน้าที่ของพวกเขาเช่นกัน 

อีกนัยหนึ่ง คือ รัฐมีหน้าที่เชิงการจัดการ(นโยบาย) ทั้งการควบคุมกำกับกฎกติกา กำกับสถานพนัน  กำกับผู้เล่น และกำกับผู้ที่ไม่สามารถเล่นได้ รวมถึงให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับการพนัน  เช่น ชี้ให้เห็นถึงโทษภัยของการพนันว่าเป็นอย่างไร

รัฐมีหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจการพนันให้อยู่ในความเรียบร้อย  อยู่ในกฎกติกา เพื่อให้รัฐได้ผลประโยชน์ใน 2 ด้าน คือ ผลด้านรายได้เข้ารัฐและการสร้างงานสำหรับประชาชน ตามมติของเสียงส่วนใหญ่ที่มองว่าธุรกิจการพนัน เป็นเรื่องจำเป็นต่อความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจของประชาชนในรัฐเนวาดา

โดยเฉลี่ยแล้วเนวาด้า มีรายได้จากธุรกิจการพนันประมาณ 10,000 กว่าล้านดอลลาร์ ขณะที่ลาสเวกัสเมืองเดียว มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 6,000 กว่าล้านดอลลาร์ต่อปี

ในช่วงเศรษฐกิจอเมริกันตกต่ำ 4-5 ปีที่ผ่านมา เมืองการพนันอย่างลาสเวกัส เป็นเมืองหนึ่งของหลายเมืองในอเมริกาที่ประสบปัญหาเศรษฐกิจซบเซา

สำหรับกรณีของลาสเวกัส ความจริงต้นเหตุไม่ได้มาจากการพนัน แต่มาจากการเก็งกำไรในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ (subprime  crisis) พวกที่ทำงานอยู่ในคณะกรรมการกำกับการพนันของรัฐเนวาดาเลยพากันสรุปว่า การพนันไม่มีวันตายและพวกเขาต้องทำงานอย่างเข้มแข็งในการดูแลบ่อนต่อไป  

ทั้งพวกเขายังมองว่า การบริหารจัดการบ่อนกับประเด็นจริยธรรม ศีลธรรม เป็นคนละเรื่องกัน เพียงแต่ที่เหมือนกันคือ ต้องอาศัยการบริหารจัดการโดยรัฐทั้งคู่

เพราะมาตรฐานของการบริหารจัดการของรัฐนั่นเอง คือ แบบแผนด้านจริยธรรม โดยประชาชน(ผู้มีสิทธิโหวต)ไม่จำเป็นต้องใส่หัวข้อด้านจริยธรรมไว้ในธรรมนูญการบริหารจัดการของรัฐก็ได้

 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์