ใจ อึ๊งภากรณ์: ปฏิรูป หรือ ปฏิกูล?

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ประเทศไทยมีโรคระบาดของการไม่รับผิดชอบ กลุ่มต่างๆ ที่ออกแถลงการณ์ท่ามกลางวิกฤตปัจจุบัน “ให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงความรุนแรง” และให้ “ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากันเพื่อเจรจา” เป็นพวกตอแหล ไม่ซื่อสัตย์ ไม่รับผิดชอบ

สาเหตุที่ผมต้องเขียนแรงๆ แบบนี้คือ กลุ่มคนที่ผมวิจารณ์ข้างบน เป็นคนที่มองว่าผู้ประท้วงที่ต้องการล้มการเลือกตั้งและลดพื้นที่ประชาธิปไตย มีความชอบธรรมเท่ากับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ผมไม่เคยเลือกพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน หรือเพื่อไทยในชีวิตเลย ผมมองว่าเราควรมีพรรคการเมืองของกรรมาชีพกับเกษตรกร แต่การเสนอว่ารัฐบาลเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งเพราะ “โกง” ระบบการเลือกตั้ง เป็นคำพูดของคนโกหก

ถ้าคุณอยากเห็นสังคมสันติ ไม่มีความรุนแรง คุณควรจะร่วมสร้างกระแสให้ม็อบสุเทพกลับบ้านและยอมรับการเลือกตั้ง เพราะถ้าพวกคณบดีต่างๆ เอ็นจีโอ หรือกลุ่มอื่นๆ เป็นส่วนหนึ่งของกระแสนี้ ม็อบสุเทพจะต้องยอมแพ้และเลิกการกระทำที่จะนำไปสู่ความรุนแรง แต่สิ่งที่พวกคุณกำลังทำคือการยุให้สุเทพเคลื่อนไหวต่อ

ยิ่งกว่านี้กลุ่มคนที่ผมขอวิจารณ์ในบทความนี้ เป็นคนที่เคยกวักมือเรียกให้ทหารทำรัฐประหารในอดีต หรือเป็นคนที่ร่วมเสนอแนวคิดว่าประชาชนส่วนใหญ่ “เข้าไม่ถึงข้อมูล” คือไม่มีวุฒิภาวะที่จะมีสิทธิ์เลือกตั้ง และพูดเหมือนกับว่านโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่เป็นเรื่องผิดๆ ที่เขาเรียกด้วยความดูถูกว่า “ประชานิยม” พวกเขาควรพิจารณาตนเอง ควรเริ่มรับผิดชอบกับสิ่งที่ตนเองทำในอดีตเพื่อทำลายพื้นที่ประชาธิปไตยไทย

การสนับสนุนประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่าเราต้องนิ่งเฉยไม่คิดปฏิรูปการเมืองหรือสังคม ตรงกันข้าม ถ้าเราจะพัฒนาพื้นที่ประชาธิปไตย ซึ่งมีน้อยเหลือเกิน เราต้องให้ความสำคัญกับการปฏิรูป

แต่ในไทยตอนนี้มีการพูดถึงความจำเป็นที่จะปฏิรูป โดยสองแนวคิดที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง แนวหนึ่งจริงใจในการขยายพื้นที่ประชาธิปไตย แต่อีกแนวอยากเปลี่ยนระบบให้เผด็จการมีอำนาจมากขึ้น แนวหลังนี้ผมขอเรียกว่า “แนวปฏิกูล”

ผมและเพื่อนสหายได้เสนอ 5 ปฏิรูปที่จำเป็นเร่งด่วนสำหรับสังคมไทย คือ

1. เก็บภาษีในอัตราสูงจากคนรวยอย่างถ้วนหน้า เพื่อลดความเหลื่อมล้ำผ่านการสร้างรัฐสวัสดิการ

2. การยกเลิกกฏหมาย 112 พรบ.คอมพิวเตอร์ และกฏหมายหมิ่นศาลในรูปแบบปัจจุบัน เพื่อเปิดให้พลเมืองมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกตามกระบวนการประชาธิปไตยสากล ซึ่งแปลว่าต้องปล่อยนักโทษความคิดเช่น สมยศ พฤกษาเกษมสุข และคนอื่น อย่างเร่งด่วน

3. ยกเลิกองค์กรอิสระ เพราะองค์กรอิสระทั้งหลายไม่เคยเป็นกลาง และยิ่งกว่านั้นองค์กรที่มาจากการแต่งตั้งโดยทหารหรือคนชั้นสูง เช่นตุลาการรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจเผด็จการเหนือผู้แทนที่ได้รับเลือกมาจากประชาชน นอกจากนี้แนวคิดเรื่อง “องค์กรอิสระ” เป็นแนวคิดที่มองว่าพลเมืองส่วนใหญ่ไม่มีวุฒิภาวะในการลงคะแนนเสียง จึงต้องให้ “ผู้รู้” คอยควบคุมตรวจสอบ ในอนาคตเราจะต้องคานอำนาจหรือตรวจสอบรัฐบาลและรัฐสภาด้วยองค์กรที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น

4. ลดบทบาททางการเมืองและสังคมของทหารลงไป เพื่อไม่ให้ทำรัฐประหารหรือแทรกแซงการเมือง ซึ่งแปลว่าต้องลดงบประมาณ ปลดนายพลจำนวนมาก และนำทหารออกจากสื่อมวลชนและรัฐวิสาหกิจ

5. สร้างมาตรฐานสิทธิมนุษยชน ด้วยการนำฆาตกรรัฐมาขึ้นศาล ไม่ว่าจะเป็นทหารระดับสูง อภิสิทธ์ สุเทพ หรือ ทักษิณ และต้องมีการยอมรับอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศอีกด้วย

ใครที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดทั้ง 5 ข้อได้ที่ http://turnleftthai.blogspot.co.uk/

พวกเราไม่เคยคิดว่าเรามีสิทธิ์ผูกขาดแนวคิดเรื่องการปฏิรูปการเมืองและสังคม มีกลุ่มคนอีกมากมายที่มีข้อเสนอที่น่าฟัง เช่นคณะนิติราษฏร์เป็นต้น ประเด็นอื่นๆที่เราต้องปฏิรูปในระยะยาวก็มีอีกมากมาย

แต่ผมขอฟันธงว่าการปฏิรูปที่ไม่รวมแนวคล้ายๆ 5 ข้อพื้นฐานข้างบนนี้ เป็นเพียง “ปฏิกูล” ที่จะทำลายประชาธิปไตยและทำให้สังคมโสโครกเปรอะเปื้อน

 

 

 

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์