ป.ป.ช.จัดชุดใหญ่สอบ 'จารุพงศ์-ณัฐวุฒิ' ยุยงใช้ความรุนแรง-เตรียมแบ่งแยกประเทศ

เผยมติให้ ป.ป.ช. ทั้งคณะไต่สวนกรณี จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ -  ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อปราศรัยที่ จ.นครราชสีมา เข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ เพราะปราศรัยยุยงใช้ความรุนแรง เตรียมแบ่งแยกประเทศ และไต่สวน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพราะทราบเรื่องแล้วแต่ยังนิ่งเฉย

18 มี.ค. 2557 - สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติให้รับเรื่องกล่าวหา  น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ พร้อมพวกรวม 14  คน ไว้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง ตามหมวด 4 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต  พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2554 ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งคณะเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมอบหมายให้นายวิชัย วิวิตเสวี กรรมการ ป.ป.ช. และนายปรีชา เลิศกมลมาศ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นกรรมการผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง

กรณีที่เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ยกเว้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ร่วมกันจัดเวทีปราศรัยที่อาคารลิปตพัลลภฮอลล์ ในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา โดยใช้ชื่อว่า “นปช.ลั่นกลองรบ” โดยผู้ร้องเรียนได้กล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหาปราศรัยในลักษณะยุยงให้ใช้ความรุนแรง ให้จัดตั้งกองกำลังคนเสื้อแดงข่มขู่องค์กรอิสระ ศาล ยุยงให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ให้มีการแบ่งแยกราชอาณาจักรไทยออกเป็น 2 ส่วน ถือเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติ ประชาชน และเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชา มีอำนาจสั่งยับยั้งและสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการได้ แต่เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงตามสื่อมวลชนว่า มีการกระทำการดังกล่าวอันเป็นความผิดต่อกฎหมายเกิดขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กลับไม่ดำเนินการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงใดๆ นอกจากนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะ รมว.กลาโหม มีอำนาจหน้าที่ในการบังคับบัญชา และรับผิดชอบในการกำหนดนโยบายของกระทรวงกลาโหม ให้ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและรักษาความมั่นคงของราชอาณาจักร จากภัยคุกคามทั้งภายนอกและภายในประเทศ แต่กลับนิ่งเฉยไม่ยอมดำเนินการใดๆ จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติหรือประชาชน หรือกระทรวงกลาโหม ทำให้ ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องกล่าวหาดังกล่าว และตั้ง ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะไต่สวนข้อเท็จจริง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์