ชาวบ้านศรีสะเกษเตรียมยื่นหนังสือถึงรัฐบาล หลัง จนท.อ้างคำสั่ง คสช.รุกที่ทำกิน

ชาวบ้านศรีสะเกษเดือดร้อน เตรียมยื่นหนังสือถึงรัฐบาลกรณีถูกไล่ออกจากที่ทำกิน หลังเจ้าหน้าที่อ้างคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 64 ไล่รื้อ-ดำเนินคดีชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 ชาวบ้านจาก ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางกู่ จ.ศรีสะเกษ ที่ได้รับผลกระทบเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย มาร่วมประชุมเพื่อเตรียมยื่นหนังสือเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากรัฐบาลให้แก้ไขปัญหาตามนโยบายโฉนดชุมชน เพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนจากการที่เจ้าหน้าที่รัฐอ้างคำสั่ง คสช.ที่ 64 /2557  เพื่อเข้ามาทำการขับไล่ชาวบ้านให้ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง และอพยพออกจากพื้นที่ รวมทั้งมีการแจ้งความดำเนินคดี โดยอ้างว่าบุกรุกที่สาธารณประโยชน์โคกป่าแดง ทั้งที่ได้มีการวัดแนวเขตร่วมกันและปักเสารั้วเป็นที่ชัดเจน ขณะที่ชาวบ้านชี้แจงว่าได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่มาแต่สมัยบรรพบุรุษ จนบางพื้นที่ได้มีการออกเอกสารสิทธิให้แล้ว

นายโสม ศรีวัง ชาวบ้านจาก ต.สำโรงปราสาท อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เล่าว่า โดยแท้จริงแล้วตามแนวเขตเดิมชาวบ้านไม่ได้มีการคัดค้านแต่อย่างใด โดยช่วงนั้นประมาณปี 2515 ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งประชาชนในหมู่บ้านได้ร่วมกันทำขึ้น เพื่อกำหนดเป็นแนวเขตระหว่างที่สาธารณประโยชน์กับที่ชาวบ้าน แต่ต่อมามีความพยายามของหน่วยงานภาครัฐที่จะออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง จึงมีหนังสือคำสั่งอำเภอที่ 357/2539 แต่งตั้งคณะกรรมการชี้แนวเขต โดยได้ทับรวมเอาที่ดินทำกินของชาวบ้านและที่มีเอกสารสิทธิเข้าไปด้วย นอกจากนี้ได้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิชาวบ้านเมื่อปี 2551 โดยที่ชาวบ้านได้ถือครองและใช้ประโยชน์ทำกินมาก่อน

นายโสมกล่าวด้วยว่า ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ได้ต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) กระทั่งมีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับจังหวัดภายใต้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่สาธารณประโยชน์ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้างและเหมืองแร่ ที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายถาวร  เสนเนียม) เป็นประธานลงนามคำสั่งวันที่ 7 มีนาคม 2554 มีมติให้ชะลอและยุติการกระทำใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อชาวบ้านไว้ก่อน ล่วงมาถึงปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐได้อาศัยจังหวะ โดยอ้างคำสั่ง คสช.ที่ 64 / 2557 เข้ามาดำเนินการให้ชาวบ้านรื้อถอน และอพยพออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้าน กล่าวหาบุกรุกที่สาธารณประโยชน์อีกครั้ง

“แม้จะมีหนังสือจากจังหวัดศรีสะเกษ ให้ชะลอการไล่รื้อและยุติดำเนินการใดๆ ที่จะก่อให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ ตามมติที่ประชุมระหว่างพีมูฟกับหน่วยงานภาครัฐ ที่ทำสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี เมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา แต่ด้วยชาวบ้านเกรงว่าจะมีความไม่ปลอดภัยในการดำเนินชีวิตเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาอีก เพราะหากถูกขับไล่ และถูกดำเนินคดีอีก ชาวบ้านรวมทั้งลูกหลานก็จะไม่มีที่อยู่ จึงมีการประชุมกันเพื่อเรียกร้องให้ยุติการไล่รื้อ และขอให้รัฐบาลร่วมแก้ไขปัญหาตามนโยบาย และตามที่ได้มีการดำเนินการในรูปแบบโฉนดชุมชนมาแต่รัฐบาลที่ผ่านมาเป็นการต่อไป” นายโสม กล่าว

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์