หลวงพ่อคูณแห่งวัดบ้านไร่ ด่านขุนทด ละสังขารแล้ว

โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา แถลง หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ มรณภาพแล้วตั้งแต่เวลา 11.45 น. - โดยเป็นการมรณภาพในวัย 92 ปี ของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้มีชื่อเสียงด้านปลุกเสกวัตถุมงคล และงานสาธารณกุศลในภูมิภาค เจ้าของวาทะ "กูให้มึง"

(ที่มาของภาพ: ธรรมจักรด็อทเน็ต)

วันนี้ (16 พ.ค.) โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ออกประกาศโรงพยาบาล เรื่อง อาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ) ฉบับที่ 4 มีใจความว่า "วันนี้ (16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558) คณะแพทย์ผู้ทำการรักษา รายงานว่า พระเทพวิทยาคมมีอาการโดยรวมทรุดลง ได้มรณภาพแล้ว เมื่อเวลา 11.45 น. จึงประกาศมาเพื่อทราบ คณะกรรมการแพทย์ผู้ทำการรักษา โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาและโรงพยาบาลศิริราช"

หลวงพ่อคูณ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2466 ที่บ้านไร่ หมู่ 6 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ในครอบครัวชาวนา บิดาชื่อ นายบุญ ฉัตรพลกรัง มารดาชื่อ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 3 คน คือ พระเทพวิทยาคม (คูณ ปริสุทโธ) นางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ นางทองหล่อ เพ็ญจันทร์

เนื่องจากบิดามารดาของหลวงพ่อคูณ ได้เสียชีวิตลงในขณะที่ลูกทั้ง 3 คน ยังเป็นเด็ก หลวงพ่อคูณกับน้องๆ จึงอยู่ในความอุปการะของน้าสาว สมัยที่หลวงพ่อคูณอายุ 6-7 ขวบ ได้เข้าเรียนหนังสือ กับพระอาจารย์เชื่อม วิรโธ พระอาจารย์ฉาย และพระอาจารย์หลี ทั้งภาษาไทย และภาษาขอม นอกจากนี้พระอาจารย์ทั้ง 3 ยังมีเมตตาอบรมสั่งสอนวิชา คาถาอาคม เพื่อป้องกันอันตรายต่างๆ ให้แก่หลวงพ่อคูณด้วย

โดยในปี พ.ศ. 2487 หลวงพ่อคูณอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดถนนหักใหญ่ ตำบลกุดพิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ได้รับฉายาว่า ปริสุทโธ หลังจากที่หลวงพ่อคูณอุปสมบทเป็นพระภิกษุเรียบร้อยแล้ว ท่านได้ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อแดง วัดบ้านหนองโพธิ์ ตำบลสำนักตะคร้อ อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นพระนักปฏิบัติทางด้านคันถธุระ และวิปัสสนาธุระ จากนั้นหลวงพ่อแดงจึงพาหลวงพ่อคูณไปฝากตัวเป็น ลูกศิษย์หลวงพ่อคง พุทธสโร ซึ่งหลวงพ่อทั้งสองรูปนี้ เป็นเพื่อนกันต่างให้ความเคารพซึ่งกันและกัน

โดยเมื่อปฏิบัติธรรมจนชำนาญ หลวงพ่อคูณก็ออกธุดงค์ จาริกอยู่ในเขตจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นจึงจาริกออกไปไกล ๆ กระทั่งถึงประเทศลาว และประเทศกัมพูชา มุ่งเข้าสู่ป่าลึก เพื่อทำความเพียร และหลังจากที่พิจารณาเห็นสมควรแก่การปฏิบัติแล้ว หลวงพ่อคูณจึงออกเดินทางจากประเทศกัมพูชาสู่ประเทศไทย เดินข้ามเขตด้านจังหวัดสุรินทร์ สู่จังหวัดนครราชสีมา กลับบ้านเกิดที่บ้านไร่ จากนั้นจึงเริ่มดำเนินการก่อสร้างถาวรวัตถุทาง พระพุทธศาสนา โดยเริ่มสร้างอุโบสถ พ.ศ. 2496 นอกจากการก่อสร้างอุโบสถแล้ว หลวงพ่อคูณยังสร้างกุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ขุดสระน้ำไว้เพื่ออุปโภคและบริโภค และสร้างโรงเรียนสำหรับชุมชนบ้านไร่ด้วย

หลวงพ่อคูณ เริ่มมีชื่อเสียง ได้รับการเคารพนับถือในระดับประเทศเมื่อปี พ.ศ. 2536 ในเหตุการณ์โรงแรมโรยัลพลาซ่า จ.นครราชสีมาถล่ม โดยหนึ่งในผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง ระบุว่าฝันเห็นหลวงพ่อคูณ นอกจากนี้หลวงพ่อคูณยังเดินทางมาให้กำลังใจอาสาสมัครที่ทำงานค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพังด้วย

เพลง "หลวงพ่อคูณ" โดยคาราบาว

สุทธิชัย หยุ่น แห่งเดอะเนชั่น สัมภาษณ์หลวงพ่อคูณ ถึงวัดบ้านไร่ ในสมัยที่บรรหาร ศิลปอาชาเป็นนายกรัฐมนตรี

ในปี พ.ศ. 2537 วงคาราบาว ได้แต่งเพลง "หลวงพ่อคูณ" ด้วยโดยอยู่ในอัลบั้ม "คนสร้างชาติ" มีท่อนหนึ่งในเพลงว่า "...ลูกศิษย์ ลูกหา มากมี ทั้งรัฐ-มนตรี ส.ส. ก็มากมาย ขอพร กันไม่ ขาดสาย หลวงพ่อบอก ไอ้นาย รุ่นกู ให้-มึง ทั้งนัก-มวย นักเลง นักเล่น ดารา ดวงเด่น ศรัทธา จนน่า-ทึ่ง หลวง-พ่อคูณ รุ่นกู ให้มึง ก็แล้วแต่ พวกมึง จะนึกถึง ชั่ว-ดี ชั่ว-ดี อยู่ใน กะโหลก มาเขก โป๊ก โป๊ก จำไว้ ให้ดี..." ฯลฯ

ต่อมาในการแสดงคอนเสิร์ตของคาราบาว "ปิดทองหลังพระ" ที่อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก เมื่อ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ที่จัดเพื่อปิดการโปรโมตอัลบั้ม "15 ปี คาราบาว หากหัวใจยังรักควาย" ก่อนจัดคอนเสิร์ต ยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว หัวหนาวง ได้เดินทางไปยังวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เพื่อนำเงินรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตก่อนหน้านั้นสมทบทุนสร้างโรงพยาบาล มอบให้แด่ หลวงพ่อคูณ ซึ่งก่อนทำการแสดงมีการถ่ายทอดผ่านดาวเทียมการให้พรของหลวงพ่อคูณจากวัดบ้านไร่แบบสด ๆ พร้อมกับโปรยน้ำมนต์ที่ผ่านการปลุกเสกแล้วจากท่านแก่ผู้เข้าชม เพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย

ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ มาที่วัดบ้านไร่วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2538 เพื่อทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่บุษบกเหนือพระอุโบสถวัดบ้านไร่ และมีการจัดสร้างพระยอดธงรุ่นแรกหรือรุ่นทูลเกล้าเนื่องในโอกาสดังกล่าว

ในครั้งนั้นหลวงพ่อคูณ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเงินปัจจัย 72 ล้านบาท โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริและเงินจำนวนดังกล่าวให้กรมชลประทานดำเนินการโครงการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวด่านขุนทด ภายใต้ชื่อ "โครงการพัฒนาลำน้ำสาขาห้วยสามบาท อันเนื่องมาจากโครงการพระราชดำริ"

ในปี พ.ศ. 2546 หลวงพ่อคูณ เป็นผู้หนึ่งที่กล่าวสนับสนุนสงครามปราบยาเสพย์ติดที่ทำให้มีการฆ่านอกกระบวนการทางกฎหมายหลายพันรายในสมัยนั้น และเคยกล่าวถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นเทียบจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และกล่าวด้วยว่า "ฆ่าคนขายยาบ้าบาปเท่ากับตบยุงตาย 1 ตัว"

ในช่วงบั้นปลาย หลวงพ่อคูณ มีอาการอาพาธ ไม่สามารถรับกิจนิมนต์ได้ตามปกติ แต่มักจะมีลูกศิษย์นำวัตถุมงคลมาให้ปลุกเสกถึงสถานที่รักษาตัว เมื่อมีภาพการนำหลวงพ่อคูณมาประกอบพิธีปลุกเสกเผยแพร่ออกไป จึงมีเสียงวิจารณ์ว่าไปรบกวนการพักรักษาตัวของหลวงพ่อคูณ ขณะที่ล่าสุดตั้งแต่เช้ามืดของวันที่ 15 พ.ค. ที่ผ่านมา หลวงพ่อคูณมีอาการหยุดหายใจ ทำให้ถูกนำส่งไปรักษาอาการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา จนกระทั่งละสังขารในวันนี้ (16 พ.ค.)

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์