แม่ยืนยัน ผู้คุมซ้อม'แดง ชินจัง' เรือนจำขอเวลาสอบสวน 2 สัปดาห์ แต่เบื้องต้นไกล่เกลี่ยคู่กรณีแล้ว

แม่ของ แดง ชินจัง ยืนยันเห็นบาดแผลระบุลูกระบุถูกผู้คุมชื่อสันติซ้อมจนฟันหัก เรือนจำรับสอบสวนได้ข้อสรุปภายใน2สัปดาห์เบื้องต้นยอมรับว่าเกิดจากความเครียดของผู้คุม หลังเป็นข่าวสวัสดิภาพผู้ต้องขังดีขึ้น ไม่ถูกแยกขังและญาติสามารถเยี่ยมได้ในเวลาราชการ โดยก่อนหน้านั้นเยี่ยมได้เพียงสัปดาห์ละ1วัน

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพจดหมายลายมือลงชื่อ นางจิตรทิวา เจนประโคน บนเฟซบุ๊ก โดยในจดหมายจ่าหน้าถึง ผู้บัญชาการเรือนจำมีนบุรี โดยเนื้อหาในจดหมายระบุว่า นายยงยุทธ บุญดี หรือเป็นที่รู้จักกันดีในนาม แดง ชินจัง คนเสื้อแดงวัย 27  ปี  บุตรชายของนางจิตรทิวาซึ่งเป็นผู้ต้องขังอยู่ในเรือนจำมีนบุรีว่านายยงยุทธได้ถูกเจ้าหน้าที่ในเรือนจำชื่อนายสันติ( ไม่ระบุนามสกุล)ทำร้ายร่างกายนั้น

ประชาไทได้ไปพบกับนางจิตรทิวา โดยนางจิตรทิวาได้เล่าว่า ในช่วงบ่ายของวันที่ 10 สิงหาคม 2558 ตนเองและกลุ่มเพื่อนของยงยุทธ ได้เดินทางไปเยี่ยมนายยงยุทธผู้เป็นบุตรชายที่เรือนจำ เนื่องจากเป็นกิจกรรมในเทศกาลวันแม่ เรือนจำมีนบุรีได้อนุญาตให้ญาติได้เข้าเยี่ยมและรับประทานอาหารร่วมกับผู้ต้องขังอย่างใกล้ชิด

จากการพบกันทำให้ผู้เป็นมารดาได้พบเห็นรอยบาดแผลบริเวณปากของบุตรชาย จึงได้สอบถาม นายยงยุทธจึงได้เล่าให้ฟังว่า ในวันพฤหัสที่ 6 สิงหาคม 2558 ทางเรือนจำได้จัดให้มีกิจกรรมสันทนาการของผู้ต้องขังโดยมีการเปิดเพลงให้ฟัง นายยงยุทธ มีลักษณะนิสัยชอบสนุกสนานจึงโห่ร้องตามเสียงเพลง

หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรม ยงยุทธ ถูกนำตัวมาควบคุมตัวไว้ที่ห้องขัง เนื่องจาก ยงยุทธถูกขังแบบจำกัดบริเวณ จึงได้มีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ชื่อนายสันติ (ไม่ระบุนามสกุล) ได้มาเรียกตัว ยงยุทธ ออกไปจากห้องขังแล้วจึงได้ทำร้ายร่างกายของยงยุทธโดยการเตะที่บริเวณต้นขาและลำตัวหลายครั้งและยังได้เตะบริเวณปลายคางจนทำให้ฟันหน้าด้านล่างของยงยุทธหักไปครึ่งซีกพร้อมกับมีบาดแผลที่ริมฝีปาก นายยงยุทธคิดว่าการแสดงออกของเขาทำให้ผู้คุมเข้าใจผิดว่าเป็นการโห่ร้องล้อเลียนผู้คุมจึงเกิดความโกรธเคือง

นายยงยุทธ ยังได้บอกกับมารดาและคณะผู้มาเยี่ยมด้วยว่าเหตุความรุนแรงดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก แต่มีเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้วกับผู้ต้องขังสองคคนโดยเจ้าหน้าที่คนเดียวกัน  และผู้ต้องขังที่ถูกทำร้ายร่างกายยินดีที่จะเป็นพยานระบุตัวเจ้าหน้าที่ๆใช้ความรุนแรงกับพวกเขาได้

หลังจากการเข้าเยี่ยมผู้ต้องขัง จิตรทิวาและเพื่อนจึงได้ขอเข้าพบกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบจากเหตุการที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไม่ได้แจ้งชื่อ-ตำแหน่ง ได้ให้นางจิตรทิวาและคณะเข้ายื่นจดหมายพร้อมกับรับปากว่าจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงในทันที

11 สิงหาคม 2558 หลังจากการยื่นจดหมายร้องเรียนหนึ่งวัน จิตรทิวาได้รับโทรศัพท์โดยผู้ที่แจ้งตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบว่าได้ให้คู่กรณีคือ ยงยุทธ ผู้ต้องขังและ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ชื่อ สันติ มาพูดคุยปรับความเข้าใจกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระบุว่าเหตุที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากความเครียดของเจ้าหน้าที่ และได้แจ้งว่าทางเรือนจำได้ให้อิสรภาพกับ ยงยุทธหรือชินจังมากขึ้นโดยให้ย้ายมาอยู่แดนนอกไม่ถูกจำกัดบริเวณ

หลังการพูดคุยประชาไทได้โทรไปสอบถามกับทางเรือนจำมีนบุรีโดยแจ้งขอสอบถามกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับผิดชอบ ทางเรือนจำได้ยืนยันตามที่นางจิตรทิวาได้เล่าและแจ้งว่าทางเรือนจำจะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดอีกครั้งและจะแจ้งมายังมารดาของผู้ต้องขังอีกครั้งภายในสองสัปดาห์

นางจิตรทิวาได้กล่าวต่อว่าจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เรือนจำให้อิสรภาพกับนายยงยุทธมากขึ้น ไม่ต้องถูกแยกขังและญาติผู้ใกล้ชิดสามารถเข้าเยี่ยมได้ทุกวันทำงานราชการ ซึ่งจากเดิมสามารถเยี่ยมได้เฉพาะวันอังคารเท่านั้น

เกี่ยวกับคดีความของ ยงยุทธ บุญดี บุญดี หรือ แดง ชินจัง  นายเสรีวัฒน์ ศรีโยหะ ทนายความได้ให้ข้อมูลว่า หลังจากถูกจับกุมตัว ยงยุทธถูกเจ้าหน้าที่เข้าทำการสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวพันกับความรุนแรงในหลายเหตุการณ์ได้แก่ คดียิง M79 ใส่ ธ.พานิชย์สาขาซาฟารีเวอลด์ ยิงM79 ใส่อาคารชินวัตร3 ย่านพหลโยธิน และ การยิง M79 ใส่บริเวณหน้าห้างบิ๊กซี ราชดำริ  แต่ในปัจจุบันได้มีคดีที่สิ้นสุดแล้วเพียงแค่คดีเดียวคือ คดียิง M79 ใส่ ธ.ไทยพานิชย์สาขาซาฟารีเวอลด์  ศาลพิพากษาจำคุก 9 ปี แต่เนื่องจากจำเลยสารภาพจึงลดให้กึ่งหนึ่งเหลือ 4 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา. นายเสรีวัฒน์กล่าวต่อว่านายยงยุทธได้สอบถามต่อตนเสมอว่าคดีที่เหลือเมื่อไหร่จะมีการไต่สวนพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อยุติ. แต่ปัจจุบันคดีที่เหลือทั้งหมดยังอยู่ในชั้นเจ้าพนักงานสอบสวนเท่านั้น

 

เกี่ยวกับนายยงยุทธ บุญดี หรือ แดง ชินจัง
 


ภาพจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ เสรีไทย ปราบกบฏ 2014

นางจิตรทิวา เจนประโคน มารดาของ นายยงยุทธให้ข้อมูลว่า นายยงยุทธเป็นชาวร้อยเอ็ด ทำงานก่อสร้างเช่นเดียวกับแม่และพ่อเลี้ยง เพื่อนที่คุ้นเคยเล่าให้ฟังว่าเขามักไปชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างน้อยตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยมีเอกลักษณ์เป็นที่รู้จักของผู้ชุมนุมเนื่องจากมักจะใส่เสื้อกล้ามสีแดง กางเกงสีแดง และใส่วิกผมหยิกฟูสีแดง ต่อมายงยุทธได้รับจ้างทำงานก่อสร้างให้กับคนเสื้อแดงที่เขารู้จัก

เพื่อนสนิทของเขาได้เล่าต่อว่า ยงยุทธไปชุมนุมบ่อยครั้งแต่ไม่ได้เป็นการ์ด เขาเป็นคนอารมณ์ดี ชอบดื่มเหล้า คนเสื้อแดงก็ชอบซื้อเหล้าให้ดื่มประจำ เมื่อดื่มเหล้าแล้วก็จะไม่ลุกไปไหนและเคยหลับอยู่จนยุติการชุมนุมก็มี 

เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา แม่ของยงยุทธได้พยายามติดตามหาลูกชาย โดยไปสอบถามที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และ สน.แห่งหนึ่ง จากนั้นจึงไปที่กองบังคับการปราบปราม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองปราบแจ้งว่าหลังจากมีการแถลงข่าวการจับกุมแล้วทหารก็ได้นำตัวยงยุทธไปโดยไม่ทราบว่านำไปไว้ที่ใด 

นายยงยุทธ ถูกตำรวจและทหารราว 40-50 นายเข้าจับกุมที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์คือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานทูตอังกฤษ ต่อมาวันที่ 1 ส.ค.2557 ตำรวจภูธรภาค 1 ได้แถลงข่าวการจับกุมนายยงยุทธตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่299/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค.57 โดยทหารควบคุมตัวได้ที่เชียงใหม่ก่อนส่งตัวให้ตำรวจ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.  ระบุว่าการจับกุมนี้เป็นการขยายผลในคดีอาวุธสงคราม และนายยุทธรับสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุยิงระเบิด M79 ใส่อาคารชินวัตร3, เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ, ขว้างระเบิด RGD5 ใส่เวทีกปปส.ระยอง ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาถนนเลียบคลอง2, ยิง M79 ใส่ห้างโลตัส สาขาสุวินทวงศ์และแจ้งวัฒนะ และเป็นผู้มีส่วนรู้เห็นในการยิง M79 ใส่สำนักงาน ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น มีเครื่องกระสุนปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมียุทธภัณฑ์ ประเภทวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หากนับตั้งแต่มีข่าวการจับกุมตัวนายยงยุทธที่แพร่สะพัดในเฟซบุ๊ก ถือว่าเขาถูกควบคุมรวมทั้งสิ้น 12 วันแล้ว ซึ่งถือเป็นการควบคุมตัวนอกกฎหมาย และไม่ทราบว่าในระหว่างการถูกควบคุมตัวได้เกิดอะไรขึ้นกับนายยงยุทธบ้าง 

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์