“น่าเชื่อว่าจะแจก” ตร.บ้านโป่งแจ้งข้อหา ม.61 ขัง 3NDM -1 นักข่าวประชาไท ส่งศาลพรุ่งนี้

ตำรวจไม่ให้ประกันตัว 1 นักข่าวประชาไท 3 สมาชิกกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (NDM) นอนห้องขัง สภ.บ้านโป่ง 1 คืน หลังถูกแจ้งข้อหาผิด ม.61 วรรค 2 พ.ร.บ.ประชามติ จากการมีเอกสารรณรงค์ประชามติในรถของสมาชิกคนหนึ่ง ตำรวจเตรียมสอบสวนและส่งศาลราชบุรีเพื่อฝากขังพรุ่งนี้ ล่าสุดจับเพิ่มอีก 1 'เหน่อ' นศ.แม่โจ้


ภาพโดย ศรีไพร นนทรีย์


10 ก.ค.2559 เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ไม่อนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา 4 คนในชั้นสอบสวน โดยตำรวจระบุว่าทั้ง 4 คนมีเอกสารรณรงค์ประชามติและมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมาทำการแจกเอกสาร ซึ่งเป็นข้อหาตามมาตรา 61 วรรค 2 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ที่ระบุถึงความผิดในการร่วมกันดำเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียงในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริงหรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างหนึ่งอย่างใด หรือไม่ออกเสียง

ในบันทึกการจับกุม ตำรวจระบุพฤติการณ์การจับกุมว่า "เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากประชาชนอ้างว่าเป็นพลเมืองดีและศูนย์วิทยุ สภ.บ้านโป่ง ว่ามีบุคคลใช้รถยนต์กระบะเชฟโรเลท หมายเลขทะเบียน XXX บรรทุกอุปกรณ์สิ่งของท้ายรถมีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าจะมาทำการแจกเอกสาร แผ่นพับ ใบปลิวในเรื่องรณรงค์ต่อต้านการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญในเขต อ.บ้านโป่ง ต่อมาจากการสืบสวนพบว่ารถยนต์คันดังกล่าวจอดอยู่ถนนทรงพล เทศบาลเมืองบ้านโป่ง เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวขอตรวจค้นรถดังกล่าว"
 

ในบันทึกการจับกุมระบุว่า พบของกลาง คือ แผ่นไวนิลข้อความ "นายกไทยใครๆ ก็โดนล้อ" 1  แผ่น ไมโครโฟน ลำโพง ที่่คั่นหนังสือ "โหวตโน" , จุลสาร การออกเสียง จำนวน 66 ฉบับ, แผ่นเอกสาร ปล่อย 7 นักโทษประชามติโดยไม่มีเงื่อนไข 21 แผ่น, แผ่นเอกสาร ความเห็นแย้ง 2 ฉบับ, เอกสารแถลงการณ์คณะนิติราษฎร์ ฉบับลงประชามติ 9 ฉบับ, เอกสารจะใช้สิทธิลงประชามตินอกเขตจังหวัดทำอย่างไร 70 ฉบับ และสติ๊กเกอร์โหวตโน

ภาพ เมื่อเวลา 16.45 น หลังจากที่ทนายจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมาถึง จนท.ตร.ได้เข้าค้นรถรอบที่ 3 พร้อมให้แจ้งที่มาของเงิน และได้ยึดกล่องบริจาคไว้ (ภาพโดย ศรีไพร นนทรีย์)


อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทั้งหมดไม่ยินยอมเซ็นบันทึกการจับกุมและไม่ให้ปากคำใดๆ จนกระทั่งทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเดินทางถึง สภ.บ้านโป่ง จึงมีการสอบสวน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ให้ประกันตัวและนำทั้ง 4 คนไปควบคุมตัวไว้ในห้องขัง สภ.บ้านโป่งเพื่อทำการสอบสวนทีละคนภายในคืนนี้ คาดว่าจะนำตัวทั้ง 4 คนขึ้นศาลจังหวัดราชบุรีเพื่อขออำนาจฝากขังในวันพรุ่งนี้เช้า

ทั้ง 4 คน ประกอบด้วย ปกรณ์ อารีกุล อนุชา รุ่งมรกต อนันต์ โลเกตุ สมาชิกขบวนการประชาธิปไตยใหม่ นอกจากนี้ยังมีผู้สื่อข่าวประชาไทที่ติดตามเข้าไปทำข่าวด้วย คือ ทวีศักดิ์ เกิดโภคา

ทวีศักดิ์ยืนยันว่าเขาติดตามสมาชิกกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ไปเพื่อทำข่าวกรณีที่ทั้งหมดจะไปให้กำลังใจชาวบ้านบ้านโป่งซึ่งถูกเรียกรายงานตัวหลังจากเปิดศูนย์ปราบโกงฯ จากนั้นเมื่อมีการควบคุมตัวสมาชิก NDM ทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จับกุมเขาด้วยเนื่องจากเขาเป็นนักข่าวเพียงคนเดียวและเจ้าหน้าที่อ้างว่ามาด้วยกัน อย่างไรก็ตาม เขาได้แสดงตัวว่าเป็นผู้สื่อข่าว และได้โทรศัพท์ขอสัมภาษณ์นายสมชัย สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง และให้ตำรวจได้พูดคุยเพื่อหาความชัดเจนว่ากรณีนี้เป็นความผิดหรือไม่ โดยสมชัยระบุว่า การมีเอกสารในครอบครองโดยตัวมันเองนั้นไม่เป็นความผิด แต่หากมีการแจกจ่ายเกิดขึ้น ต้องดูลักษณะของการแจกจ่ายว่ามีการใช้คำหยาบคาย ยุยงปลุกปั่นหรือไม่ อย่างไรก็ดีภายหลังสมชัยได้ให้ความห็นมาเพิ่มว่า ตัวเอกสารของกลุ่ม NDM นั้นทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เองก็เห็นว่าเป็นเอกสารที่ยังมีปัญหาอยู่ ขณะนี้กำลังรอการตรวจสอบจึงยังไม่สามารถฟันธงว่าการมีตัวเอกสารนี้อยู่ในครอบครองผิดหรือไม่ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งแก่ผู้สื่อข่าวว่าทางผู้บัญชาการระดับภาคที่ดูแลเรื่องนี้ระบุว่าเรื่องนี้เข้าข่ายความผิดฐานเตรียมการจะแจกจ่าย

ภาวิณี ชุมศรี  ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนั้นไม่ยินยอมพิมพ์ลายนิ้วมือ ทำให้ถูกแจ้งข้อหา ด้วยอีกข้อหาหนึ่ง 
 
นอกจากนี้ทนายความยังระบุว่า ในคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนที่เตรียมจะยื่นต่อศาลจังหวัดราชบุรี พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวไว้ด้วยโดยระบุเหตุผลว่า เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและเกรงผู้ต้องหาจะไปยุ่งพยานหลักฐาน
 

ทั้งนี้ เหตุการณ์ควบคุมตัวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากตัวแทน NDM 3 คนร่วมให้กำลังใจชาวบ้านที่บ้านโป่งที่ถูกเรียกรายงานตัวหลังจากเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติซึ่งถูกตั้งข้อกล่าวหา ขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 (อ่านข่าวก่อนหน้านี้) โดยขณะที่ทั้งสามเสร็จสิ้นการให้กำลังใจแล้วเดินทางกลับไปขึ้นรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นท้ายรถกะบะ แล้วพบว่ามีเอกสารเกี่ยวกับการรณรงค์ประชามติอยู่ จึงควบคุมตัวก่อนนำตัวเข้ามาสอบสวน พร้อมทั้งนำตัวผู้สื่อข่าวประชาไทที่ติดตามรายงานข่าวนี้ไปดำเนินคดีร่วมกับทั้ง 3 คนด้วย 

ตำรวจบ้านโป่งใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. ปราบผู้มีอิทธิพล จับเพิ่มอีก 1 'เหน่อ' น.ศ.แม่โจ้

เวลาประมาณ 22.00 น. ภาวิณี ให้สัมภาษณ์ด้วยว่า เวลาประมาณ 21.00 น. ตำรวจ สภ.บ้านโป่งได้ควบคุมตัว เหน่อ หรือ ภานุวัฒน์ ทรงสวัสดิ์ชัย นักศึกษามหาวิทยาลัยแม่โจ้ จากบ้านพักในจังหวัดราชบุรีมายัง สภ.บ้านโป่งเพื่อสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 61 วรรค 2 ของพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ

ภาพโดย ศรีไพร นนทรีย์

ในบันทึกการจับกุมนายภานุวัฒน์ระบุอีกว่า ในการเข้าตรวจค้นบ้านและจับกุม มีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับตำรวจ และอาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เป็นที่น่าสังเกตว่า คำสั่งดังกล่าวให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการเฉพาะในการกระทำอันเป็นความผิดตามที่กำหนดไว้ในบัญชีท้ายคำสั่ง ซึ่งไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯ

ด้านทนายความระบุว่า ตำรวจใช้หลักฐานภาพถ่ายในการกล่าวหาว่าเหน่อ ภานุวัฒน์ เป็นผู้ที่ขนเอกสารรณรงค์ของกลุ่ม NDM จากรถของสมาชิกกลุ่มไปใส่ยังรถคันอื่น จึงได้มีการติดตามจับกุมตัวที่บ้านพัก หลังการสอบสวน ตำรวจควบคุมเขาไว้ที่ห้องขัง สภ.บ้านโป่ง ก่อนจะนำตัวไปขอฝากขังที่ศาลราชบุรีในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับพวกอีก 4 คนที่ตำรวจควบคุมตัวไว้ก่อนหน้านี้รวมเป็น 5 คน ในจำนวนนั้นมีนักข่าวประชาไทที่ติดตามไปทำข่าวด้วย 1 คน

ทั้งนี้ เหน่อ ภานุวัฒน์ยังเป็น 1 ในผู้ต้องหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. กรณีเปิดศูนย์ปราบโกงฯ บ้านโป่งซึ่งมีชาวบ้านในพื้นที่รวม 15 คนถูกแจ้งข้อกล่าวหา