กสทช.ส่งหนังสือสั่งปิดพีซทีวี มีผลคืนนี้ ด้านพีซทีวีฟ้องศาลปกครอง ขอไต่สวนฉุกเฉิน


ภาพจากเพจบ้านราษฎร์

21 ก.ค. 2559 เมื่อเวลา 10.30 น.ที่ผ่านมา นายพงษ์ศักดิ์ ทรัพยาคม ผอ.สำนักกำกับการใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กสทช. พร้อมคณะ นำเอกสารพิจารณาโทษทางการปกครองของ กสทช. ที่สั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือสิทธิในการออกอากาศ สถานีโทรทัศน์พีซทีวีเป็นเวลา 30 วัน มายื่นให้นายอนันต์ศักดิ์ คำเก่า กรรมการผู้มีอำนาจบริษัทพีซเทเลวิชั่น จำกัด และนายณรงค์ศักดิ์ คำเก่า ผอ.สถานีโทรทัศน์พีซทีวี

ทั้งนี้หนังสือคำสั่ง กสทช.ระบุให้พีซทีวี  ระงับการออกอากาศ ตั้งแต่ 00.01 ของวันที่ 22 ก.ค.เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลว่า เนื้อหาบางรายการส่งผลกระทบต่อความมั่นคง

ด้าน PEACE TV รายงานผ่านเฟซบุ๊กเพจว่า ที่ศาลปกครอง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. พร้อมด้วยนายอนันต์ศักดิ์ คำเก่า กรรมการผู้มีอำนาจ บริษัทพีซเทเลวิชั่น จำกัด นายแพทย์ เหวง โตจินาการ และ ผู้ประกาศข่าวหญิง 4 คนของพีซทีวี เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน ภายหลัง นายพงษ์ศักดิ์ ทรัพยาคม ผู้อำนวยการสำนักกำกับการใช้คลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. เดินทางมาที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี พร้อมยื่นเอกสารคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตออกอากาศของสถานีโทรทัศน์พีซทีวี เป็น เวลา 30 วัน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยศาลปกครองมีคำสั่งรับคำร้องดังกล่าว ส่วน กสทช. ส่ง นายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ เข้าร่วมการไต่สวนฉุกเฉินครั้งนี้

โดยนายจตุพรให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมการไต่สวนฉุกเฉินว่า วันนี้ได้นำคำฟ้องมายื่นต่อศาลปกครองเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว พร้อมทั้งยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ไต่สวนฉุกเฉิน ตามบันทึกข้อตกลงจากการไต่ส่วนฉุกเฉินของศาลปกครองเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2559 ที่ระบุว่า ในกรณีที่ กสท. ยืนยันคำสั่งที่จะพักใช้ใบอนุญาตออกอากาศของสถานีโทรทัศน์พีซทีวีเป็นเวลา 30 วัน หลักจากที่ศาลปกครองมีคำสั่งรับคำร้องแล้วให้แจ้งไปยัง กสท. เพื่อให้ตัวแทน กสท.มาร่วมรับฟังการไต่สวนฉุกเฉินในครั้งนี้ด้วย พร้อมระบุเชิญชวนประชาชนร่วมส่งท้ายปิดพีซทีวี ที่หอประชุม อภิวันท์ วิริยะชัย ในกรณีที่จะต้องจอดำ 30 วัน ในเย็นวันนี้ ขณะเดียวกันก็จะฟ้องเรียกค่าเสียหายต่อ กสท.เบื้องต้น จำนวน 6 ล้าน 3 แสนบาท

นายจตุพร กล่าวว่า สำหรับการแนะนำของศาลปกครองในกรณีที่ว่า หากมีกรณีใหม่เกี่ยวกับพีซทีวี กสท.จะต้องมาร้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอคำสั่งศาลในการพิจารณา ว่า เนื่องจากคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยืนยันตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น ให้คุ้มครองการออกอากาศของสถานีโทรทัศน์พีซทีวีชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ดังนั้น กสท.หรือ กสทช. สามารถดำเนินการกับพีซทีวีได้ 2 แนวทาง คือ การใช้วิธีการทางปกครองซึ่ง กสท.สามารถใช้อำนาจได้เอง โดยให้พีซทีวีมาร้องต่อศาลปกครอง ส่วนแนวทางที่ 2 คือ ร้องต่อศาลปกครองโดยตรง ดังนั้น แนวทางที่ กสทใช้ คือ ทางที่ 1 คือ ดำเนินการด้วยอำนาจของ กสท.เอง

นายจตุพรระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นผลมาจากการทำประชามติ เพราะพีซทีวี เป็นพื้นที่ของความเห็นต่างของฝ่ายที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งวิธีการที่ปฏิบัติกับพีซทีวีนั้นเป็นวิธีการที่ลุแก่อำนาจ เพราะกรณีดังกล่าวนั้น ไม่เข้าข่ายคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ที่ 97/2557 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 103/2557 หรือ ตามมาตรา 37 ของพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พุทธศักราช 2551 แต่อย่างใด ส่วนตัวมองว่า จากกรณีดังกล่าวจะผลเสียต่อ คสช.เพราะเป็นการสร้างความคับแค้นให้กับประชาชน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์