สนช. นัดพิจารณาถอดถอนอุดมเดช 4 พ.ย. ด้าน กรธ. ห้ามต่างชาติให้เงินพรรคการเมือง

สนช. นัดแถลงปิดสำนวนคดีด้วยวาจากรณีอุดมเดช รัตนเสถียร สลับร่างรธน.3 ต.ค. ลงมติถอนถอนหรือไม่ 4 ต.ค. ด้านโฆษกกรธ.เผย กรธ.เตรียมเดินสายรับฟังความเห็นร่างกฎหมายลูก 4 ฉบับ เพื่อนำมาปรับแก้ พร้อมห้ามคนที่ไม่มีสัญชาติไทยบริจาคเงินให้พรรคการเมือง

28 ต.ค. 2559 สำนักข่าวไทย รายงานว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่มีสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. ทำหน้าเป็นประธานการประชุมนัดพิเศษ เพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอนอุดมเดช รัตนเสถียร อดีต ส.ส.จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทยออกจากตำแหน่ง กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดสลับสับเปลี่ยนร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของสมาชิกวุฒิสภาที่เสนอต่อประธานรัฐสภาซึ่งเป็นขั้นตอนซักถามโดย สุภา ปิยะจิตติ คณะกรรมการป.ป.ช.ในฐานะผู้กล่าวหา ยืนยันว่า ความผิดของอุดมเดชไม่สามารถนำไปเปรียบกับคดีของสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา หรือคดีของอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก(ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ที่สนช.เคยมีมติไม่ถอดถอนไปก่อนหน้านี้ได้

“เนื่องจากคดีของอุดมเดชเป็นความผิดเฉพาะตัวที่อุดมเดช นำร่างรัฐธรรมนูญที่สมาชิกรัฐสภาไม่ได้ให้การรับรองไปสับเปลี่ยน และการพิจารณาเพิ่มหลักฐานก่อนหน้านี้ สนช.ไม่อนุญาตให้อุดมเดชนำความผิดของสมศักดิ์ หรืออดีต ส.ส.ส.ว.ที่สนช.มีมติไม่ถอดถอนมาเป็นพยานประกอบการพิจารณา ซึ่งการแก้ไขของอุดมเดชยังมองได้ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับ ส.ว.ในขณะนั้น เพราะสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งต่อได้ทันที โดยไม่ต้องเว้นวรรค 2 ปี” สุภา กล่าว

ขณะที่อุดมเดช  ผู้ถูกกล่าวหา ยืนยันว่าไม่มีเจตนากระทำผิด ทุกอย่างดำเนินการตามกฎหมาย การเสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้งไม่ได้ขัดต่อหลักการของร่างแก้ไขเดิม จึงไม่จำเป็นต้องให้สมาชิกลงชื่อรับรอง ส่วนที่ร่างเสนอแก้ไขกับสำเนาไม่ตรงกัน ทั้ง ๆ ที่เลขรับหนังสือตรงกัน เนื่องจากร่างเดิมมีข้อบกพร่อง เนื้อหาไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ เมื่อหารือกันแล้วจึงเห็นว่ายังสามารถแก้ไขปรับปรุงได้ เพราะประธานรัฐสภายังไม่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ

“ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอแก้ไขมีเพียงร่างเดียว แต่เมื่อมีข้อบกพร่อง จึงจะต้องแก้ไข ซึ่งจเร พันธุ์เปรื่อง อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่า สามารถแก้ไขได้ ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ส่วนการให้การให้โอกาสส.ว.ลงเลือกตั้งได้ทันที โดยไม่ต้องเว้นวรรค 2 ปี ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ แต่เป็นการให้โอกาสประชาชนมีตัวเลือกผู้เหมาะสมมาทำหน้าที่ได้มากขึ้น ซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ว่าอดีตส.ว.จะได้รับการเลือกตั้งหรือไม่” อุดมเดช กล่าว

ทั้งนี้ สนช. ได้นัดประชุมเพื่อแถลงปิดคดีด้วยวาจาในวันที่ 3 พ.ย. และนัดลงมติว่าจะถอดถอนอุดมเดช รัตนเสถียร หรือไม่ ในวันที่ 4 พ.ย. นี้.

โฆษกกรธ.เผย กรธ.เตรียมเดินสายสัมมนารับฟังความเห็นร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ เพื่อนำมาปรับแก้ พร้อมห้ามคนที่ไม่มีสัญชาติไทยบริจาคเงินให้พรรคการเมือง

ด้าน อุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองว่า ได้พิจารณาเรื่องการดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมือง การบริจาคเงินหรือการให้เงินสนับสนุนพรรคการเมืองจากองค์กรภายนอกและภาคเอกชน ซึ่งหลักการจะไม่อนุญาตให้คนที่ไม่มีสัญชาติไทยบริจาคเงินสนับสนุนพรรค และในส่วนของผู้ที่บริจาคเงินให้พรรคการเมืองเกิน 100,000 บาทขึ้นไป จะต้องเปิดเผยรายชื่อ ส่วนที่กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) จะตั้งศูนย์ตรวจสอบรายได้ของพรรคการเมือง เพื่อเป็นการตรวจสอบเชิงรุก จากเดิมที่รอรับข้อมูลเพียงอย่างเดียว กรธ.ยังไม่ได้ข้อสรุป

นรชิต สิงหเสนี โฆษกกรธ.กล่าวว่า กรธ.จะจัดสัมมนารับฟังความเห็นในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ คือร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) และว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในวันที่ 16 พ.ย. นี้ เวลา 12.00 -16.00น.ที่รัฐสภา โดยจะถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์รัฐสภาและ NBT ซึ่งจะเปิดให้ทุกฝ่ายร่วมแสดงความเห็นได้ และได้ทำหนังสือเชิญไปยังพรรคการเมืองให้มาร่วมแสดงความเห็น เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการยกร่างกฎหมายดังกล่าว

“ขณะเดียวกันกรธ.จะเดินสายเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับ ในต่างจังหวัด โดยในวันที่ 7 พ.ย. นี้ ที่ โรงแรมเดอะไทด์ จังหวัดชลบุรี  วันที่ 8 พ.ย. ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี วันที่ 15 พ.ย. ที่จังหวัดเชียงราย วันที่ 16 พ.ย.ที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อนำข้อมูลและความเห็นมาประกอบการจัดทำร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับที่ได้ยกร่างเบื้องต้นไว้แล้ว” โฆษกกรธ.

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์