ทหารเรียกพบ เฮียสี่ เสื้อแดงอ่างทอง หลังโทรหาไม่ติดสองวัน ระบุไม่เกี่ยวประเด็นบริจาคของที่ธรรมกาย

เฮียสี่ เสื้อแดงอ่างทองเผย ถูกทหารโทรตามให้ไปพบ หลังติดต่อไม่ได้สองวัน ระบุปกติทหารโทรหาทุกเดือน ยันการถูกเรียกพบไม่เกี่ยวข้องกับการเดินทางไปบริจาคของที่วัดพระธรรมกาย เป็นเพียงการเรียกไปยืนยันว่า ตนไม่ได้จะหลบหนี

เฮียสี่ หรือ ณรงค์ ผดุงศักดิ์ศรี

22 ก.พ. 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับการแจ้งจากแหล่งข่าว ณรงค์ ผดุงศักดิ์ศรี หรือ เฮียสี่ เสื้อแดงอ่างทองว่า เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. ขณะที่เฮียสี่ พร้อมด้วยเพื่อนๆ อีก 2-3 กำลังซื้อของอยู่ที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาคลองหนึ่ง เพื่อที่จะนำของไปให้บริจาคกับประชาชนที่อยู่ในวัดพระธรรมกาย ได้มีเจ้าหน้าที่ทหารโทรเข้ามา และขอให้เฮียสี่ ไปพบเพื่อพูดคุยที่ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี พระนครศรีอยุธยาปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

แหล่งข่าวคนดังกล่าว ระบุว่าหลังจากเฮียสี่เสร็จธุระแล้ว ได้เดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่ทหารตามที่นัดหมาย โดยขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เฮียสีอยู่ที่ไหน ทหารที่ขอให้ไปพบต้องการพูดคุยเรื่องอะไร

ทั้งนี้เมื่อเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อกับเฮียสี่ทางโทรศัทพ์มือถือ เฮียสี่ได้รับสาย พร้อมกับยืนยันว่าตอนนี้อยู่กับเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอื่นๆ บอกแต่เพียงว่า “ไม่มีอะไร เดี๋ยวผมโทรกลับไป”

ต่อมาเวลา 16.15 น. ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังเฮียสี่อีกครั้ง ได้ทราบข้อมูลว่า วันนี้เจ้าหน้าที่ทหารได้โทรเรียกให้ตนไปพบเนื่องจากสองวันที่ผ่านมาโทรศัพท์มือถือของตนเสีย เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถติดต่อตนได้ เมื่อติดต่อได้แล้วในวันนี้เจ้าหน้าที่จึงได้ขอให้ตนไปพบเพื่อยืนยันว่า โทรศัพท์มือถือเสียจริงๆ และเพื่อเป็นการยืนยันว่าตนไม่ได้หลบหนีไปไหน

เฮียสี่ ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทหารไม่มีท่าทีคุกคาม และไม่ได้เชื่อมโยงกับกรณีที่ตนเองไปบริจาคอาหารให้กับประชาชนที่อยู่ในวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด และโดยปกติแล้วจะมีเจ้าหน้าที่ทหารโทรมาหาตนทุกเดือน

สำหรับกรณีที่สำนักข่าว Tnews ลงข่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (21 ก.พ.) มีรายงานว่า ณรงค์ ผดุงศักดิ์ศรี หรือเฮียสี่ ได้เดินทางมาร่วมชุมนุมโดยปักหลักที่ตลาดคลองหลวงพร้อมทั้งได้เกณฑ์ กลุ่ม นปช. ประมาณ 500 คน มาร่วมชุมนุมกับศิษย์วัดพระธรรมกาย เฮียสี่ระบุว่า ได้ไปที่วัดพระธรรมกายจริง แต่ไม่ได้เกณฑ์คนไปตามที่เป็นข่าว เพียงแต่ของข้าวของไปบริจาคเท่านั้น

000000

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เฮียสี่ เคยถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งการควบคุมตัวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ส.ค. 2560 ในช่วงเช้าตรู โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารในเครื่องแบบ 7-8 นาย และชายนอกเครื่องแบบประมาณ 10 นาย พร้อมอาวุธครบมือ เข้ามาบุกค้นภายในบ้าน แต่ไม่ได้มีการแสดงหมายค้น และไม่ได้แจ้งสังกัดว่าจากหน่วยใด หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวเฮียสี่ ไปยัง มทบ.11 แต่ระหว่างควบคุมตัวไปนั้นไม่ได้มีการแจ้งให้ญาติได้ทราบว่าจะตัวไปที่ใด

ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2559 พันเอกบุรินทร์ ทองประไพ เสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชาฝ่ายกฎหมาย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ  ได้เข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องจากเหตุระเบิดหลายจุดใน 7 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ เพิ่มอีก 2 คน หลังจากเมื่อคืนนี้ ได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว 15 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 210 (ผู้ใดสมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่บัญญัติไว้ในภาค 2 นี้ และความผิดนั้น มีกำหนดโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นซ่องโจร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ...)

พันเอกบุรินทร์ ได้เปิดเผยเพียงสั้นๆ ว่า ได้ควบคุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้และในจังหวัดภูเก็ตระหว่างวันที่ 10 – 12 ส.ค. 2559 โดยคุมตัวไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 41 และมณฑลทหารบกที่ 11 แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดใดๆ

19 ส.ค. 2559 มีการนำตัวผู้ต้องหา 15 รายซึ่งถูกควบคุมตัวที่ มทบ.11 และศาลทหารออกหมายจับมาแถลงข่าว โดย พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรเดช ผู้บังคับการกองแผนงานอาชญากรรม สำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ ระบุว่าเบื้องต้นทั้งหมดมีการติดต่อกันเป็นกลุ่มขบวนการในนาม พรรคปฏิวัติเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งคล้ายกับกลุ่มคอมมิวนิสต์ และมีพฤติการณ์ต่อต้านรัฐบาล แต่ทั้งหมดปฏิเสธความเกี่ยวโยงกับเหตุระเบิดหลายจุดที่เกิดขึ้น และตามหลักฐานก็ยังไม่พบความเชื่อมโยงเช่นกัน ทั้งหมดจะถูกแจ้งข้อหาตาม มาตรา 209 ประมวลกฎหมายอาญา ข้อหาการกระทำผิดอั้งยี่ซ่องโจร และฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ว่าด้วยการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน หลังจากนี้จะนำตัวทั้งหมดไปทำการสอบสวนก่อนที่จะส่งตัวไปฝากขังยังศาลทหารต่อไป ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดได้รับการประกันตัว ศาลอนุญาตให้ประกันตัวได้ แต่มีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศและห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง

เฮียสี่เป็น 1 ใน 15 รายชื่อที่ถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีดังกล่าว ทั้งนี้รายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมดมีอายุน้อยสุดคือ 39 ปี มากสุดคือ 71 ปี โดยส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่มีอายุระหว่าง 50-70 ปี เป็นชาย 13 ราย หญิง 2 ราย อีกทั้งผู้ต้องหาแต่ละรายยังมีภูมิลำเนาอยู่กันคนละจังหวัด เช่น พัทลุง, นนทบุรี,ตรัง, สตูล, กทม, หนองคาย, เชียงราย, อ่างทอง, มหาสารคาม, นครศรีธรรมราช, ร้อยเอ็ด,

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์