ความซับซ้อนของสถานการณ์อาวุธปรมาณูเกาหลีเหนือ



สถานการณ์เกาหลีเหนือในตอนนี้ มีปมที่น่าสนใจหลายเรื่องคือ

1.รัฐบาลเกาหลีเหนือคิดว่าความอยู่รอดของตนขึ้นกับว่ามีอาวุธปรมาณูหรือไม่ เพราะถ้าไม่มี ต่อให้มีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ ก็อาจถูกบุกแบบเดียวกับซัดดัม ฮุสเซนในอิรัก และขีปนาวุธปรมาณูก็สกัดกั้นยาก หากขีปนาวุธดังกล่าวบินเข้ามาเหนือเขตแดนของประเทศเป้าหมายแล้ว ต่อให้ยิงจรวดสกัดกั้นได้ ก็อาจมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเขตปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี ใช้อาศัยและทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ได้ นอกจากนั้นเกาหลีเหนือยังรู้ว่า ชาติตะวันตกไม่ได้สนใจปัญหาสิทธิเสรีภาพเท่ากับปัญหาปรมาณู ดังจะเห็นได้จากการปิดล้อมทางเศรษฐกิจ ก็อาศัยเหตุผลเกี่ยวกับปรมาณูทั้งสิ้น ไม่ได้ใช้เหตุผลด้านสิทธิมนุษยชนเลย

2. รัฐบาลคิมจองอึนและเกาหลีเหนือในปัจจุบันที่อยู่ได้นอกจากการควบคุมและกดดันประชาชนแล้ว ยังมีปมต่างๆที่น่าสนใจจากประเทศต่างๆดังนี้

- รัฐบาลเกาหลีเหนือที่นำโดยคิมจองอึนชุดปัจจุบันไม่ได้เป็นมิตรสนิทกับจีนมาก จะเห็นได้จากการสังหารจางซองแตก (ลุง) และ คิมจองนัม (พี่ชาย) ซึ่งใกล้ชิดกับจีน เพื่อกันมิให้จีนใช้เป็น "หุ่นเชิด" หากเกิด "รัฐประหารโค่นล้มคิมจองอึนโดยจีน"

- ท่าทีของรัฐบาลเกาหลีใต้ต้องรอหลังเลือกตั้งประธานาธิบดี ซึ่งพรรคฝ่ายขวากำลังเพลี่ยงพล้ำจากคดีของประธานาธิบดีปาร์คกึนฮเย หากพรรคฝ่ายซ้ายได้ขึ้นมาน่าจะมีนโยบายลดการกดดันต่อเกาหลีเหนือ ทำให้ "ขบวนการกดดันเกาหลีเหนือ" รวนเรได้ นี่อาจทำให้โดนัลด์ ทรัมป์ต้องดำเนินการในตอนนี้ และหันไปดึงญี่ปุ่นเข้ามามีบทบาททางการทหารมากขึ้นแทน (ลองสังเกตดูว่าการทดลองขีปนาวุธส่วนใหญ่เล็งเป้าไปที่ญี่ปุ่นมากกว่า เป็นการส่งสัญญาณว่าเกาหลีเหนือ "เล็งญี่ปุ่นมากกว่าเกาหลีใต้")

- สหรัฐอเมริกาที่ "ออกยักษ์" มากขึ้นในตอนนี้ เข้าใจว่าเป็นจากบุคลิกของประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย เพราะทรัมป์เคยเป็นเด็กโรงเรียนประจำทหารมาก่อน ย่อมคิดแบบ "หัวโจกในโรงเรียนประจำ" ว่า "ถ้าไม่ไปข่มขู่กลั่นแกล้งเขา ย่อมต้องกลายเป็นเป้าของการถูกข่มขู่กลั่นแกล้ง" การที่เกาหลีเหนือเตรียมทดลองอาวุธปรมาณูครั้งที่ 6 เท่ากับ "ข่มขู่" สหรัฐอเมริกาว่า "ทำอะไรไม่ได้" ซึ่งเท่ากับตีขนดหางทรัมป์อย่างจัง

แต่ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้สหรัฐอเมริกาได้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับจีนเพิ่มขึ้นด้วย เช่นในตอนนี้จีนหันไปสั่งซื้อถ่านหินจากสหรัฐอเมริกาแทนที่ถ่านหินเกาหลีเหนือ

ส่วนอีกมุมที่ผมกำลังลองจับตาดูในระยะยาวคือ หากสหรัฐอเมริกาไม่สามารถปรามการสร้างอาวุธปรมาณูของเกาหลีเหนือได้ผล จะทำให้สัญญาใจกับเกาหลีใต้และญีปุ่นสั่นคลอนหรือไม่ ทั้งสองประเทศดังกล่าวจะพัฒนาการทหารที่ออกไปจากร่มธงสหรัฐอเมริกาหรือไม่ หรือแม้กระทั่งพัฒนาอาวุธปรมาณูของตนเองหรือไม่ ซึ่งถ้ามีเองแล้ว สหรัฐอาจมีอิทธิพลต่อทั้งสองประเทศลดลงไปอีก

-ญี่ปุ่นเองในยามที่กระแสฝ่ายขวาขึ้นสูง มีแนวโน้มที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ใช้กำลังทหารนอกประเทศได้สะดวกขึ้น ก็จะมีบทบาททางความมั่นคงในโลกมากขึ้น แต่จะทำให้กระแสต่อต้านญี่ปุ่นในจีนและเกาหลีใต้ทวีความเข้มข้นหรือไม่ ทำให้แนวร่วมต่อต้านเกาหลีเหนืออ่อนกำลังหรือไม่ และส่งผลต่อเสถียรภาพในภูมิภาคแถบนี้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูต่อ

- จีนน่าจะเป็นคนที่หัวเราะดังที่สุดในรอบนี้เพราะถ้าคิมจองอึนทดลองอาวุธปรมาณูจริง ย่อมถูกผลักให้ต่อต้านสหรัฐอเมริกามากขึ้น และต้องพึ่งพาจีนมากขึ้น แต่ถ้าขัดขืนจีนหรืออำนาจสั่นคลอนเพราะยอมลงให้กับสหรัฐอเมริกาเกินไป จีนอาจใช้ข้ออ้างหาทางรัฐประหารในเกาหลีเหนือได้

ส่วนกับสหรัฐอเมริกา การที่จีนแสดงท่าทีร่วมมือมากขึ้น ย่อมแลกกับการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องอ่อนข้อให้กับจีน เช่น การยกเลิกข้อกล่าวหาว่า "ปั่นค่าเงิน"

แต่หากสมมติว่าเกาหลีเหนือถูกผลักไปเข้าข้างจีนมากขึ้น ไม่ว่ารัฐบาลจะเป็นคิมจองอึนเอง หรือรัฐบาลของคนอื่นที่ทางปักกิ่งชูขึ้นมา เกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาจะชอบหรือไม่ถ้ารัฐบาลหุ่นของปักกิ่งหรือกำลังของปักกิ่งเข้ามาถึงเส้นขนานที่ 38 ต้องรอดูอีกที

ตอนนี้จึงเป็นรายการวัดใจระหว่างทรัมป์กับคิมจองอึนแล้วละครับ ผมกำลังรอดูต่อเหมือนทุกคนว่าผลลัพธ์จะออกแนวไหนครับ

 

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกใน แฟนเพจ เฟซบุ๊ก สลักธรรม โตจิราการ