ครม.ประกาศ 'สิทธิมนุษยชน' ร่วมเคลื่อน Thailand 4.0 เป็นวาระแห่งชาติ

ชูกลยุทธ์ “4 สร้าง + 3 ปรับปรุง + 2 ขับเคลื่อน + 1 ลด = Goal” สร้างจิตสำนึกในการเคารพสิทธิฯ ปรับปรุงฐานข้อมูลและสถานการณ์การละเมิดสิทธิ พร้อมลดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม

ที่มาภาพ : เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

21 พ.ย. 2560 เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลรายงานว่า วันนี้ เมื่อเวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ร่วมแถลงผลการประชุม ครม. โดยมีประเด็นหนึ่งที่สำคัญคือ ครม.มีมติเห็นชอบและประกาศใช้วาระแห่งชาติ : สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (วาระแห่งชาติฯ) ตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ โดยให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำวาระแห่งชาติฯ ไปสู่การปฏิบัติเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น 

พร้อมทั้งให้รายงานผลการดำเนินงานตามวาระแห่งชาติฯ ตามที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดภายในเดือนพฤศจิกายนของปี 2561 และปี 2562  และให้กระทรวงยุติธรรมรับความเห็นของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม สำนักงาน ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. และสำนักงบประมาณไปประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป และให้ กระทรวงยุติธรรมนำประเด็นที่ยังไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุได้ตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2557-2561) และข้อเสนอแนะด้านสิทธิมนุษยชนจากหน่วยงานต่าง ๆ  ที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศมากำหนดเป็นตัวชี้วัดด้วย โดยกระทรวงยุติธรรมควรชี้แจงทำความเข้าใจกับหน่วยงานต่าง ๆ ถึงแนวทางการดำเนินงานและการจัดทำรายงานตาม ตัวขี้วัดดังกล่าวด้วย

เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาลรายงาน สาระสำคัญของวาระแห่งชาติ ว่า มีเป้าหมายให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพื่อนำไปสู่สังคมสันติสุข  โดยมีกลยุทธ์ที่สำคัญภายใต้รหัสชื่อว่า “4 สร้าง + 3 ปรับปรุง + 2 ขับเคลื่อน + 1 ลด = Goal” ดังนี้ 1) 4 สร้าง ได้แก่ การสร้างจิตสำนึกในการเคารพสิทธิผู้อื่น สร้างระบบการติดตามการละเมิดสิทธิ สร้างวัฒนธรรมการเคารพสิทธิมนุษยชน และสร้างเสริมการพัฒนาเครือข่ายทุกภาคส่วน 2) 3 ปรับปรุง ได้แก่ การปรับปรุงฐานข้อมูลและสถานการณ์การละเมิดสิทธิ การปรับทัศนคติ ของเจ้าหน้าที่รัฐ และการปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย

3) 2 ขับเคลื่อน ได้แก่ การขับเคลื่อนองค์กรหรือจังหวัดต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน การขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสู่การปฏิบัติ และ 4) 1 ลด คือ การลดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม