KFC เลื่อนเจรจา ปมเลิกจ้างประธานสหภาพแรงงาน

ผอ.กลุ่มงานประนอมข้อพิพาทแรงงานฯ แจ้ง คสรท.พร้อมเครือข่าย อ้างหนังสือบริษัทยัมฯเลื่อนเจรจากระทันหัน ยันเลิกจ้างประธานสหภาพฯทำตามกฎหมาย ด้านที่ปรึกษาบูรณาการแรงงานสตรีมองเลิกจ้างระหว่างเจรจาข้อเรียกร้อง กระทำผิดกฎหมาย
 
 
 
4 ธ.ค.2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า วันนี้ ที่กระทรวงแรงงาน คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) พร้อมเครื่อข่ายแรงงานนอกระบบ สมาพันธ์แรงงานอุตสากรรมแห่งประเทศไทย สหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย และเครือข่ายผู้หญิง กลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี ได้เดินทางมาเพื่อขอพบปลัดกระทรวงแรงงาน และเจรจาข้อเรียกร้องตามนัด พร้อมสอบคำตอบประเด็นเลิกจ้าง อภันตรี เจริญศักดิ์ ประธานสหภาพแรงงานผู้ปรุงอาหารและให้บริการ และลูกจ้าง บริษัท ยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือเคเอฟซี
 
รายงานข่าวระบุด้วยว่า ประสิทธิ์ ปาจังคะโล ผู้อำนวยการกลุ่มงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้ง กองแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการ และคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ทางนายจ้าง คือบริษัทยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือเคเอฟซีได้ส่งหนังสือเพื่อขอเลื่อนการเจรจาเมื่อเช้านี้เอง โดยชี้แจงมายังกองแรงงานสัมพันธ์ว่า ได้ปฏิบัติตามกฏหมายในการเลิกจ้าง อภันตรี เจริญศักดิ์ แล้ว พร้อมจ่ายค่าชดเชยตามกฏหมานคุ้มครองแรงงาน ซึ้งนายจ้างอ้างว่า เคยเสนอจ่ายค่าชดเชยให้มากกว่ากฎหมายด้วย แต่ อภันตรี ไม่ยอมรับข้อเสนอ ส่วนกรณีข้อพิพาทแรงงานที่เกิดขึ้นนั้น เหลือเพียงประเด็นเดียวคือ เรื่องค่าอาหาร ที่จะให้กับพนักงานวันละหนึ่งมื้อ ซึ่งทางเคเอฟซีชี้แจงว่า รอบอร์ดประชุมพิจารณา 
 
ประสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่า การทำงานของทางกระทรวงแรงงานคือต้องการยุติแบบสมบูรณ์แบบ แต่เขายังยืนยันว่าไม่คุย และยืนยันด้วยหนังสือ ซึ่งทาง อภันตรี ยังสามารถใช้กระบวนการร้องต่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ (ครส.) ได้ ทั้งนี้หาก อภันตรี ยังยืนยันจะขอกลับมเข้าทำงาน ทางกระทรวงแรงงานจะดำเนินการเพื่อนัดพูดคุยกับนายจ้างอีกครั้ง
 
ด้าน อภันตรี เจริญศักดิ์ ประธานสหภาพแรงงานผู้ปรุงอาหารและให้บริการ ซึ่งถูกเลิกจ้าง กล่าวว่า ข้อเรียกร้องที่ยังตกลงกันไม่ได้คือ เพียงค่าอาหารวันละหนึ่งมื้อ แต่ก็ยังเจรจาและตกลงกันไม่ได้ ทั้งที่เจรจามากว่า 7 เดือนแล้ว ส่วนประเด็นการที่ไม่เอาประธานสหภาพแรงงานฯนั้นมีการวางแผนไว้แต่ต้นหรือไม่ เพราะการเลิกจ้างครั้งนี้อ้างทำตามกฎหมายแล้วนั้น ไม่ใช่ และตอนนี้มีการที่จะเลิกจ้างคนอื่นๆ เพื่อที่จะให้เป็นเหตุเป็นผลในการเลิกจ้างตนนั้นถือว่าไม่เป็นธรรม และไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าคนทุกคนมีศักดิ์ศรี และทราบข่าวว่า กำลังจะเลิกจ้างพนักงานที่ผ่าตัดและป่วยอยู่โรงพยาบาล ทั้งที่น้องคนนั้นเป็นคนที่ทำงานดีและรักบริษัทมาก ถึงน้องจะไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน แต่ก็ยอมรับไม่ได้ แม้วันนี้จะประกาศเลิกจ้างประธานสหภาพฯแต่การเจรจาของสหภาพยังต้องเดินหน้าต่อ
 
ชาลี ลอยสูง รองประธาน คสรท. กล่าวว่า ประเด็นการเลิกจ้าง อภันตรี ถือว่าเป็นการเลิกจ้างระหว่างการยื่นข้อเรียกร้องหรือไม่ แล้วทางกระทรวงแรงงานว่าอย่างไรด้วยทาง คสรท. ได้ยื่นหนังสือถึงท่านปลัดกระทรวงแรงงานแล้ว วันนี้ อภันตรี ต้องการกลับเข้าทำงานไม่ได้ต้องการเงินค่าชดเชยเพิ่ม ประเด็นคือ ทางเราได้คุยกับทางไทยเบฟแล้ว ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหากับทางอภันตรี แต่ว่าการเลิกจากมาจากยัมเรสเทอรองตส์ อยากให้กระทรวงแรงงาน ช่วยดูแลประเด็นการเลิกจ้างนั้น ด้วยบริษัทเหลือที่จะเลิกจ้างคุณอภันตรี เพียงคนเดียว เนื่องจากคนทำงานในตำแหน่งเดียวกันไม่มีใครถูกเลิกจ้างเลย
 
สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ที่ปรึกษากลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี กล่าวว่า การกระทำการเลิกจ้างระหว่างการเจรจาต่อรอง และมีข้อพิพาทแรงงานกันอยู่นั้นกระทำผิดกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ มาตรา 31 ต้องใช้อำนาจที่มีอยู่ในการใช้อำนาจตามกฎหมายก่อนอย่าเพิ่งเตะลูกออกจากตัวเองด้วยการให้ไปใช้กระบวนการ ครส.เลย วันนี้ผู้ใช้แรงงานยังหวังว่ากรมกองจะให้ความช่วยไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาให้ลูกจ้างได้ ด้วยขณะนี้อยู่ในเงื่อนไขกระบวนการเจรจาไม่สามารถเลิกจ้างแล้วอ้างว่าทำตามกฎหมายแล้ว