รัฐบาลทรัมป์แต่งตั้ง หน.ซีไอเอคนใหม่-อดีตผู้คุมคุกลับในไทย

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งแต่งตั้งผู้อำนวยการของสำนักงานข่าวกรองกลางหรือซีไอเอ คนใหม่ "กินา ฮาสเปล" ผู้เคยมีประวัติคุมคุกลับในประเทศไทย ที่ใช้ทรมานผู้ต้องสงสัยก่อการร้าย รวมถึงยังเคยมีส่วนร่วมในการทำลายวิดีโอหลักฐานการทรมานแบบ "วอเตอร์บอร์ดดิง" ที่ทำให้ผู้ถูกสอบสวนรู้สึกเหมือนถูกจมน้ำ

ภาพจำลองการทรมานด้วยวิธีวอเตอร์บอร์ดดิง (ที่มา: แอมเนสตีี้ อินเตอร์เนชั่นแนล)

14 มี.ค. 2561 หลังการปลดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน และแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) ไมก์ ปอมเปโอ เข้ารับตำแหน่งแทน ทำให้รองผู้อำนวยการ ซีไอเอคนปัจจุบัน จีน่า แฮสเปล เลื่อนขั้นเป็นผู้อำนวยการ

เทเลกราฟรายงานว่าฮาสเปลเคยเป็นผู้คุมคุกลับที่เคยใช้ทรมานผู้ต้องสงสัยสองรายคือ อาบู ซุบายาดาห์ และอับด์ อัล ราฮิม ด้วยวิธีการวอเตอร์บอร์ดดิงในปี 2545 หลังจากนั้นฮาสเปลก็ปฏิบัติตามคำสั่งในการทำลายหลักฐานวิดีโอการทารุณกรรมดังกล่าวจนทำให้กระทรวงยุติธรรมขของสหรัฐฯ สืบสวนในเรื่องนี้เป็นเวลายาวนานแต่ก็ไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เคยกล่าวสนับสนุนการทารุณกรรมด้วยวิธีวอเตอร์บอร์ดดิงผู้ต้องสงสัยมาก่อน โดยผู้ที่เคยเสนอวิธีการทารุณกรรมวิธีนี้คือจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีในสมัยนั้น แต่ต่อมาก็มีการยกเลิกวิธีการทารุณกรรมแบบนี้ไปแล้ว

อย่างไรก็ตามหลังจากที่ฮาสเปลได้รับแต่งตั้งจาก ส.ว. สหรัฐฯ ให้เป็นรองผู้อำนวยการของซีไอเอเมื่อปี 2560 ก็มีคนคาดเดาว่าจะมีการคาดการณ์ว่าทรัมป์จะนำวิธีวอเตอร์บอร์ดดิงกลับมาใช้หรือไม่

ในเวลาเดียวกันก็มีร่างคำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีที่หลุดออกมาแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลทรัมป์อาจจะพิจารณานำคุกลับแบบซีไอเอกลับมาใช้อีกครั้งในต่างประเทศ และจะมีการพิจารณาเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทารุณกรรมผู้ต้องสงสัย

โฆษกของซีไอเอปฏิเสธว่าการที่ฮาสเปลได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวไม่ได้ส่งสัญญาณเกี่ยวกับการนำการทารุณกรรมแบบเดิมกลับมาใช้อีกครั้งโดยอ้างว่า "เป็นแค่การวางคนในตำแหน่งที่เหมาะสมกับงานมากที่สุด" จอห์น เบรนแนน อดีตผู้อำนวยการซีไอเอกล่าวว่าจริงอยู่ที่ฮาสเปลเคยมีส่วนร่วมกับโครงการที่เกิดข้อโต้แย้งอย่างมากมาก่อน แต่สำหรับเบรนแนนแล้วฮาสเปลเป็น "คนที่มีความซื่อตรง" เป็นคนที่พยายามทำหน้าที่ในฐานะซีไอเอให้ดีที่สุด

ฮาสเปล เข้าร่วมซีไอเอในปี 2528 และเคยเป็นหัวหน้าหน่วยงานบัญชาการนอกประเทศของซีไอเอที่ส่วนใหญ่จะดำเนินการแบบปิดลับ โดยที่คุกลับในไทยเป็นคุกลับแห่งแรกที่ต่างประเทศที่ฮาสเปลเป็นผู้ควบคุมดูแลการทารุณกรรมแบบวอเตอร์บอร์ดดิง โดยมีการใช้วิธีนี้กับอาบู ซุบายาดาห์ ถึง 83 ครั้ง ในปี 2548 ก็มีการทำลายวิดีโอเทปการไต่สวนครั้งนั้นซึ่งมีชื่อของเธออยู่ด้วย

ทรัมป์กล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่มีการแต่งตั้งหัวหน้าซีไอเอเป็นผู้หญิง เขาบอกว่ารู้จักฮาสเปลเป็นอย่างดีและเคยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกัน ส่วนฮาสเปลแถลงในเรื่องนี้ว่าเธอรู้สึกขอบคุณทรัมป์ที่ให้โอกาสและไว้ใจให้เธอทำงาน

แอมเนสตี้ชี้ รมว.ต่างประเทศ และ ผอ.ซีไอเอประวัติย่ำแย่
เรียกร้องวุฒิสภาตรวจสอบละเอียด

มาร์กาเรต หวง ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สหรัฐฯ แถลงว่าทั้งสองคนปอมเปโอและแฮสเปลต่างมีประวัติด้านสิทธิมนุษยชนที่ย่ำแย่ ซึ่งควรได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดโดยวุฒิสภาก่อนเข้ารับตำแหน่ง

“ปอมเปโอเคยให้เสียงสนับสนุนการสอบสวนโดยใช้เทคนิคการทรมาน เช่น วอเตอร์บอร์ดดิง (คือ การเทน้ำปริมาณมากลงบนใบหน้าของผู้ถูกสอบสวนเพื่อทำให้รู้สึกเหมือนจมน้ำ) ยังมีรายงานว่าแฮสเปลเคยกำกับดูแลคุกลับของซีไอเอ ในประเทศไทย ซึ่งมีผู้ถูกคุมขังตกเป็นเหยื่อการทรมานและการอุ้มหาย นอกจากนี้ เธอยังถูกต้องสงสัยว่าเป็นคนสั่งให้ทำลายหลักฐานเกี่ยวกับการทรมานที่อาจเข้าข่ายอาชญากรรมต่อมนุษยชาติภายใต้กฏหมายระหว่างประเทศด้วย”

แอมเนสตี้เรียกร้องให้ผู้ถูกเสนอชื่อเข้ารับตำแหน่งทั้งสองคนต้องแถลงปฏิเสธและยุติการกระทำที่สนับสนุนการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ตลอดจนเรียกร้องให้วุฒิสภาสหรัฐฯ ตรวจสอบคุณสมบัติของทั้งคู่โดยละเอียดก่อนรับตำแหน่ง เพราะการทรมาน การสอบสวนในคุกลับ และการคุมขังอย่างไม่มีกำหนด เป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้

 

เรียบเรียงจาก

Gina Haspel: Donald Trump's new CIA director ran torture site in Thailand, The Telegraph, 13-03-2018