นักสิทธิฯ อินโดนีเซียห่วงแอปฯ ให้คนแจ้งรัฐ 'ความเชื่อที่เป็นภัย' ทำสังคมแตกแยก

กลุ่มสิทธิมนุษยชนเตือนเกี่ยวกับโปรแกรมแอปพลิเคชันใหม่ในโทรศัพท์มือถือที่ให้สมาชิกผู้ใช้งานชาวอินโดนีเซียสามารถรายงานเรื่องความเชื่อทางศาสนาที่พวกเขามองว่า "ทำให้หลงผิด" โดยให้เหตุผลว่าการให้ประชาชนรายงานกันเองเป็นอันตรายในเชิงเสี่ยงทำให้สังคมแตกแยก

หน้าแอปสมาร์ทพาเค็ม (ที่มา:kabar24)

สื่อดิอินดิเพนเดนต์รายงานว่าในขณะที่ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีความเป็นรัฐศาสนา แต่ก็มักจะบังคับให้พลเมืองต้องระบุตัวเองว่าเป็นศาสนาหลักต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพุทธ มุสลิม หรือคริสต์ ในอินโดนีเซีย แม้ในปี 2560 ศาลรัฐธรรมนูญได้อนุญาตให้ประชาชนมีศาสนานอกเหนือจากศาสนาหลักของทางการได้ แต่ก็ยังมีเรื่องน่ากังวลเกี่ยวกับการใช้กฎหมายห้ามหมิ่นศาสนาที่มีความเข้มงวดจนถูกนำมาอ้างเอาผิดศาสนาหรือนิกายคนกลุ่มน้อยอย่างมุสลิมนิกายอาหมัดดียาห์

นอกจากนั้น สำนักงานอัยการของอินโดนีเซียยังเปิดให้ใช้งานโปรแกรมแอปพลิเคชันที่ชื่อ "สมาร์ทพาเคม" ซึ่งเปิดให้ผู้คนรายงานศาสนาที่มองว่า "ทำให้หลงผิด" ได้ โดยในนั้นมีการระบุรายชื่อถึงศาสนาที่ไม่ใช่ศาสนากระแสหลักต่างๆ เอาไว้โดยนิกายอาห์หมัดดียาห์และนิกายกาฟาตาร์ซึ่งสภาอิสลามระดับสูงของอินโดนีเซียจัดให้เป็นกลุ่มนิกาย "นอกคอก" เอาไว้ด้วย

อมิรุดดิน อัลราฮับ สมาชิกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอินโดนีเซียกล่าวว่าแอปพลิเคชันนี้อาจจะส่งผลกระทบเลวร้ายต่อสังคมในแง่ที่ทำให้สังคมเกิดความแตกแยกจากการอนุญาตให้เพื่อนบ้านรายงานกันเอง

แต่ถึงแม้จะถูกโต้ตอบจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน แต่แอปพลิเคชันใช้งานฟรีตัวนี้ก็ยังถูกคงปล่อยให้มีการดาวน์โหลดผ่านกูเกิลเพลย์สโตร์ตั้งแต่ช่วงวันที่ 26 พ.ย. ที่ผ่านมา

อัลราฮับวิจารณ์อีกว่าแอปพลิเคชันนี้ทำงานไม่ได้เต็มรูปแบบและสำนักงานอัยการก็ไม่ได้ออกแนวทางที่ระบุนิยามให้ชัดเจนว่าองค์กรแบบไหนที่ถือว่า "อันตราย" และความเชื่อแบบใดที่ถูกมองว่า "ทำให้หลงผิด" โดยที่อัลราฮับมองว่าการไร้แนวทางเช่นนี้จะทำให้ผู้คนสับสน และเมื่อผู้คนไม่รู้ทิศทางพวกเขาจะตัดสินใจเอาเอง นอกจากนี้แอพพลิเคชันนี้อาจจะกลายเป็นการขัดต่อหลักการสิทธิทางความเชื่อที่ศาลรัฐธรรมนูญอินโดนีเซียตัดสินเอาไว้ในปี 2560 ได้

เจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการอินโดนีเซีย ยูเลียนโต กล่าวว่าแอปพลิเคชันนี้มีเป้าหมายต้องการให้การศึกษาแก่ประชาชนและเพิ่มความโปร่งใสให้กับระบบการรายงาน โดยที่ในอินโดนีเซียสำนักงานอัยการมีอำนาจภายใต้กฎหมายในการจับตามองกลุ่มศาสนาเพื่อตรวจตราว่าเป็นภัยต่อชุมชนหรือไม่และมีอำนาจในการแต่งตั้งทีมพิจารณาตรวจสอบได้ถ้าหากมีกลุ่มใดก็ตามถูกมองว่าเป็นภัย

เรียบเรียงจาก

Indonesian app that allows uses to report 'misguided' religious beliefs criticised by human rights groups, The Independent, Nov. 28, 2018

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์