หัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 ปลดล็อกทำกิจกรรมการเมืองได้ แต่ให้ดำเนินคดีเก่าต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 22/2561 "เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง" ใช้มาตรา 44 รธน.ชั่วคราว 2557 ยกเลิกบางส่วนของคำสั่ง คสช. ประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. รวม 9 ฉบับ รวมทั้งคำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 ข้อ 12 ชุมนุมเกิน 5 คน แต่การยกเลิกดังกล่าว "ไม่กระทบกระเทือนถึงการดำเนินคดี การดำเนินการ หรือการปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่ง" ก่อนหน้านี้

แฟ้มภาพกิจกรรมยืนเฉยๆ เมื่อ 28 เมษายน 2559 ที่ทางเท้าตรงข้ามอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา วันที่ 11 ธันวาคม 2561 มีการเผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2561 เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง โดยมีผลยกเลิกบางส่วนของคำสั่ง คสช. ประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. รวม 9 ฉบับ "เพื่อให้ประชาชนและพรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย"

อย่างไรก็ตามในคำสั่งหัวหน้า คสช. 22/2561 ยังระบุว่าการยกเลิกดังกล่าว "ไม่กระทบกระเทือนถึงการดำเนินคดี การดำเนินการ หรือการปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งที่ได้กระทำไปก่อนการยกเลิกโดยคำสั่งนี้" โดยมีรายละเอียดังนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 22/2561
เรื่อง การให้ประชาชนและพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง

โดยที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2561 มีผลใช้บังคับเป็นกฎหมายตั้งแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2561 อันเป็นวันที่พ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป และมาตรา 171 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายใน 90 วัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้มีผลใช้บังคับ และมาตรา 173 บัญญัติให้ระยะเวลาในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งและวิธีการหาเสียงเลือกตั้ง ให้นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีผลใช้บังคับซึ่งแสดงให้เห็นว่าการหาเสียงเลือกตั้งให้เริ่มกระทำได้ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีผลใช้บังคับ

โดยที่ได้มีการดำเนินการตามข้อ 8 แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 53/2560 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ลงวันที่ 22 ธันวาคม พุทธศักราช 2560 ที่ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมาย 

ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อันเป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งของพรรคการเมืองแล้ว และจะมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเร็ววันนี้ จึงเป็นที่แน่ชัดว่าจะมีการเลือกตั้งในระยะเวลาอันใกล้ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่มีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ ประชาชนจึงควรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองเพื่อเข้าไปบริหารประเทศได้อย่างอิสระและเสรี และควรที่พรรคการเมืองจะสามารถรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเพื่อนำเสนอนโยบายที่ใช้ในการบริหารประเทศต่อประชาชนได้ อันเป็นวิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ จึงสมควรดำเนินการเพื่อให้ประชาชนและพรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ในช่วงที่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับ มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๐/๒๕๕๗ เรื่อง ห้ามมิให้กระทำการใด ๆ หรือสั่งให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เฉพาะ 2. ในข้อ 1
(2) คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 26/2557 เรื่อง ห้ามมิให้กระทำการใด ๆ หรือสั่งให้กระทำการใด ๆ เกี่ยวกับการทำธุรกรรมทำงการเงินหรือการดำเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุคคล เท่าที่จำเป็นแก่การรักษาความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวม ลงวันที่ 27 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
(3) ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่  39/2557 เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลที่มารายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
(4) ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 40/2557 เรื่อง การกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลที่ถูกกักตัวตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พระพุทธศักราช 2457 มาตรา 15 ทวิ ลงวันที่ 25 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
(5) ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 57/2557 เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป ลงวันที่ 7 มิถุนายน พุทธศักราช 2557 เฉพาะในข้อ 2
(6) คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 80/2557 เรื่อง ให้บุคคลปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดลงวันที่ 28 มิถุนายน พุทธศักราช 2557
(7) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ลงวันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2558 เฉพาะในข้อ 12
(8) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 53/2560เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ลงวันที่ 22 ธันวาคม พุทธศักราช 2560เฉพาะในข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 7
(9) คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 13/2561 เรื่อง การดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมว่าด้วยพรรคการเมือง (เพิ่มเติม) ลงวันที่ 14 กันยายน พุทธศักราช 2561 เฉพาะในข้อ 6 การยกเลิกตาม (3) (4) และ (6) ให้ยกเลิกเฉพาะในส่วนที่กำหนดห้ามบุคคลหรือให้บุคคลใดละเว้นการเคลื่อนไหวหรือประชุมทางการเมือง หรือห้ามการดำเนินการช่วยเหลือสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงเงื่อนไขการปล่อยตัวของบุคคลใดตามประกาศและคำสั่งดังกล่าวที่ห้ามหรือให้ละเว้นในเรื่องดังกล่าวด้วย

ข้อ 2 การยกเลิกประกาศและคำสั่งตามข้อ 1 ไม่กระทบกระเทือนถึงการดำเนินคดี การดำเนินการ หรือการปฏิบัติตามประกาศหรือคำสั่งที่ได้กระทำไปก่อนการยกเลิกโดยคำสั่งนี้

ข้อ 3 ในกรณีที่เห็นสมควรนายรัฐมนตรีอำนาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้
ข้อ 4 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2561
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์