‘โอดะ’ ส่งคำภาวนา​ถึงผู้อ่านวันพีซ ฝ่าวิกฤติโควิด 19

 

  • ‘เออิชิโร่ โอดะ’ ผู้แต่งวันพีซส่งสารให้กำลังใจผู้อ่านร่วมฝ่าฟันวิกฤติโควิด19 หลังแฟนคลับโล่งใจ​ หายป่วยแล้วไม่ได้ติดโควิด​ ​
  • 'โชเน็นจัมป์' จับมือธุรกิจ​ผู้ผลิตมังงะเปิดออนไลน์ให้อ่านฟรี​ 450 เล่ม​ ​หวังช่วยคนญี่ปุ่นแก้เบื่อตอนอยู่บ้าน
  • อุตสาหกรรมมังงะยังไม่พบรายงานผลกระทบ แต่อุตสาหกรรมอนิเมะผลกระทบเริ่มเห็นชัดแล้วทั้งด้านการบริโภคและการผลิต 

เออิชิโร่ โอดะ (Eiichiro Oda) นักวาดการ์ตูนที่มีชื่อเสียงจากการ์ตูนเรื่องวันพีซ

‘โอดะ’ ส่งคำอธิษฐาน​ถึงผู้อ่าน​

เออิชิโร่ โอดะ นักวาดการ์ตูนที่มีชื่อเสียงจากการ์ตูนเรื่องวันพีซ ได้เขียนสารถึงผู้อ่านลงในนิตยสาร การ์ตูนโชเน็นจัมป์รายสัปดาห์ เล่มที่ 17 ประจำปี 2563 โดยในฉบับดังกล่าววันพีซดำเนินเรื่องมาถึงตอนที่ 975 วางขายเมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่า

“แทบเขียนอะไรไม่ออกเลยในโลกแบบนี้ ผมขอภาวนาให้ทุกคนจากก้นบึ้งของหัวใจ”

คำอวยพรของโอดะถูกส่งมาถึงผู้อ่าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาล้มป่วยกระทันหันจนทำให้การเผยแพร่ตอนที่ 973 ต้องล่าช้าออกไป จากเดิมที่เคยประกาศว่าจะเผยแพร่ในโชเน็นจัมป์ฉบับที่ 14 วันที่ 2 มีนาคม บัญชีทวิตเตอร์ของโชเน็นจัมป์กลับประกาศเลื่อนการเผยแพร่วันพีซออกไปอย่างกระทันหัน สร้างความกังวลให้กับแฟน ๆ ผู้ติดตามว่าโอดะอาจติดเชื้อโควิด 19 หรือไม่

อย่างไรก็ตาม บัญชีทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของวันพีซได้ออกมาแถลงในเวลาต่อมาว่าโอดะหายดีแล้ว แม้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของการเจ็บป่วย หลังจากนั้นจึงมีการเผยแพร่วันพีซตอนที่ 973 ในโชเน็นจัมป์ฉบับที่ 15 เมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ตามมาด้วยตอนที่ 974 ในฉบับที่ 16 เมื่อวันที่ 16 มีนาคมตามลำดับ

สุขภาพโดยรวมของโอดะ

ก่อนหน้านี้โอดะเคยล้มป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาลครั้งหนึ่งแล้วจากฝีรอบต่อมทอนซิล ส่งผลให้การเผยแพร่วันพีซล่าช้าออกไปสองสัปดาห์ในปี 2556 อาการป่วยของเขาไม่หายขาดจนกระทั่งในปี 2557 โอดะจึงไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัดเอาต่อมทอนซิลออกในที่สุด ในช่วงการผ่าตัด นิตยสารการ์ตูนโชเน็นจัมป์ได้ออกมาประกาศว่ามีการปรับตารางเวลางานแล้วเพื่อให้โอดะไม่ต้องฝืนร่างกายจนเกินไป ตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา วันพีซจึงมีช่วงพักการเผยแพร่​บ่อยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากที่ก่อนหน้านี้มีช่วงพักให้โอดะน้อยมาก

โพสต์หนึ่งใน Reddit วิเคราะห์ข้อมูลการเผยแพร่วันพีซตั้งแต่ปี 2557-2561 ระบุว่าปกติแล้วการเว้นช่วงเผยแพร่วันพีซแบ่งออกเป็น 2 สาเหตุหลัก​ ๆ สาเหตุแรกมาจากการหยุดพักของนิตยสารโชเน็นจัมป์ 4 ครั้งต่อปีในช่วงวันหยุดเทศกาลต่าง ๆ ได้แก่ สัปดาห์แรกของมกราคม สัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน สัปดาห์แรกของเดือนสิงหาคม และสัปดาห์ที่สามของเดือนธันวาคม ส่วนสาเหตุที่สองมาจากการที่โอดะขอหยุดพักเองเพื่อป้องกันการล้มป่วย ซึ่งปกติแล้วเกิดขึ้นประมาณ 8-10 ครั้งต่อปี ดังนั้นในปีหนึ่งจึงมีการเผยแพร่วันพีซประมาณ 40 ตอน และโดยเฉลี่ยแล้ววันพีซจะหยุดเผยแพร่เป็นเวลา 1 สัปดาห์ ทุก ๆ ครั้งที่มีการเผยแพร่ติดต่อกัน 3 แล้วสัปดาห์   

แม้จะมีการปรับตารางงานแล้ว แต่ดูเหมือนว่าโอดะจะยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน ในปี 2555 เขาเคยใหัสัมภาษณ์ในวัย 37 ปีว่าปกติแล้วตัวเองนอนเพียงวันละ 3 ชั่วโมงเท่านั้น

“ผมตื่นตอนตีห้าและทำงานจนถึงตีสอง เป็นเรื่องปกติสำหรับผมที่จะนอนตีสองถึงตีห้า” โอดะ กล่าว

นอกจากนี้ เขายังระบุด้วยว่าตนเองไม่ค่อยมีเวลาออกไปข้างนอกเลย

“ผมไม่มีวันหยุดเลย ถ้าผมมีวันหยุด ผมจะอยากออกไปใช้เวลาว่างกับครอบครัว ผมแค่อยากออกไปข้างนอก ไม่สำคัญหรอกว่าเป็นที่ไหน เห็นมั้ย ผมค่อยได้ออกไปข้างนอกหรอก” โอดะ กล่าว

หลังจากที่เขาล้มป่วยจนต้องตัดต่อมทอนซิลออก เขาเปิดเผยในบทสัมภาษณ์ของนิตยสารวันพีซเมื่อปี 2559 ว่าเขายังไม่ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนแต่อย่างใด เนื่องจากเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เขาส่งต้นฉบับเรียบร้อยแล้ว เขาจะนอนยาว ๆ ในวันถัดมาเพื่อชดเชย

ถึงจะยังไม่ปรับพฤติกรรมการนอน แต่ดูเหมือนว่าโอดะจะดูแลสุขภาพมากขึ้น ในบทสัมภาษณ์ชิ้นเดียวกันของปี 2559 มีการเปิดเผยว่าจากเดิมที่​ "แค่ดื่มโค้กและกาแฟก็อยู่ได้" เขาเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วด้วยการดื่มน้ำเปล่าให้ได้วันละ 2 ลิตร นอกจากนี้ เขายังบังคับตัวเองให้ออกกำลังกายด้วย โดยวางเครื่องออกกำลังกายไว้ระหว่างห้องทำงานของตัวเองกับห้องทำงานของสตาฟ ส่งผลให้เขาเดินชนเครื่องออกกำลังกายจนเจ็บนิ้วก้อยเท้าเป็นประจำ หลังจากมีการปรับตารางเวลาทำงานและดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่มีรายงานว่าโอดะล้มป่วยอีกหรือไม่จนกระทั่งโชเน็นจัมป์ออกมาประกาศว่าเขาล้มป่วยล่าสุดในช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่อาการเจ็บป่วยที่ร้ายแรง เออิจิโร โอดะ เกิดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2518 ในเมืองคูมาโมโตะ ปัจจุบันอายุ 45 ปีแล้ว


ปกนอกและปกในวันพีซเล่ม 95 (เล่มล่าสุด) ที่มา : KPR : King of Pirates 

วันพีซ เนื้อเรื่องกำลังระอุ(Spoil)

วันพีซ เป็นการ์ตูนเกี่ยวกับมิตรภาพและการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของ “มังกี้ ดี ลูฟี่” ลูกชายของนักปฏิวัติ “มังกี้ ดี ดราก้อน” และหลานชายของวีรบุรุษ​ทหารเรือ “มังกี้ ดี การ์ป” ในระหว่างที่เดินทางต่อสู้เพื่อเป็นราชาโจรสลัด ลูฟี่และผองเพื่อนได้ต่อสู้กับกองทัพเรือและโจรสลัดกลุ่มอื่น ๆ จนพวกเขาเริ่มค้นพบความไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลโลกและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ “ช่วง 100 ปีแห่งความว่างเปล่า” ซึ่งตอนนี้ยังคงเป็นปริศนา ปัจจุบันเนื้อเรื่องของ วันพีซ กำลังร้อนระอุ เนื่องจากกลุ่มโจรสลัดของลูฟี่และเหล่าพันธมิตรกำลังจะปะทะกับกลุ่มโจรสลัดร้อยอสูรของไคโด ผู้เป็นหนึ่งใน 4 จักรพรรดิ ที่ปกครองแผ่นดินวาโนะอย่างไม่เป็นธรรม รวมกับ โชกุนโอโรจิ แถมไคโดก็เพิ่งจับมือเป็นพันธมิตรกับ บิ๊กมัม ที่เป็นอีกหนึ่งจักรพรรดิด้วย โดยที่ศึกชี้ชะตาใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว​ !

จากรายงานก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ comicbook วิเคราะห์ว่าวันพีซอาจถึงตอนสุดท้ายในปี พ.ศ. 2566 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากเมื่อ ก.ค.ปีที่แล้วโอดะให้สัมภาษณ​์กับหนังสือพิมพ์โยมิอุริ ชิมบุนว่าเนื้อเรื่องของการ์ตูนเรื่องนี้ดำเนินมาได้ 80% แล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ว่าข้อวิเคราะห์ดังกล่าวจะถูกต้องหรือไม่ เนื่องจากโอดะเคยกล่าวว่าเนื้อเรื่องดำเนินไปแล้ว 60% ใน พ.ศ. 2555 และถึง 65% ใน พ.ศ. 2559 หมายความว่าโอดะใช้เวลาถึง 4 ปีในการดำเนินเรื่องเพียง 5% แต่ต่อมาใน พ.ศ. 2561 โอดะระบุว่าเนื้อเรื่องดำเนินมาถึง 80% แล้ว หมายความว่าโอดะใช้เวลาเพียง 2 ปีในการดำเนินเรื่อง 15%

วันพีซเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ตั้งแต่เริ่มเผยแพร่ในปี 2540 จนถึงปัจจุบัน วันพีซยังคงมียอดขายสูงที่สุดในโลกกว่า 462 ล้านเล่มทั่วโลก ตามมาด้วยดราก้อนบอล (300 ล้านเล่ม) โกลโก 13 (280 ล้านเล่ม) นารูโตะ (250 ล้านเล่ม) และโคนัน (230 ล้านเล่ม) อย่างไรก็ตาม ในปีที่แล้ว วันพีซได้เสียตำแหน่งยอดขายสูงสุดแห่งปีให้กับ “ดาบพิฆาตอสูร” หรือ “คิเมะสึ โนะ ไยบะ” หลังจากที่ครองตำแหน่งมากว่า 12 ปี โดยออริคอน บริษัทผู้ให้ข้อมูลข่าวสารและสถิติเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบันเทิง เปิดเผยว่าวันพีซทำยอดขายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2018 ถึงพฤศจิกายน 2019 ทั้งหมด 10,134,232 เล่ม ขณะที่ “ดาบพิฆาตอสูร” ทำยอดขายได้ 12,057,628 เล่มในช่วงเวลาเดียวกัน

แจกมังงะออนไลน์ คนญี่ปุ่นอ่านฟรีสู้โควิด 19

เนื่องจากมีการปิดโรงเรียนและงดจัดเทศกาลต่าง ๆ เพื่อลดการรวมตัวของประชาชนในที่แออัด รวมถึงมีการขอให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านและหยุดเดินทางไปข้างนอกเพื่อสกัดกั้นการแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 บริษัทผู้ผลิตการ์ตูนมังงะต่าง ๆ จึงขอร่วมสู้โควิด 19 ด้วย โดยเปิดให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงการ์ตูนมังงะทางออนไลน์ได้ฟรีมากกว่า 450 เล่ม เพื่อลดความเบื่อหน่ายของประชาชนญี่ปุ่นในระหว่างที่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน โดยวันพีซเป็นหนึ่งในการ์ตูนมังงะที่เจ้าของลิขสิทธิ์เปิดให้คนญี่ปุ่นได้อ่านฟรีในช่วงโควิด 19 ระบาดด้วย

สำนักข่าว Soranews24 รายงานว่าการ์ตูนมังงะที่เปิดให้อ่านฟรีแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลัก ๆ กลุ่มแรกได้แก่นิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ทั้งหมด 78 ฉบับ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ผ่านแอพพลิเคชันหรือเว็บไซต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Shonen Jump+, Sunday Webly, Kokoro Online, Shogakukan e-Comic Store, Margaret Bookstore, Manga Cross, Hakusensha.enet สำหรับวันพีซนั้นเป็นการ์ตูนที่จัดอยู่ในประเภทนี้ โดย comicbook.com ระบุว่าเจ้าของลิขสิทธิ์เปิดให้อ่านฟรี 524 ตอนแรกจากทั้งหมด 975 ตอน

กลุ่มที่สองได้แก่ซีรีส์มังงะขายดีเรื่องต่างๆ ทั้งหมด 392 เล่ม ที่บริษัทสำนักพิมพ์เจ้าของลิขสิทธิ์เปิดให้คนญี่ปุ่นอ่านฟรีได้ตั้งแต่ต้นจนจบ อาทิ Sunday Webly ของสำนักพิมพ์โชงากูกังเปิดให้อ่านฟรีทั้งหมด 11 เรื่อง ได้แก่ ฮายาเตะ พ่อบ้านประจัญบาน, เคนอิจิ ลูกแกะพันธุ์เสือ, ผู้ผนึกมาร,  รันม่า ½, ถนนนักสู้สู่ทีมเบสบอล, ไซเกะ คนเปลี่ยนโลก, ผ่ากฎอลเวง, แผนปราบผี ไม่มีอั้น, มิยูกิ,  ล่าอสูรกาย, และได้เวลาท้าตบ

อนิเมะกระทบหลายด้าน หลายเรื่องเลื่อนวันเผยแพร่

หลังจากที่พบการติดเชื้อโควิดครั้งแรกในวันที่ 16 มกราคม และมีจำนวนผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นตามลำดับ ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้ประกาศใช้ระบบคัดกรองเพื่อให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศได้ยากขึ้น และต่อมาได้ยกระดับไปสู่การห้ามผู้ที่เคยเดินทางในมณฑลหูเป่ยไม่ให้เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ เนื่องจากมีการพบผู้ป่วยรายใหม่อย่างต่อเนื่อง อาเบะจึงสั่งปิดโรงเรียนและขอความร่วมมืองดการพบปะเป็นหมู่คณะ นำไปสู่การปิดสถานที่ท่องเที่ยว การเลื่อนหรือยกเลิกงานอีเวนท์ และเทศกาลต่าง ๆ จำนวนมาก เห็นได้ชัดที่สุดจากการเลื่อนจัดงานโอลิมปิกออกไปเป็นปีหน้า (2564) ทั้งที่มีการขายตั๋วไปแล้วกว่า 5 ล้านใบทั่วโลก  

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าอุตสาหกรรมมังงะได้รับผลกระทบมากน้อยเพียงใด แต่ดูเหมือนอุตสาหกรรมอนิเมะจะเริ่มเห็นผลกระทบแล้ว จากเดิมที่จะมีการจัดงาน Anime Japan 2020 เป็นเวลา 4 วันในวันที่ 21-24 มีนาคมที่กรุงโตเกียว อีเวนท์ดังกล่าวกลับต้องถูกยกเลิกไปอย่างน่าเสียดายเพื่อปฏิบัติตามแนวทางคำแนะนำของรัฐบาล ทั้งนี้ ผู้จัดงานได้มีการประกาศคืนเงินค่าตั๋วให้กับผู้เข้าร่วมแล้ว งาน Anime Japan นับว่าเป็นหนึ่งในงานใหญ่ที่สุดสำหรับอุตสาหกรรมอนิเมะในญี่ปุ่น ซึ่งมีการจัดทุกปีมาตั้งแต่ปี 2557 โดยความร่วมมือของบริษัทผู้ผลิตอนิเมะกว่า 19 บริษัท ในงานมีการจัดแสดงผลงานใหม่ล่าสุดโดยผู้ผลิตอนิเมะต่าง ๆ และยังเป็นที่รวมการจัดแสดงคอสเพลย์ด้วย จากข้อมูลของวิกิพีเดีย

Anime Japan ไม่ใช่แค่อีเวนท์เดียวที่ต้องยกเลิกการจัดงานเพราะโควิด เทศกาลถนนนิปปมบะชิซึ่งปกติมีการจัดทุกปีในช่วงเดือนมีนาคมที่จังหวัดโอซากาก็ถูกยกเลิกเช่นกัน โดยในปีนี้แผนเดิมระบุว่าจะมีการจัดในวันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม แม้ประเทศญี่ปุ่นจะมีงานอีเวนท์แสดงคอสเพลย์อยู่แพร่หลาย แต่อีเวนท์ทั่วไปเทียบไม่ได้กับเทศกาลถนนนิปปมบะชิ ซึ่งเป็นอีเวนท์ที่ใหญ่ไม่แพ้งาน Anime Japan เลย เพราะโดยเฉลี่ยแล้วทุก ๆ ปีมีผู้เข้าร่วมกว่า 200,000 คน นอกจากนี้ พิพิธภัณฑ์ของ Ghibli Studio ก็ปิดให้เข้าชมแล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ - 17 มีนาคม และมีการขยายเวลาปิดออกไปหลังปรึกษากับเมืองมิตากะจนถึงวันที่ 29 เมษายน    

ในด้านการบริโภค ดูเหมือนอุตสาหกรรมอนิเมะจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง เพราะโรงภาพยนตร์ต่าง ๆ ของญี่ปุ่นมีลูกค้าน้อยลงเนื่องจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ข้อมูลของ Financial Times ระบุว่าไวรัสโควิดส่งผลให้รายได้ของโรงภาพยนตร์ทั่วญี่ปุ่นลดลงกว่าร้อยละ 50 ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ด้วยเหตุนี้ โรงภาพยนตร์ต่าง ๆ ในญี่ปุ่นจึงประกาศเลื่อนฉายภาพยนตร์หลายเรื่องออกไป สำหรับภาพยนตร์ที่เป็นอนิเมะก็เช่น เรื่อง Precure Miracle Leap: Minna to Fushigi na 1-nichi ต้องเลื่อนฉายออกไปจากเดิมวันที่ 20 มีนาคม เรื่อง Shimajirō to Sora Tobu Fune ต้องเลื่อนฉายออกไปจากเดิมวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และเรื่องโดราเอมอน ตอน ไดโนเสาร์ตัวใหม่ของโนบิตะเคยมีกำหนดฉายในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 6 มีนาคม เลื่อนเป็นวันที่ 7 สิงหาคม

ในด้านการผลิตและการเผยแพร่ อุตสาหกรรมอนิเมะเองก็ชะลอตัวลงจากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเช่นกัน เช่น อนิเมะเรื่อง Re:Zero รีเซทชีวิต ฝ่าวิกฤตต่างโลก ซีซั่น 2 ต้องเลื่อนการเผยแพร่ออกไปจนถึงเดือนกรกฎาคม เรื่อง A3! ต้องชะลอการผลิตลงโดยคาดว่าอาจจะกลับมาผลิตอีกครั้งในเดือนเมษายน นอกจากนี้ อนิเมะของค่าย Funimation กว่า 14 เรื่อง ที่เดิมจะมีการพากย์เป็นภาษาอื่น ๆ ก็ต้องเลื่อนตารางการพากย์ออกไปเช่นกัน เพื่อออกแบบระบบการทำงานใหม่ในช่วงที่โควิดระบาด อย่างไรก็ตาม อนิเมะที่บรรยายเป็นภาษาอังกฤษจะยังคงออกฉายตามตารางเวลาเดิม โดยหนึ่งในการ์ตูน 14 เรื่องดังกล่าวมีเรื่อง My Hero Academia ด้วย  

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์