องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอ ป.ป.ช.-สตง. ตรวจสอบ อบจ.ลำพูนใช้ งบ 16.3 ล้านซื้อชุดป้องกันโควิด-19

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ทำหนังสือถึงประธานป.ป.ช.- ผู้ว่าสตง.ขอให้ตรวจสอบการจัดซื้อชุดป้องกันโควิด-19  ของอบจ.ลำพูน 16.3 ล้านบาทด่วน จี้ลงโทษทั้งอาญาและทางวินัย หากพบว่าการจัดซื้อไม่โปร่งใส ด้านรพ.เชียงรายฯ ช่วยยายวัย 63 ปี ไม่มีบัตรประชาชน ใช้กองทุนคืนสิทธิฯ รักษาโรคความดันโลหิตสูง

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ขอ ป.ป.ช.-สตง. ตรวจสอบ อบจ.ลำพูน งบ 16.3 ล้าน จัดซื้อชุดป้องกันโควิด-19 

22 เม.ย. 2563 วันนี้  องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT ทำหนังสือส่งถึงพลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ ประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการสานักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เรื่อง ขอให้ตรวจสอบการจัดซื้อชุดของใช้ประจำวัน (Care Set) โดย องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน  ลงนามโดย วิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยเนื้อหาในหนังสือระบุ ดังนี้

“ตามที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีที่ อบจ. ลำพูน ใช้งบประมาณมากถึง 16.3 ล้านบาท จัดซื้อชุดของใช้ประจำวัน (Care Set) เพื่อแจกให้กับผู้มีอายุ 70 ปีขึ้นไป จานวน 27,700 ชุดๆ ละ 590 บาท

การจัดซื้อครั้งนี้มีการตั้งข้อสังเกตของสาธารณชนว่า เหตุใดจึงใช้ “วิธีคัดเลือก” โดยเจรจากับผู้ขายเพียงสามราย ที่ อบจ. เรียกมา ทั้งๆ ที่สินค้าเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปและไม่ขาดแคลน แต่หากเปิดให้มี “การประมูลเป็นการทั่วไป” ย่อมเกิดการแข่งขันอย่างโปร่งใส ได้สินค้าในราคาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมและหน่วยงาน อีกทั้งยังมีข้อกังขาว่า สินค้าที่ซื้อเช่น จานชาม แปรงสีฟัน ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ มีลักษณะเป็นการ “ป้องกัน – ควบคุม – รักษา” โรคโควิด-19 จนถือว่าต้องจัดซื้ออย่างเร่งด่วนได้อย่างไร

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ใคร่ขอเรียนให้ท่านตรวจสอบกรณีนี้อย่างเข้มงวดและเร่งด่วน เพื่อความชัดเจนและโปร่งใสก่อนที่จะมีการจัดซื้อลักษณะเดียวกันในจังหวัดอื่น และได้โปรดชี้แจงข้อกังขา แก่ประชาชนให้กระจ่างว่า

1. การจัดซื้อครั้งนี้ก่อให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่า ตรงตามความต้องการของประชาชนในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 จริงหรือไม่

2. การจัดซื้อโดยใช้ “วิธีคัดเลือก” เช่นนี้ เหมาะสมและถูกต้องหรือไม่ ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างฯ

3. มีการฮั้วประมูลและการเรียกรับผลประโยชน์เกิดขึ้นหรือไม่

4. หากพบว่า การจัดซื้อครั้งนี้ทำให้ส่วนรวมเสียประโยชน์ จะถือว่าผู้รับผิดชอบมีความผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญาและทางวินัย ใช่หรือไม่

ท้ายหนังสือยังได้ติดแฮชแท็ก # ระบุข้อความว่า  โกงในช่วง COVID - 19  คือ โกงชีวิตคนทั้งชาติ: จับให้ได้  จับให้เร็ว ลงโทษให้สาสม

 

รพ.เชียงรายฯ ช่วยยายวัย 63 ปี ไม่มีบัตรประชาชน ใช้กองทุนคืนสิทธิฯ รักษาโรคความดันโลหิตสูง

วันเดียวกัน ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพ หน่วย 50(5) จ.เชียงรายเผย ผู้ป่วยความดันโลหิตสูงวัย 63 ปีซึ่งไม่มีบัตรประชาชน ได้รับการช่วยเหลือจากโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ให้รับการรักษาโดยใช้สิทธิจากกองทุนคืนสิทธิฯ แล้ว หลังต้องซื้อยากินเองมาหลายปี แต่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ไม่มีเงินซื้อยา

ธนชัย ฟูเฟื่อง ผู้ประสานงานศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน หน่วย 50(5) จ.เชียงราย เปิดเผยว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้ ได้รับแจ้งจากอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในชุมชนดอยทอง ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ว่ามีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสิทธิหลักประกันสุขภาพ ได้รับผลกระทบจากมาตรการปิดสถานที่ต่างๆ ของรัฐในช่วงการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรควิด-19 ทำให้ไม่มีรายได้ และไม่มีเงินซื้อยามารักษาโรคเบาหวานให้ตัวเองนั้น

ล่าสุดทางหน่วย 50(5) จ.เชียงราย ได้ประสานกับโรงพยาบาลแล้ว ล่าสุดโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ได้รับทราบและให้ใช้สิทธิรักษาพยาบาลจากกองทุนให้สิทธิ(คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขให้กลุ่มบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิได้เลย เนื่องจากเข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือจากกองทุนนี้อยู่แล้ว

ทั้งนี้ ผู้ป่วยรายดังกล่าวชื่อ บัวหลาด จันไชยเลิศ อายุ 63 ปี ไม่มีบัตรประชาชนเพราะพ่อแม่ไม่ได้พาไปแจ้งเกิด ในอดีตที่ผ่านมาเคยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโดยขอรับการสงเคราะห์ค่ารักษาพยาบาล แต่เมื่อมารับยาบ่อยครั้งเข้า รู้สึกว่าไปสร้างภาระให้โรงพยาบาล จึงไม่กล้าไปรับยา ตั้งแต่นั้นมาบัวหลาดจึงไม่ไปรับบริการที่โรงพยาบาลอีกเลย แต่ใช้วิธีซื้อยาจากร้านขายยามาทานเอง 4-5 ปีแล้ว

"ตอนนี้เรื่องการรักษาก็เป็นไปตามคาดหวัง ผู้ป่วยสามารถไปรับการตรวจได้แล้วโดยทางอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่เป็นคนพาไปและไม่ต้องเสียเงิน แต่เรื่องการขอทำบัตรประชาชนให้ป้าคงต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร" ธนชัย กล่าว

ด้าน ชวนพิศ กิตติรัตน์ อสม.ชุมชนดอยทอง กล่าวว่า ตนและบัวหลาดบ้านอยู่ใกล้เคียงกัน ล่าสุดบัวหลาดประสบอุบัติเหตุหกล้ม ต้องไปเย็บแผลที่โรงพยาบาล แต่ครั้งนี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีทำให้บัวหลาดดีใจมาก ยกมือไหว้ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือในครั้งนี้

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์