นางงาม แม่ชี จนถึงอดีตกบฏ พากันต่อต้าน กม.ลิดรอนเสรีภาพฉบับใหม่ของฟิลิปปินส์

'ดูเตอร์เต' ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพิ่งลงนามผ่าน "กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย" ช่วงต้นเดือน ก.ค. หลายภาคส่วนหวั่นกฎหมายจะถูกใช้ในเชิงลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อต้านกฎหมายนี้อย่างกว้างขวางทั้งวงการนางงาม นักบาส แม่ชี นักธุรกิจ คอมมิวนิสต์ จนถึงอดีตกลุ่มติดอาวุธ

รอดริโก ดูเตอร์เต ภาพจาก wikimediacommons
 

15 ก.ค. 2563 หลังจากที่ รอดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีอำนาจนิยมของฟิลิปปินส์ลงนามผ่านกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายต้นเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากหลายแวดวงไม่ว่าจะจากนางงาม, นักบาสเกตบอล, นักธุรกิจใหญ่, คอมมิวนิสต์, อดีตผู้นำกลุ่มกบฏ, เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย, ทนายความ, นักศึกษา, แม่ชี ล้วนเป็นกลุ่มคนที่ไม่ไม่พอใจ "กฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย" ฉบับใหม่ของฟิลิปปินส์และร่วมมือกันต่อต้าน

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีทนายความ นักวิชาการและนักการเมืองฟิลิปปินส์ยื่นคำร้องต่อศาลสูงสุดของประเทศฟิลิปปินส์ขอให้มีการยับยั้งกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายปี 2563 ของฟิลิปปินส์ที่เพิ่งจะมีการลงนามรับรองจากประธานาธิบดีรอดริโก ดูเตอร์เต และจะมีผลบังคับใช้ภายในกลางเดือนนี้

สาเหตุที่มีการต่อต้านเป็นเพราะว่านิยาม "การก่อการร้าย" ในกฎหมายฉบับดังกล่าวนี้มีความกำกวมและอาจจะถูกนำมาอ้างใช้เล่นงานนักคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและปิดปากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลได้ ในขณะที่นักกฎหมายวิจารณ์ในคำร้องเรียนว่าส่วนหนึ่งของกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับใหม่ของฟิลิปปินส์นั้นละเมิด 'บัญญัติว่าด้วยสิทธิพื้นฐานของพลเมือง' ของรัฐธรรมนูญปี 2530 ฟิลิปปินส์

หลังจากที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ยังคงเดินหน้าและผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ก็ทำให้ชาวฟิลิปปินส์พากันต่อต้านอย่างหนักทางโซเชียลมีเดีย โดยมีคนหลายภาคส่วนร่วมกันส่งเสียงคัดค้าน ไม่ว่าจะเป็นนางงานมิสยูนิเวิร์สฟิลิปปินส์ปี 2558 เปีย วูตซ์บาค และปี 2561 แคทริโอนา เกรย์ ที่มีผู้ติดตามราว 1 ล้านคน เรื่องนี้ทำให้กลุ่มผู้สนับสนุนดูเตอร์เตพากันตอบโต้ด้วยการตั้งคำถามว่าเกรย์มีสัญชาติฟิลิปปินส์หรือไม่ แต่อดีตนางงามก็ไม่ยอมถอยเธอยังคงโพสต์ทวีตวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายใหม่นี้ต่อไปว่า "ถึงแม้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายจะมีความสำคัญในการปกป้องประเทศและประชาชน แต่พวกเราก็ไม่สามารถปล่อยให้กฎหมายนี้ผ่านร่างไปได้จากการที่มีโอกาสถูกนำมาใช้แบบลุแก่อำนาจและใช้ละเมิดสิทธิมนุษยชน"

ชาวเน็ตในโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่นทวิตเตอร์ยังทำการรณรงค์ต่อต้านกฎหมายนี้ด้วนการใช้แฮ็กแท็กว่า #JunkTerrorBill ที่แปลว่า "ทิ้งกฎหมาย(ต่อต้านการ)ก่อการร้ายไปเสีย"

กลุ่มต่อมาที่วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายนี้คือกลุ่มธุรกิจ 16 กลุ่มหลักๆ ในฟิลิปปินส์นำโดยสมาคมมาคาติบิสิเนสคลับและสมาคมการบริหารจัดการแห่งฟิลิปปินส์ พวกเขาประกาศต่อต้านกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย 2563 ของฟิลิปปินส์อย่างยิ่งยวดโดยบอกว่ากฎหมายปัจจุบันที่มีอยู่ในฟิลิปปินส์เพียงพอต่อการต่อต้านการก่อการร้ายอยู่แล้ว

องค์กรสิทธิมนุษยชนแอมเนสตีประจำฟิลิปปินส์เคยเตือนว่าการผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้จะทำให้รัฐบาล "มีอำนาจเกินขอบเขตแบบที่ไม่ถูกตรวจสอบถ่วงดุล" พวกเขายังเรียกร้องด้วยว่าถึงแม้กฎหมายจะอ้างเรื่องการต่อต้านการก่อการร้ายแต่ก็ควรจะเป็นไปตามหลักการสิทธิมนุษยชนสากล กฎเกณฑ์ทางมนุษยธรรม และคุ้มครองเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วย อย่างไรก็ตามแอมเนสตีเป็นห่วงว่ากฎหมายฉบับนี้อาจจะถูกนำมาตีความอ้างใช้แปะป้ายให้แม้กระทั่งกับคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเล็กๆ น้อยๆ ว่าเป็น "ผู้ก่อการร้าย" ได้

ทั้งนี้ยังมีกลุ่มฝ่ายซ้ายในฟิลิปปินส์ที่กังวลว่าพวกเขาจะถูกระบุจากกฎหมายฉบับนี้ว่าเป็นผู้ก่อการร้ายได้ เพราะกฎหมายเอื้อต่อการให้ระบุกลุ่มคนว่าเป็นผู้ร้ายได้ง่ายขึ้น ทำให้พวกเขากังวลว่าสมาชิกของพวกเขาจะถูกจับกุมและถูกสั่งระงับธุรกรรมทางทรัพย์สิน อย่างไรก็ตามพรรคคอมมิวนิสต์แห่งฟิลิปปินส์และกลุ่มติดอาวุธที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขาเคยประณาม แม่ชีคาทอลิกอายุ 82 ปี แมรี จอห์น มานันซัน ว่าเป็นฝ่าย "ชั่วร้าย" แต่ทว่าแม่ชีรายนี้ก็ปฏฺิเสธข้อกล่าวหาและกลุ่มแม่่ชีของเธอก็เคยประท้วงต่อต้านกฎหมายดังกล่าวมาตั้งแต่เดือน มิ.ย.

กลุ่มแม่ชีสายเบเนดิกทีนเคยรวมกลุ่มประท้วงที่หน้าวิทยาลัยสงฆ์อายุ 114 ปีเซนต์สกอลาติกา เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. พวกเธอกล่าวว่ากฎหมายใหม่ของฟิลิปปินส์ฉบับนี้ "ไม่ได้ตั้งเป้าหมายกับผู้ก่อการร้ายแต่ตั้งเป้าหมายกับผู้ต่อต้านรัฐบาล ฝ่ายค้านทางการเมือง นักวิจารณ์ และนักกิจกรรม"

ในทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์กลุ่มผู้นำท้องถิ่นที่เคยเป็นอดีตกลุ่มแบ่งแยกดินแดนโมโรที่เจรจาสงบศึกกับรัฐบาลไปแล้วก็พูดแสดงความกังวลเกี่ยวกับกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับใหม่นี้เช่นกัน อดีตสมาชิกกลุ่มติดอาวุธจัดประชุมด่วนในช่วงที่มีความกังวลเกี่ยวกับการผ่านร่างกฎหมายนี้ พวกเขาพูดถึงการที่ร่างกฎหมายมีความคุมเครือและมีส่วนีท่มีปัญหาไม่ว่าจะเป็นการให้อำนาจรัฐในการจับกุมตัวได้โดยไม่มีหมาย ให้รัฐสอดแนมผู้คนได้และคุมขังผู้คนได้เป็นเวลาสูงสุด 24 วันโดยไม่จำเป็นต้องมีข้อกล่าวหา

ทางการเคยขอให้มีการจัดตั้งกรรมการเกี่ยวกับกฎหมายนี้ขึ้นมาด้วยแต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผล สิ่งที่ทำให้อดีตกลุ่มติดอาวุธเหล่านี้กังวลอีกแง่หนึ่งคือ การที่ก่อนหน้าการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพ รัฐบาลดูเตอร์เตในยุคก่อนหน้านั้นมักจะเรียกกลุ่มติดอาวุธว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย

ฝ่ายรัฐบาลดูเตอร์เตพยายามโต้แย้งในเรื่องเหล่านี้ เฮอร์โมเจเนส เอสเปรอน ที่ปรึกษาความมั่นคงแแห่งชาติกล่าวว่า "พลเมืองที่ทำตามกฎหมายไม่มีอะไรจะต้องกลัว" และบอกว่ากฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับนี้ไม่ได้ระบุถึง "นักรณรงค์, ผู้ประท้วง, ผู้ต่อต้านรัฐบาล, ผู้หยุดงานประท้วง, ขบวนการทางมวลชนหรืออุตสาหกรรม และการใช้สิทธิพลเมืองกับสิทธิทางการเมืองอื่นๆ แต่อย่างใด"

แต่ถึงแม้เอสเปรอนจะออกปากเช่นนี้ ในฟิลิปปินส์ก็มีเหตุกาณ์จัมกุมนักศึกษา 11 ราย ในจังหวัดลากูนาที่ประท้วงต่อต้านกฎหมายนี้พวกเขาถูกจับกุมโดยไม่มีหมายจับกุมใดๆ

แม้กระทั่งนักโทษการเมืองอย่างไลลา เดอ ลิมา จากพรรคฝ่ายค้านลิเบอรัลปาร์ตีก็สงสัยเจตนาของรัฐบาลที่ออกกฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายฉบับนี้ โดยที่เธอยกตัวอย่างเรื่องกรณีทหาร 4 นายที่ถูกรุมสังหารโดยตำรวจ 9 นาย เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา ทหาร 4 รายนี้เป็นกลุ่มทหารที่กำลังไล่ล่ากลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงอะบูไซยาฟ สร้างความกังขาว่าแม้กระทั่งฝ่ายรัฐด้วยกันเองยังมองไม่ออกว่ากลุ่มไหนเป็นมิตรกลุ่มไหนเป็นศัตรู แล้วถ้าบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้จะส่งผลเลวร้ายอะไรบ้าง

เรียบเรียงจาก

Philippines’ Anti-Terrorism law unites beauty queens, nuns and former militants in opposition, South China Morning Post, 07-07-2020

Philippines: Dangerous anti-terror law yet another setback for human rights, Amnesty, 03-07-2020

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์