'ทัพเรือ' ยันจีทูจีเรือดำน้ำจีน 2.2 หมื่นล้านไม่เก๊ สวนจำนำข้าวต่างหากปลอม ยกโพลเนชั่น ปชช.อยากได้

กองทัพเรือแถลงยันจีทูจีเรือดำน้ำจีน 2.2 หมื่นล้านไม่เก๊ ซัดจำนำข้าวต่างหากปลอม ยกโพลเนชั่น ปชช.อยากได้ ขณะที่พรรคก้าวไกล แนะกองทัพเรือเป็นกลาง ไม่เหน็บแนมพรรคการเมือง จี้ถามลำดับความสำคัญอยู่ไหน? เสนอลดงบบุคลากรมาเพิ่มงบขีดความสามารถการรบ ขณะที่ในทวิตเตอร์ #ประชาชนไม่เอาเรือดําน้ํา ติดเทรนด์ 

 

24 ส.ค.2563 จากกรณีที่ประชุมอนุกรรมาธิการมีมติเห็นชอบงบจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน ของกองทัพเรือ จำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานั้น วานนี้ (23 ส.ค.63) พรรคเพื่อไทยแถลงเปิดเอกสารลับจีทูจีซื้อเรือดำน้ำ ระบุอาจเป็นโมฆะเหตุซื้อเรือดำน้ำกับบริษัทเอกชน 'พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ที่ดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ ณ ขณะนั้นในปี 2560 ไม่มีอำนาจลงนามในนามรัฐบาลไทย เตรียมขอมติใหม่ในที่ กมธ.งบฯ ชุดใหญ่ 26 ส.ค.นี้นั้น

วันนี้ (24 ส.ค.63) สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันถึงกรณีที่กองทัพเรือตั้งโต๊ะแถลงข่าวในหัวข้อ "เหตุผลความจำเป็นในการจัดหาเรือดำน้ำ" โต้กระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม หลัง ส.ส. เพื่อไทยแถลงตั้งข้อสงสัยพบความไม่โปร่งใสในสัญญาการซื้อเรือดำน้ำ ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน พล.ร.อ.ลือชัย ผบ.ทร.ขณะนี้ มอบหมายให้ พล.ร.อ.สิทธิพร มาศเกษม เสนาธิการทหารเรือ พล.ร.ท.ภราดร พวงแก้ว รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานยุทธการ พล.ร.ท.ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกิจการพลเรือน ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ พล.ร.ท.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ พล.ร.ท.ธีรกุล กาญจนะ ปลัดบัญชีทหารเรือ

พล.ร.ต.อรรถพล เพชรฉาย ผู้อำนวยการสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ และน.อ.ธาดาวุธ ทัตพิทักษ์กุล รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ร่วมกันแถลงข่าวกรณีเหตุผลความจำเป็นในการจัดหาเรือดำน้ำ

พล.ร.ท.ประชาชาติ ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ แถลงตอบโต้ กรณี ที่ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส. เพื่อไทย ที่ออกมาโจมตีกองทัพเรือ เปิดเผยเอกสารลับการจัดซื้อเรือดำน้ำ ว่า เป็นการพูดที่บิดเบือนข้อเท็จจริงนำไปซึ่งความแตกแยก นำมาสู่ความเกลียดชังต่อกองทัพและเป็นสิ่งที่ไม่สมควร และนำมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง

“ที่กล่าวหาว่าการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ เป็นสัญญาเก๊ ก็ไม่เป็นความจริง โครงการรับจำนำข้าว ที่พรรคเพื่อไทย ทำต่างหากที่เป็นจีทูจีเก๊ และไม่ถูกต้อง แต่กองทัพเรือทำการซื้อแบบจีทูจีอย่างถูกต้องโปร่งใส ขอสังคมอย่าตกเป็นเหยื่อเรื่องการเมือง การให้ข่าวของพรรคเพื่อไทย หวังผลการเมือง และเป็นการเห็นแก่ตัว” โฆษกกองทัพเรือ กล่าว พร้อมระบุว่า การจัดซื้อครั้งนี้ ไม่ได้จ่ายทั้งก้อน 2.25 หมื่นล้านบาท ในคราวเดียว ปี 64 ทั้งหมด

พล.ร.อ.สิทธิพร แถลงยืนยัน งบประมาณที่ใช้ในหารจัดหาเรือดำน้ำทั้ง 3 ลำ เป็นไปตามกรอบงบประมาณที่ กองทัพเรือ ได้รับการจัดสรร ประจำปี "มิใช่งบประมาณเพิ่มเติม" และไม่ได้จ่ายในคราวเดียว ซึ่งทยอยจ่ายปีละประมาณ 3 พันล้านบาท

พล.ร.ท. เถลิงศักดิ์ ยืนยันว่า การจัดหาเรือดำน้ำอีก 2 ลำ งบ 2.25 หมื่นล้านบาท เทียบไม่ได้กับความคุ้มค่า ในการปกป้องผลประโยชน์ในทรัพยากรทางทะเลของไทยที่มีกว่า 24 ล้านล้านบาท คิดเป็นแค่ 0.093 % เท่านั้น

พล.ร.ท.ธีรกุล กล่าวว่า โครงการจัดหาเรือดำน้ำ 2 ลำนี้ เป็นการจัดหาอีก 2 ให้ครบ 3 ลำ เป็นการทยอยจ่ายรายปี คือ ปี’63 จำนวน 3,375 ล้านบาท ปี’64 จำนวน 3,925 ล้านบาท ปี’65 จำนวน 2,640 ล้านบาท ปี’66 จำนวน 2,500 ล้านบาท ปี’67 จำนวน 3,060 ล้านบาท ปี’68 และปี’69 จำนวน 3,500 ล้านบาท รวมเป็น 22,500 ล้านบาท

เมื่อเกิดสถานการณ์โควิด-19 ทร.ได้คืนเงินคืนรัฐบาลก้อนแรกช่วยโควิด ผ่านพ.ร.บ. โอนงบ 3,375 ล้านบาทรวมโครงการอื่น จำนวน 4,130 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาโควิด และได้ทำข้อตกลงกับจีนยกเอายอดปี’63 ไปทำเพิ่มงบปี’70 เพิ่ม จำนวน 3,375 ล้านบาท ตามที่ได้คืนให้รัฐบาลและโดยปีนี้ มีการกำหนดข้อตกลงในรัฐต่อรัฐภายในเดือนกันยายนนี้ คือ 3,925 ล้านบาท เป็นงบก้อนแรก

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการจัดทำงบ ทร.เป็นไปตามหลักการรอบคอบ คุ้มค่า ตระหนักดีว่าเงินทุกบาทเป็นเงินประเทศ ดังนั้นงบใช้ในกรอบของเราตามที่ได้รับมาเท่านั้น ทร.ลดการจัดหาและตัดรายจ่ายลงในการหายุทธโธปกรณ์อื่นเพื่อให้มีเรือดำน้ำครบทั้ง 3 ลำ

พล.ร.ต.อรรถพล ชี้แจงถึงกรณี ที่ถูกพาดพิง เป็นสัญญาเก๊ เป็นการลงนามที่ไม่รองรับด้วยทางกฎหมาย ส่อโมฆะ ว่า พลเอกลือชัย รุดดิษฐ์ เสธ.ทร. ในสมัยนั้น เป็นผู้ลงนาม ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย

ขณะที่ น.อ.ธาดาวุธ ในฐานะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการบริหารโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ยืนยัน ว่า สัญญาจีทูจี เป็นไปอย่างถูกต้อง พร้อมฉายเส้นทาง การลงนามข้อตกลงจ้างสร้างเรือดำน้ำลำที่ 1 โดย รัฐบาลจีน สั่งการให้ SASTIND มอบอำนาจให้ บริษัท CSOC ก่อนมอบอำนาจให้ Chirman of CsOC มาเซ็นสัญญา ขณะที่ ฝั่งไทย ครม. ได้อนุมัติ ให้ใช้วิธีจัดซื้อแบบ จีทูจี มอบอำนาจให้ ผู้บัญชาการทหารเรือ หรือผู้แทน โดย ผบ.ทร. ในสมัยนั้น ได้มอบอำนาจให้ พลเรือเอกลือชัย รุดดิษฐ์ เสธ.ทร. ในฐานะ ประธาน กจค. ไปเซ็นสัญญา

อ้างโพลเนชั่นชี้ปชช.อยากได้

ช่วงหนึ่งโฆษกกองทัพเรือ อ้างผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชน ต่อการจัดซื้อเรือดำน้ำ ของ เนชั่น ว่าสนับสนุนกองทัพเรือ 71% และยันว่า ทร. ไม่ใช่จำเลยของสังคม ขอวิงวอนให้เห็นแก่ความสุขสงบของประเทศชาติเป็นหลัก

(ที่มา : ข่าวสดออนไลน์ และกรุงเทพธุรกิจออนไลน์)

ก้าวไกล แนะกองทัพเรือเป็นกลาง ไม่เหน็บแนมพรรคการเมือง จี้ถามลำดับความสำคัญอยู่ไหน? เสนอลดงบบุคลากรมาเพิ่มงบขีดความสามารถการรบ

ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานด้วยว่า ในงานแถลงครั้งนี้ มี 2 ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล เข้าร่วม ได้แก่ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ซึ่งพิจารณ์ได้ตั้งคำถามไปยังกองทัพเรือในช่วงท้ายของการแถลง โดย พิจารณ์ กล่าวว่า วันนี่้ ตนมาในฐานะพรรคการเมือง เห็นว่า ประเด็นที่บางพรรคออกมาชี้แจง จะถูกต้องหรือไม่อย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของกองทัพเรือที่จะออกมาชี้แจงให้ประชาชนทราบอยู่แล้ว ในฐานะที่ตนนั่งอยู่ในห้องอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ยืนยันว่า นักการเมืองที่ออกมาแถลงข่าวได้แถลงตามเนื้อหาที่ได้รับจากการนำเสนอ เมื่อสักครู่มีสไลด์การนำเสนอที่ไม่เคยปรากฏในชั้นอนุกรรมาธิการ

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์

"ผมคิดว่าท่าทีของกองทัพต่อนักการเมืองคนใดหรือพรรคการเมืองใด ท่านเป็นกองทัพต้องจำเป็นต้องทำตัวเป็นกลาง ชี้แจงข้อเท็จจริง ลักษณะคำพูดเหน็บแนม ลดทอนคุณค่า มิได้ทำให้กองทัพเรือได้รับคำนิยมชมชอบมากกว่าเดิมจากประชาชน"พิจารณ์กล่าว

ในส่วนของเนื้อหา พิจารณ์ตั้งข้อสังเกตว่า ตัวแทนกองทัพเรือพูดคำว่าโควิดบ่อยครั้ง แต่ไม่มีการกล่าวถึงวิกฤตเศรษฐกิจในคำชี้แจงเลย ทุกวันนี้ สังคมพูดถึงการลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณ มีการพูดถึงว่า สมมุติอนุกรรมาธิการยกมือไม่ผ่านงบการจัดซื้อเรือดำน้ำ ก็อยู่ที่กองทัพเรือว่า จะอุทธรณ์หรือไม่ หากเลือกที่จะอุทธรณ์ก็จะขึ้นกับกรรมาธิการชุดใหญ่ในการมีมติเห็นชอบอย่างไร

"หากงบประมาณนี้ไม่ได้ใช้ เรียกว่า ในวันพุธนี้ มีการหยิบยกโครงการนี้ขึ้นมาพูดใหม่ หากที่ประชุมมีมติให้ 3,925 ล้านบาทนี้ เลื่อนไปก่อนในปีหน้า งบประมาณก็จะกลับสู่งบประมาณให้อนุกรรมาธิการทุกคณะนำมาตัดก้อนหนึ่งสำหรับโครงการต่างๆ หลายหน่วยงานก็จะอุทธรณ์ แปรญัตติของบเข้ามาใหม่" ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าว

สุดท้าย พิจารณ์กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกองทัพเรือประเทศไทยกับมาเลเซีย ซึ่งทางตัวแทนกองทัพเรือยกมาว่า มาเลเซียมีถึง 2 ลำ เราจึงควรมีบ้าง ซึ่งหากพิจารณาอีกมุมหนึ่ง จะพบว่า กองทัพเรือมาเลเซียใช้งบประมาณรองรับบุคลากรทั้งหมด 15,000 นาย ในขณะที่ไทยนั้นสูงถึง 75,000 นาย ต่อปีไทยใช้งบถึง 20,001 ล้านบาท จากนั้นจึงได้ตังคำถามต่อกองทัพเรือไว้ด้วยว่า มีแนวทางที่จะจัดสรรงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยการลดงบประมาณบุคลากรที่สูงถึง 43% ของงบกองทัพเรือทั้งหมด หรือไม่ เพราะโดยเฉลี่ยหน่วยงานในประเทศไทยงบประมาณบุคลากรอยู่ที่ 26% เท่านั้น ถ้าหากลดงบประมาณในส่วนนี้ได้ ก็จะช่วยเพิ่มช่องว่างให้มีเงินในการจัดสรร เตรียมพร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการรบมากขึ้น

ที่มา https://trends24.in/thailand/

ขณะที่ในทวิตเตอร์ #ประชาชนไม่เอาเรือดําน้ํา ติดเทรนด์ ส่วนมากวิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อดังกล่าว

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์