21 จำเลย คดี #19กันยา แถลงขอถอนทนาย เหตุไม่ได้รับสิทธิในการปรึกษาหารือตามกฎหมาย

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานความคืบหน้าคดี #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ระบุ 21 จำเลยแถลงขอถอนทนาย เหตุไม่ได้รับสิทธิในการปรึกษาหารือตามกฎหมาย 'ทนายอานนท์' แถลงปฏิเสธกระบวนการอยุติธรรม ชี้ห้องพิจารณาถูกทำให้เป็นเสมือนคุก ขณะที่ 'พ่อไผ่' ประกาศจะไม่ได้ไปสัมผัส "ศาลเรือนจำพิเศษอาญารัชดา" อีกเว้นแต่จำเป็นอื่น ส่วนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม รายงานความคืบหน้าการอดอาหารประท้วงของ 'เพนกวิน พริษฐ์' นั้นมาถึงวันที่ 24 แล้ว ส่วนของ 'รุ้ง ปนัสยา' อดอาหารเป็นวันที่ 10 

 

8 เม.ย.2564 ความคืบหน้าคดีการชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ที่บริเวณมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 ซึ่งมีผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสิ้น 22 คน ในหลายข้อหา โดยมีแกนนำ 7 คน ถูกฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตาม ม.112 จำนวน 7 คน ที่ไม่ได้รับการประกันตัวหรืออนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี แม้ยื่นประกันมาแล้วหลายครั้ง นั้น

วันนี้ (8 เม.ย.64) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานความคืบหน้า ที่ศาลอาญา รัชดา ห้องพิจารณา 704 มีนัดตรวจพยานหลักฐานในคดีดังกล่าว โดยจำเลยซึ่งถูกแจ้งข้อหาหลักตาม ม.116 จำนวน 13 คน ประกอบด้วย ชินวัตร จันทร์กระจ่าง, ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา, ณัทพัช อัคฮาด, ธนชัย เอื้อฤาชา, ธนพ อัมพะวัติ, ธานี สะสม, ภัทรพงศ์ น้อยผาง, สิทธิทัศน์ จินดารัตน์, สุวรรณา ตาลเหล็ก, อนุรักษ์ เจนตวนิชย์, ณัฐชนน ไพโรจน์, “ครูใหญ่” อรรถพล บัวพัฒน์ และอะดิศักดิ์ สมบัติคำ ทยอยเดินทางเข้ามาในห้องพิจารณา

เวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวจำเลยอีก 9 คน ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำต่างๆ ได้แก่ รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล จากทัณฑสถานหญิงกลาง และ เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์, อานนท์ นำภา, หมอลำแบงค์ ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม, สมยศ พฤกษาเกษมสุข, ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก, ไผ่ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ จัสติน ชูเกียรติ แสงวงค์ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รวมทั้ง แอมมี่ ไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ จากเรือนจำพิเศษธนบุรี เข้ามาในห้องพิจารณา ​

21 จำเลยแถลงขอถอนทนาย เหตุไม่ได้รับสิทธิในการปรึกษาหารือตามกฎหมาย

ศูนย์ทนายฯ ยังรายงานด้วยว่า เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนตรวจดพยานหลักฐานในคดี ยกเว้น ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม จำเลยที่ 3 ที่เหลือ จําเลย 21 คน แถลงความประสงค์ขอถอนทนายความ เนื่องด้วยกระบวนการพิจารณาคดีในศาลอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และการปฏิบัติที่ไม่เอื้ออำนวยให้จำเลยได้รับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม ตามหลักการและเจตนารมณ์แห่งกฎหมาย โดยอธิบายเหตุผลประกอบเนื่องจาก

1. จำเลยไม่ได้รับสิทธิในการปรึกษาหารือกันในทางคดีอย่างเป็นส่วนตัวและเป็นความลับ ระหว่างทนายความและลูกความ เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมจนสิทธิของจําเลยและทนายความถูกละเมิดแม้อยู่ในห้องพิจารณาคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการออกมาตรการรักษาความปลอดภัยหลายส่วน

ทั้งการตรวจเช็ครายชื่อทนายจําเลยและจําเลยที่เข้าร่วมการพิจารณาคดีอย่างเข้มงวด การทําร้ายร่างกายทนายความที่กําลังใช้สิทธิปรึกษากับจําเลยเป็นการเฉพาะตัว การยึดโทรศัพท์ของทนายจําเลย การไม่เปิดโอกาสให้จําเลยและทนายได้ปรึกษากันเป็นการเฉพาะตัว

อานนท์ และ จตุภัทร์ ยังได้แถลงต่อศาล เพื่อขอให้ศาลซึ่งมีอํานาจควบคุมการพิจารณาคดี พิจารณาสั่งให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ปฏิบัติโดยเคารพสิทธิดังกล่าว ซึ่งศาลแจ้งว่าจะพิจารณาตามที่เห็นสมควร โดยไม่ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ปฏิบัติโดยเคารพสิทธิของจําเลยและทนายความแต่อย่างใด

2. จําเลยที่ต้องขังและจําเลยที่ได้รับการประกันตัวไม่ได้รับสิทธิในการปรึกษาหารือกันในทางคดี ไม่อนุญาตให้พูดคุยหารือกันอย่างเพียงพอ

3. คดีนี้ศาลไม่ได้สั่งให้พิจารณาคดีลับ แต่กลับมีคําสั่งหรือมาตรการต่างๆ ในการไม่อนุญาตให้ครอบครัว และ/หรือ ญาติของจําเลย รวมทั้งบุคคลภายนอกเข้ารับฟังการพิจารณาคดีได้ ตามหลักการพิจารณาคดีโดยเปิดเผยและโปร่งใส จําเลยและทนายความได้แถลงต่อศาลหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการพิจารณา โดยอ้างถึงพฤติการณ์เดิม

ดังนั้นจําเลยทั้งหมด ยกเว้นปติวัฒน์ จึงขอถอนทนายความ และทนายความของจําเลยดังกล่าวขอถอนตัวจากการปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่สามารถยอมรับกระบวนการพิจารณาคดีที่ไม่คํานึงสิทธิของจําเลยนี้ได้ แต่ในวันนี้ ศาลยังไม่มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอถอนทนายดังกล่าว

ทนายอานนท์แถลงปฏิเสธกระบวนการอยุติธรรม ชี้ห้องพิจารณาถูกทำให้เป็นเสมือนคุก

นอกจากนี้ ศูนย์ทนายความฯ รายงานอีกว่า อานนท์ เขียนคำแถลงต่อศาลในคดี โดยเป็น “คำแถลงปฏิเสธกระบวนการอยุติธรรม” มีข้อความดังนี้

ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานวันนี้ จำเลยที่ 2 ประสงค์ขอถอนทนายความทั้งหมด เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรมในการต่อสู้คดีด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

1. นับแต่จำเลยถูกฟ้อง จำเลยไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวต่อสู้คดี ถูกกระทำด้วยการบั่นทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต่างๆ นานา ทั้งที่จำเลยยังถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย เพียงเพราะจำเลยถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามมาตรา 112 อันเป็นเรื่องที่กระบวนการยุติธรรมปฏิเสธจะให้ได้รับความเป็นธรรมตั้งแต่ต้น ด้วยการขังเยี่ยงสัตว์ระหว่างพิจารณา ไม่ให้มีโอกาสในการประกันตัว อันเสมือนการพิพากษาไปล่วงหน้าแล้ว

กระบวนการยุติธรรมที่เคยดำรงความเป็นธรรม เป็นหลักให้สังคม พอเจอเรื่องมาตรา 112 ก็พากันเสียสติกันไปเสียหมด ปล่อยให้คนที่มีอำนาจนอกกระบวนการยุติธรรมชี้นำ และดำเนินกระบวนการยุติธรรมไปด้วยความกลัว ไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากจำเลยยังคงร่วมกระบวนการเช่นนี้ ก็เสมือนสนับสนุนกระบวนการอันวิปริต ซึ่งจำเลยมิอาจยอมรับได้

2. การขังเพื่อบังคับให้จำยอมต่อมโนธรรมสำนึกผิดชอบชั่วดี ใช้การจำขังขึงพืดจำเลยในนามกฎหมาย เพื่อให้การต่อสู้เพื่อความถูกต้องถูกทำลาย อันเป็นผลให้สังคมแช่แข็งตัวเองไว้ในความมืดมิดและความกลัว ไม่กล้าที่จะพูดความจริงกันอย่างตรงไปตรงมาเพื่อหาทางออกให้สังคม ทุกอย่างถูกทำไปในนามของกฎหมาย จำเลยในนามของคนเรียนกฎหมายไม่อาจจะยอมรับความอัปยศนี้ได้อีกต่อไป

3. ข้อเรียกร้องของคนรุ่นใหม่ในนามราษฎรถูกหยิบยกและหล่อหลอมเป็นกระบวนทัศน์อันแหลมคม จนทำให้แสบแก้วหูของคนในสังคมเก่า แต่นั่นคือความจริง และต้องการความกล้าหาญของคนรุ่นเก่าที่ต้องยอมรับ เปิดใจ และพูดคุยอย่างอารยะ แต่จากที่ผ่านมา คนรุ่นเก่ากลับให้กฎหมายปิดปาก แจ้งความดำเนินคดีลูกหลานตนเอง ซ้ำร้ายยังใช้กำลังเข้าปราบปรามด้วยความรุนแรง เช่น การทุบตี ใช้สารพิษฉีดทำร้ายเยาวชนของชาติอย่างเลือดเย็น นี่หรือคือคำว่า “สามัคคี” คำว่า ปรองดอง และคำว่า คนในชาติเดียวกัน

4. ในการดำเนินคดี พวกเราถูกตัดสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ถูกทำให้ห้องพิจารณาเป็นเสมือนคุก ทนายความถูกกดดัน และจำกัดการทำหน้าที่ อันมิใช่กระบวนพิจารณาอันชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อจำเลยและทนายความได้ประชุมและเห็นพ้องต้องกันแล้วว่า หากร่วมกระบวนพิจารณาต่อไปรังแต่จะสร้างบรรทัดฐานอันบิดเบี้ยว และส่งเสริมกระบวนการอยุติธรรมต่อไป

5. ในการพิจารณาประกันตัว จำเลยทราบข่าวว่ามีการแทรกแซงจากศาลฎีกา ซึ่งจำเลยอยากขอให้ศาลส่งเรื่องให้คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) พิจารณาว่ามีมูลหรือไม่ ที่สำคัญที่มีข่าวว่ามีบุคคลภายนอกสั่งศาลได้ จริงหรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อความบริสุทธิ์ของศาลเอง

6. การทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การใช้กฎหมายปิดปาก และทั้งหมดทั้งมวลของความอยุติธรรมในคดีนี้ จำเลยในฐานะคนเรียนกฎหมาย อาชีพทนายความ และในฐานะหนึ่งในราษฎรที่มีจุดยืนให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ จึงมิอาจร่วมกระบวนการทั้งหมดต่อไปได้ จำเลยที่มีรายชื่อท้ายคำร้องนี้จึงขอถอนทนายความ และปฏิเสธขบวนการนี้

ทั้งนี้ ศาลได้กำหนดวันนัดสืบพยานคดีนี้ต่อไปในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมยาวไปจนถึงกลางเดือนธันวาคม 64 โดยเริ่มการสืบพยานช่วงแรกในวันที่ 19-21 พ.ค. 64 อีกทั้งศูนย์ทนายฯ ยังระบุว่า วันนี้ญาติผู้ต้องหาไม่สามารถเข้าฟังการพิจารณาได้ ทั้งที่ศาลไม่ได้สั่งพิจารณาลับด้วย

'พ่อไผ่' ประกาศจะไม่ได้ไปสัมผัส "ศาลเรือนจำพิเศษอาญารัชดา" อีกเว้นแต่จำเป็นอื่น

วิบูลย์ บุญภัทรรักษา บิดาของไผ่ จตุภัทร์ แถลงผ่านเฟซบุ๊กด้วยว่า ศาลอาญารัชดาและในห้องพิจารณา ต่อหน้าตุลาการที่เป็นผู้ทำหน้าที่ถ่วงดุลย์ และต้องปกป้องสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ตามวิธีจารณาความอาญา และหลักสิทธิมนุษยชนสากล แต่ศาลพยายามอ้างเหตุอื่น รวมทั้งโควิด อันริดรอนสิทธิจำเลย สิทธิของทนาย และโยนทิ้งหลักความยุติธรรมอันพึงต้องมีทิ้งไป อย่างไม่ใยดี จำเลยได้แถลงขอคืนสิทธิ ทนายจำเลยขอให้ศาลคืนสิทธิแต่มิอาจเป็นได้อย่างแน่แท้ ผมกับแม่ไผ่เป็นทนายของไผ่จำเลยที่ 7 จึงประกาศกร้าวกลางห้องพิจารณา ขอถอนตัวจากการเป็นทนายโดยพลัน ด้วยเล็งเห็นผลได้ชัดเจนแล้วว่า มิอาจทำหน้าที่นักกฎหมาย ทนายความที่ร่ำเรียนมา นำมาใช้กับกระบวนการยุติธรรมและวิธีคิด การปฏิบัติของศาลที่แปลกใหม่เช่นนี้ได้

"ผมชื่นชมตัวเองที่เป็นทนายความของไผ่ ชื่นชมแม่ไผ่ที่เป็นทนายความของไผ่ ชื่นชมไผ่ที่เป็นจำเลย เราทั้งสามเห็นพ้องต้องกัน ที่ปฏิเสธ สิ่งที่เรียกมันว่าความยุติธรรม สิ่งที่เรียกมันว่าศาล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันตรงข้ามสิ้นเชิง เราภาคภูมิใจของเราครับ ผมและแม่ไผ่จะไม่ได้ไปสัมผัส "ศาลเรือนจำพิเศษอาญารัชดา" อีกเว้นแต่จำเป็นอื่น แต่จะไม่ยอมมีส่วนร่วมใดๆในการเป็นทนายความ นักกฎหมายและคล้อยตามในสิ่งที่เราไม่ชอบ อันจะทำให้เราแปดเปื้อนครับ" บิดาของไผ่ จตุภัทร์ โพสต์

เพนกวิน อดอาหารประท้วงวันที่ 24 รุ้ง วันที่ 10

ทั้งนี้ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม รายงานความคืบหน้าการอดอาหารประท้วงของ เพนกวิน พริษฐ์ นั้นมาถึงวันที่ 24 แล้ว ส่วนของ รุ้ง ปนัสยา อดอาหารเป็นวันที่ 10 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์