'คนรุ่นใหม่นนท์ฯ' จัดเป่าเค้กวันเกิดหน้าคุกให้ 'เฮียซ้ง' ผู้ไม่ได้ประกันตัวจากคดีขวางรถ ตร.ช่วย 'ไมค์-เพนกวิน’  

'คนรุ่นใหม่นนทบุรี' จัดเป่าเค้กวันเกิดหน้าคุกให้ 'เฮียซ้ง' ชายวัย 65 ปี ผู้ไม่ได้ประกันตัวมา 53 วันแล้ว หลังถูกคดีขัดขวางและทุบรถกักขังช่วย ‘ไมค์–เพนกวิน’  

ภาพบรรยากาศงานอวยพรวันเกิดเฮียซ้ง ศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี
 

18 เม.ย.2564 ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งวันนี้มีกำหนดการที่เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จัดกิจกรรมอวยพรวันเกิดเฮียซ้ง หรือศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี ชายอายุ 65 ปี หนึ่งใน 5 ผู้ต้องหา และไม่ได้รับสิทธิประกันตัวคดีพยายามช่วยเหลือแกนนำราษฎร (เพนกวิน และไมค์) ขัดขวางและทุบรถควบคุมผู้ต้องขังระหว่างการควบคุมตัว ช่วงคืนวันที่ 30 ต.ค.63

โดยในวันนี้ตั้งแต่ช่วงบ่าย ประชาชนส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมารวมตัวที่นัดหมาย นอกจากนี้ ริมทางเท้าหน้าทางเข้าเรือนจำฯ มีทีมงานเครือข่ายรุ่นใหม่นนทบุรี ตั้งจุดให้ประชาชนร่วมลงชื่อ "ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ เปิดทางแก้รัฐธรรมนูญ" โดยจะเปิดตั้งแต่เวลา 16.00-20.00 น. 

เวลา 16.51 น. ผู้สื่อข่าวประชาไทสัมภาษณ์ เจมส์ เจษฎา ศรีปลั่ง ตัวแทนเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ถึงการจัดงานอวยพรวันเกิดเฮียซ้งวันนี้ โดย เจมส์ เปิดเผยว่า การจัดงานวันนี้มาจากโพสต์เฟซบุ๊กลูกชายของเฮียซ้ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งระบุว่าไม่สามารถอยู่กับพ่อในวันเกิดเขาปีนี้ได้ 

เจษฎา ศรีปลั่ง หรือเจมส์ จากเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี และผู้จัดงานอวยพรวันเกิดเฮียซ้ง
 

"ปีนี้ขอโทษที่ไม่สามารถจัดงานวันเกิดพร้อมหน้าพร้อมตาได้ เพราะเฮียซ้งกับลูกชายมีกันแค่สองคน และทุกปีครอบครัวนี้จะอยู่ด้วยกัน โพสต์แค่นั้น มันทำให้เราสงสาร เราเห็นใจ กับการที่พ่อลูกไม่ได้อยู่ด้วยกัน เราเลยตัดสินใจว่า เราจะจัดให้เพื่อเป็นกำลังใจแก่กันและกัน" เจมส์ กล่าว 

จากนั้น เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนฯ จึงทักไปว่าจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ เพื่อให้มาเป่าเค้ก และเห็นประชาชนว่าเขามาให้กำลังใจเฮียซ้งขนาดไหน 

กิจกรรมวันนี้ ปกติมีการจัดทุกวัน เวลา 16.00-20.00 น. เครือข่ายฯจึงขอเวลาช่วง 18.00 น. อวยพรวันเกิดให้เฮียซ้ง โดยกำหนดการจะมีการปราศรัยจากลูกชาย และเจมส์ พร้อมทั้งร้องเพลง อวยพรวันเกิด เขียนจดหมาย และฝากจดหมายให้ลูกชายไปให้เฮียซ้ง เพื่อให้เฮียซ้งทราบว่ามีคนมาร่วมอวยพรวันเกิดให้กำลังใจเฮียซ้ง 

ภาพขณะที่ทุกคนเขียนจดหมายให้ศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี
 

นอกจากนี้ เจมส์ กล่าวเพิ่มว่า ในมุมมองเขา ไม่ว่าจะเฮียซ้ง หรือนักกิจกรรมที่อยู่ในเรือนจำ ยังไม่มีใครถูกตัดสินว่าผิดจริง แต่กลับถูกความยุติธรรมกักขังโดยไม่ทราบว่าจะได้ออกมาเมื่อไหร่ อย่างไร ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลวันนี้ที่เครือข่ายนนฯ มาในวันนี้ เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยทุกคน ไม่เฉพาะเฮียซ้ง นักโทษการเมืองที่ยังไม่ถูกตัดสินว่าผิดจริงหรือไม่ ให้เขาออกมาสู้ด้วยกระบวนการยุติธรรมปกติเหมือนกับทุกคน 

ขณะนี้ เฮียซ้ง อายุ 65 ปีแล้ว หลายฝ่ายก็กังวลเรื่องสุขภาพของเฮีย เจมส์ ระบุเพิ่มว่า "จริง ๆ ยิ่งควรได้ออกมาสู้คดีตามปกติ และได้รับการประกันตัวด้วยซ้ำ อีกทั้งเฮียซ้งไม่เคยมีคดี ทำไมโดนฝากขังทันที 

"เราเป็นห่วง เพราะเขาอายุเยอะแล้ว และก็สังคมไม่ค่อยรู้จัก ถ้าไม่ใช่คนเสื้อแดง หรือมีอดีต อย่างที่บอกต้องรอดู หวังว่าเสียงวันนี้ อย่างน้อยจะไปถึงคนที่อยู่ข้างบน เห็นบรรยากาศวันนี้ และไปทบทวนอีกครั้ง" เจมส์ กล่าว 

สุดท้าย เจมส์ ทิ้งท้ายว่า เขาคงไม่อยากจะฝากอะไรถึงภาครัฐ หรือผู้เกี่ยวข้องกับคดี เพราะพวกเขาคงทราบดีอยู่แล้ว แต่อยากให้คนที่ยังไม่กล้าออกมา ออกมาร่วมต่อสู้กับความอยุติธรรม 

"เกิดเหตุอาชญากรรมทั่วโลกคุณเซฟกันได้ แต่นี่คือคนไทยด้วยกัน และนี่คือเสรีภาพ เขายังไม่โดนตัดสินว่าผิดหรือถูก กลับโดนขังไม่ได้รับอิสรภาพ ผมอยากเรียกร้องประชาชน ถึงเวลาเซฟนักกิจกรรมทางการเมืองทุกคดี ไม่ว่าจะใครก็แล้วแต่ ยังไม่ตัดสิน และโดนจำคุก" เจมส์ ทิ้งท้าย 

นอกจากนี้ เวลา  17.38 น. ประชาชนที่มารวมตัวกันหน้าเรือนจำพิเศษฯ ทำกิจกรรมยืนหยุดขัง หลายคนถือป้ายที่มีรูปศักดิ์ชัย วาดโดยศิลปะปลดแอก

เวลา 18.00 น. ปกติทุกวันจะเป็นการยืนเคารพเพลงชาติ แต่วันนี้ทีมงานจัดกิจกรรมมีการเปลี่ยนเพลงเป็นเพลง สรรเสริญประชาชนแทนการยืนเคารพเพลงชาติ ขณะที่เมื่อเสียงเพลงดังขึ้น ประชาชนผู้มาร่วมงานหน้าเรือนจำลุกขึ้นยืน พร้อมกับชูสามนิ้ว อันเป็นสัญลักษณ์การต่อสู้กับระบอบเผด็จการในไทย

เค้กอวยพรวันเกิดเฮียซ้ง
 

เวลา 18.19 น. บอส ลูกชายคุณศักดิ์ชัย พูดปราศรัยถึงคดีของคุณพ่อ พร้อมกับทางทีมงานผู้จัดฯ ได้นำเค้กมาเป่าเทียน และขอให้ทุกคนอวยพรวันเกิดเพื่อเป็นกำลังใจให้เฮียซ้ง หลังจากนั้น ก็มีการตัดแบ่งเค้กโดยลูกชายเฮียซ้ง และ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.จากพรรคก้าวไกล ที่เดินทางมาร่วมงานวันนี้ ให้ผู้ร่วมงานได้ชิมรสชาติกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตามกำหนดการกิจกรรมจะยุติเวลาประมาณ 20.00 น. โดยช่วงเวลาที่เหลือ มีประชาชนผลัดกันขึ้นปราศรัย และร้องเพลงสร้างบรรยากาศให้งานครึกครื้น

ทั้งนี้ นับเป็นเวลากว่า 53 วัน แล้วที่ศักดิ์ชัย ถูกฝากขังตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ.จนถึงปัจจุบันโดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว

‘ขอบคุณที่ยังไม่ลืมพ่อผม’ เปิดใจบอส ลูกชายศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี หรือเฮียซ้ง ในปีแรกที่ไม่ได้ร่วมฉลองวันเกิดของคุณพ่อ 

เนื่องด้วยวันที่ 18 เม.ย. 2564 เป็นเสมือนวันครบรอบวันเกิดของ ศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี หรือเฮียซ้ง ชายอายุ 65 ปี คนกรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฝากขัง และไม่ได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม จากกรณีทุบรถช่วยนักกิจกรรมกา่รเมืองไมค์-เพนกวิน เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2563 โดยเขาอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. 2564 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 53 วัน 

ภาพบอส ลูกชายศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี ขณะกล่าวปราศรัยอัปเดตความคืบหน้าคดีของพ่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ฟัง
 

หลังจบพิธีอวยพรวันเกิดให้เฮียซ้ง ผู้สื่อข่าวประชาไทสัมภาษณ์ บอส ลูกชายศักดิ์ชัย ตั้งจิตสดุดี ถึงความรู้สึกที่มาร่วมงานวันนี้ คุณในพ่อในสายตาของเขา และคดีของเฮียซ้ง 

เบื้องต้น บอสเล่าให้ฟังว่า ทุก ๆ ปีในวันเกิดของเฮียซ้ง ครอบครัวมักจะใช้เวลาอยู่ด้วยกัน อยู่บ้าน หรือไปทานข้าวนอกบ้าน แต่วันนี้เป็นปีแรกที่ไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับพ่อ ซึ่งเหตุผลดังกล่าวเป็นที่มาให้เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี จัดงานอวยพรวันเกิดหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ถนนงามวงศ์วาน เพื่อให้กำลังใจครอบครัวตั้งจิตสดุดี และส่งเสียงไปถึงคนข้างบน ให้เขาทบทวนการปฏิเสธสิทธิการประกันตัวระหว่างดำเนินคดีอีกครั้ง 

“จริง ๆ ความรู้สึกก็อยากจะขอบคุณทุกคนที่เห็นความสำคัญในวันเกิดของพ่อผม และก็ไม่ลืมพ่อผม จริง ๆ ผมเห็นหลาย ๆ คนที่มาช่วยกันเรียกร้องเพื่อให้ทั้งพ่อผม และคนอื่น ๆ ที่อยู่ข้างในได้รับการประกันตัว ก็อยากจะขอบคุณที่ยังไม่ลืมพ่อผม”

ในฐานะลูกชายรู้สึกอย่างไรบ้างกับบทบาทนักกิจกรรมการเมืองของคุณพ่อ

“ผมสนับสนุนทุกอย่างที่พ่อทำ ผมเชื่อว่าทุกอย่างที่เขาตัดสินใจทำ ออกไปร่วมต่าง ๆ มันเกิดจากการความสมัครใจของเขาที่เขาจะออกไปร่วม และผมคิดว่าเขาคิดดีอยู่แล้วว่าเขาออกไปเพื่ออะไร ก็ไม่ว่าพ่อผมจะทำอะไร ผมสนับสนุนพ่อผมอยู่แล้วครับ” 

“พ่อผมเป็นคนนิสัยดีมาก แต่ว่าด้วยลักษณะเขาเป็นคนดุ แต่จริงๆ เป็นคนใจดีมาก มักจะแบ่งปันสิ่งต่างๆ ให้กับพี่ๆ น้องๆ อย่างเวลาไปชุมนุม พ่อเขาก็จะไปแจกของ แจกน้ำ ไปช่วยกันแจกเหมือนเป็นสวัสดิการสำหรับผู้ชุมนุม” บอส กล่าวถึงนิสัยของศักดิ์ชัย

บอส เล่าต่อด้วยรอยยิ้มว่า เวลาไปเยี่ยมพ่อในเรือนจำ มีเวลาวิดีโอคอลล์แค่ 10 นาที โดย 5 นาที พ่อเขาจะฝากติดต่อทำธุระให้คนที่พ่อไปเจอในเรือนจำ และอีก 5 นาทีถึงได้เริ่มคุยกันจริงๆ

“มีติดต่อกับพ่อผ่านวิดีโอคอลล์ วันที่ 22 มี.ค. 2564 เขาให้วิดีโอคอลล์อยู่ 10 นาทีให้เดือนละครั้ง ก็ได้คุย ก็มีอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ 10 นาทีที่ได้คุยกับพ่อ 5 นาทีแรก พ่อจะฝากจัดการช่วยเหลือเรื่องคนอื่น เขามีเรื่องวานให้ติดต่อคนนู้นคนนี้แทนคนข้างใน (ผู้สื่อข่าว - เรือนจำ) ที่ว่าเขาได้ไปเจอ เขาได้ไปคุย บอกว่าไปติดต่อคนนั้นแทนให้หน่อย ผมเลยมีเวลาคุยกับพ่อน้อยมาก แค่ 5 นาทีเองที่คุยเรื่องสารทุกข์สุขดิบกัน เขาเป็นยังไงบ้าง เขาเป็นอย่างนั้นแหละครับ เขาคอยเป็นห่วงคนอื่นอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้พูดถึงเรื่องตัวเองเลย”

นอกจากการวิดีโอคอลล์อีกช่องทางติดต่อกับพ่อของบอสคือการเขียนจดหมาย ซึ่งทางเรือนจำจะมีเตรียมกระดาษให้เขียน

“ผมไม่แน่ใจว่าเขาได้รับจดหมายไหม เพราะเขาไม่เคยเขียนตอบกลับมา ก็คือต้องฝากทางทนาย ส่วนใหญ่ที่ผมเขียน ก็คือถามว่าเขาอยู่เป็นยังไงบ้าง อยากให้เขาเขียนกลับมาบอกบ้าง หรือฝากทนายมาบอกก็ได้ รวมๆ ก็คืออยากให้เขาเข้มแข็ง ทุกคนข้างนอกคอยช่วยเหลือเขาอยู่เสมอ”

“ผมประทับใจในตัวพ่อทุกอย่างเลยครับ ถ้าพูดตรง ๆ ทุกอย่างที่เขาเป็น ทุกอย่างที่เขาสั่งสอนผมมาให้ผมได้เป็นผมอย่างในวันนี้ จริง ๆ คือเขาเลี้ยงผมมาคนเดียวมาตั้งแต่ผมอยู่ประถม เดิมทีเขาไม่ได้มีงานประจำอะไรทำ เขาก็ยังหานู่นหานี่เพื่อเลี้ยงให้ผมเรียนจบปริญญาได้ และผมก็อยากได้ดูแลตอบแทนพ่อ ตอนนี้ก็คือเขายังอยู่ข้างใน ต้องรอเขา” บอส กล่าวถึงความประทับใจต่อพ่อของเขา

บอส ขณะใช้เท้าตบเป่าเค้กแทนเฮียซ้ง ผู้เป็นพ่อ ซึ่งขณะนี้ถูกจองจำ และไม่สามารถออกมาเป่าเค้กด้วยตัวเองได้
 

นับตั้งแต่ศักดิ์ชัยถูกควบคุมตัว ทางทีมทนายก็ทำการยื่นขอประกันไปทั้งหมด 4 ครั้ง เป็นศาลชั้นต้นทั้งหมด 3 ครั้งแล้ว และก็เป็นยื่นอุทธรณ์อีก 1 ครั้ง แต่ว่าทั้งหมดยังไม่เพียงพอให้เฮียซ้งได้รับการประกันตัวเลยสักครั้ง โดยเหตุผลของทางศาล คือ ‘กลัวจะก่อเหตุประการอื่น’  

“ผมก็กังวลเรื่องสุขภาพที่สุดเลย เพราะว่าด้วยสภาพจิตใจเขาเป็นคนเข้มแข็งดีอยู่แล้ว เรื่องการอยู่ข้างในเขาอาจจะไม่ได้วิตกกังวลอะไรมากมาย แต่ว่าตัวสุขภาพ ปกติเวลาอยู่บ้านเขาจะมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย เรื่องท้องไส้ และมีอาการหน้ามืดคล้ายๆ เป็นความดัน เป็นโรคของผู้ใหญ่ คนแก่ ก็เลยไม่รู้ว่า ณ ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้าง เพราะว่าทางเรือนจำ เขาไม่ให้เยี่ยมเนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19”

“การยื่นประกันครั้งแรกๆ ครั้งที่สอง เป็นการยื่นติดๆ กัน แล้วมันไม่ได้รับการประกันตัว ต้องยอมรับว่าก็มีท้ออยู่เหมือนกัน แต่พอเพื่อนๆ พ่อ และทุกๆ คนคอยมาให้กำลังใจ และบอกว่าสู้ต่อไป เพราะว่าถ้าเราไม่สู้คนข้างในจะเป็นห่วงเรา ผมก็ไม่อยากให้ตัวเองอ่อนแอ แล้วพ่อต้องมาคอยเป็นห่วง อยากจะเข้มแข็ง เพราะผมเชื่อว่าตัวพ่อผมเองเขาเข้มแข็ง ผมก็ต้องเข้มแข็งเหมือนเขา พ่อเข้มแข็งขนาดนี้ ผมจะอ่อนแอไม่ได้” 

สำหรับข้อความฝากถึงคุณพ่อ บอส กล่าวว่า “ก็คิดถึงเขาครับ คิดถึงเขาทุกๆ วัน จริงๆ เคยเจอเขาทุกๆ วัน ผมอยู่ด้วยกันกับพ่อผมกันแค่สองคน คิดถึงๆ อยากให้เขาได้ออกมา อยากจะดูแลเขาให้ดีกว่านี้”

“ต้องบอกเลยว่าวันนี้อาจจะเป็นวันที่มีคนมาร่วมอวยพรพ่อเยอะที่สุด เป็นปีแรกที่ผมไม่อยู่อวยพรวันเกิด ไม่ได้ไปฉลองด้วยกัน อยากจะให้เขาดูแลรักษาสุขภาพ และก็อยู่กับผมไปนาน ๆ และผมจะเป็นความสุขของพ่อไปตลอด” บอส อวยพรถึงพ่อเขาในวันเกิดวันนี้

ธานี ชี้การดำเนินคดีกับเฮียซ้ง 'เกินกว่าเหตุ'-ฝากรัฐทบทวนการปฏิเสธการประกันตัว 

ผู้สื่อข่าวประชาไทคุยกับ ธานี สะสม ผู้มาร่วมกิจกรรมอวยพรวันเกิดให้เฮียซ้ง และยืนหยุดขัง เรียกร้องปล่อยตัวนักกิจกรรมการเมืองหน้าเรือนจำกรุงเทพ 

ธานี สะสม หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร ปัจจุบัน เขาถูกดำเนินคดีมากกว่า 10 คดี อีกทั้ง ยังถูกดำเนินคดีชุดเดียวกับทนายอานนท์ นำภา เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. มีคนถูกดำเนินคดีทั้งสิ้น 22 คน แต่ธานีอยู่ในกลุ่มได้รับการประกันตัว ซึ่งมีด้วยกัน 13 คน 

ธานี สะสม หนึ่งในแกนนำคณะราษฎร
 

ธานีเล่าให้ฟังถึงครั้งแรกที่ได้รู้จักกับเฮียซ้งว่า “ก็ตั้งแต่สมัยคนเสื้อแดง เฮียซ้งก็ออกมาสู้กับคนเสื้อแดง เฮียซ้งไม่เคยเป็นแกนนำ ก็เป็นประชาชนออกมาสู้ร่วมกับพวกเรา และไปทำกิจกรรมกับพวกเราตลอด อยู่กับกลุ่มคุณฟอร์ดเส้นทางสีแดง”

สำหรับคดีของเฮียซ้ง ธานีมีข้อสงสัย และอยากทวงถามข้อเท็จจริงจากภาครัฐว่า หากพิจารณาจากอายุ และสถานที่เกิดเหตุซึ่งเป็น สน.ประชาชื่นนั้น มันจะเกิดการชิงตัวผู้ต้องหาตามที่เจ้าหน้าที่ชี้แจงมาได้อย่างไร

“การที่เฮียซ้งโดนคดีว่าชิงตัวผู้ต้องหา เพราะว่าเฮียซ้งหนึ่งอายุมากแล้ว 65 ปี อายุคนแก่ขนาดนั้น อยู่ในสถานที่ สน. พื้นที่ของ สน. การชิงตัวผู้ต้องหา มันไม่สามารถที่จะมีเกิดขึ้นได้ ซึ่งตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาที่มันเกินกว่าเหตุเกินไป ไม่น่าจะเป็นความจริง” 

“วันนั้น คือเรารู้กันดีว่าเพนกวิน ไมค์ รุ้ง ถูกอายัดตัวตอนที่จะออกจากเรือนจำ และถูก สน.ประชาชื่น อายัดตัว เมื่อมาถึง สน.ประชาชื่น ไมค์ก็บอกว่าเขาหายใจไม่ค่อยออก เฮียซ้งก็พยายามที่จะเคาะกระจกรถ ไมค์ก็พยายามที่จะเปิดกระจก แต่ตำรวจในรถพยายามไม่ให้เปิดกระจก จนกระทั่งไมค์ลงมาข้างล่าง และก็เป็นลมไป

จริง ๆ ไมค์ไม่ได้เป็นลม ซึ่งไมค์บอกตอนหลังว่า ตอนที่มีคนเข้าไปเอาเขาในเรือนจำนั้น ไม่ใช่เจ้าหน้าที่เรือนจำ ไม่ได้ติดบัตร ไม่ทราบว่ามาจากกลุ่มไหน ก็พยายามจะอายัดตัวและจับไมค์ออกมา ไมค์บอกว่าหมายศาลที่มายื่นมันหมดอายุความไปแล้ว เสร็จแล้ว เจ้าหน้าที่ที่เข้าไปก็ ตามที่ไมค์บอกคือไมค์โดนซ้อมตั้งแต่ในเรือนจำ และไมค์โดนเข่าทิ่มหน้าอกครั้งหนึ่ง จริงๆ ไมค์ไม่ได้เป็นลม แต่เนื่องจากเขาโดนซ้อมมา เลยหมดสติ โชคดีที่ได้หมอทศพร (ทศพร เสรีรักษ์) ดูแลตลอดเวลาที่ สน.ประชาชื่นในคืนนั้น และหมอทศพร เรียกรถพยาบาลนำตัวไมค์ส่งโรงพยาบาล ถ้าไม่ได้หมอทศพรก็ไม่ทราบว่าไมค์จะมีอาการอย่างไรบ้าง” ธานี กล่าว

นอกจากนี้ อุปนิสัยของเฮียซ้งผ่านสายตาของธานีนั้น เขามองว่า “เฮียซ้งที่เห็นภายนอกเป็นคนเรียบๆ เป็นคนสนุกสนาน ไม่มีพิษภัย ไม่มีอันตรายอะไร เข้ากับเพื่อนฝูงได้ง่าย อย่างที่ไปร่วมกลุ่มกับคุณฟอร์ดเส้นทางสีแดง ก็มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ไม่ก้าวร้าว ไม่สามารถเป็นผู้ร้ายชิงตัวผู้ต้องหาได้ ไม่มีนิสัยแบบนั้นได้”

ธานีฝากกำลังใจถึงเฮียซ้ง และทุกคนที่อยู่ในเรือนจำ และเขาพร้อมสู้จนกว่าทุกคนจะได้สิทธิ์การประกันตัว

“ผมธานี สะสม อยู่ในกลุ่มฟอร์ดเส้นทางสีแดง และตอนนี้ได้มาร่วมกับเด็กๆ นักศึกษาตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. ถึงผมเองจะโชคดีที่ได้รับการประกันตัวออกมา พวกเราที่อยู่ข้างนอกก็ขอส่งใจไปถึงไม่เฉพาะเฮียซ้งคนเดียว ทุกๆ คนที่อยู่ในเรือนจำ พวกเราข้างนอกยังสู้ไม่หยุด และจะสู้รณรงค์ไปจนกว่า ให้ได้ปล่อยเพื่อนเราทุกคน ไม่เฉพาะแค่เฮียซ้งคนเดียว” 

เนื่องในวันคล้ายวันเกิดเฮียซ้ง ธานี กล่าวอวยพรเฮียซ้งว่า “อยากให้วันนี้เป็นวันที่เฮียซ้ง มีความสุขที่สุด และขอให้เฮียซ้งได้รับการประกันตัวในเร็ววัน และขอให้มีอายุมั่นขวัญยืน” 
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์