ประชาชนรวมตัวทำเนียบเรียกร้องแก้ปัญหาสินค้าราคาแพง ทำค่าครองชีพพุ่งสวนทางค่าแรง

เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน รวมตัวที่ทำเนียบเรีกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาค่าครองชีพเช่น ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า ลดค่าเทอมและจัดการปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์ในหมูที่ส่งผลให้เนื้อหมูมีราคาแพงพร้อมเยียวยาเกษตรกร 

 

18 ม.ค.2565 เวลาประมาณ 9.30 น. เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กลุ่มทะลุฟ้า เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี และอื่นๆ เริ่มมารวมตัวกันที่ทำเนียบรัฐบาลฝั่งถนนพิษณุโลกเพื่อเรียกร้องการแก้ปัญหาควาเดือดร้อนด้านเศรษฐกิจของประชาชน โดยมีข้อเรียอกร้องหลักๆ คือการลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชน ลดค่าเทอม ลดราคาสินค้า และให้เพิ่มเบี้ยคนชรา

เวลา 10.00 น. กลุ่มทะลุฟ้ามาพร้อมรถเครื่องเสียงแต่ไม่สามารถเข้าพื้นที่หน้าทำเนียบได้ เนื่องจากทางฝ่ายตำรวจมีการวางจุดสกัดเป็นแนวรั้วกั้นบนสะพานชมัยมรุเชษฐ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังได้วางคอนเทนเนอร์ด้านบนล้อมด้วยรั้วลวดหนามหีบเพลง หน้าอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพร ตรงข้ามทำเนียบด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อรถเครื่องเสียงไม่สามารถเข้ามาที่พื้นที่ทำกิจกรรมหน้าทำเนียบได้ ประชาชนจึงเคลื่อนตัวไปที่รั้วเหล็กของตำรวจที่สะพานชมัยมรุเชฐ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดทางให้รถเครื่องเสียงเข้ามา

ในห้วงเวลาเดียวกัน ทางกลุ่มทะลุฟ้าประกาศบนรถเครื่องเสียงเรียกร้องให้ตำรวจเปิดทางบนสะพาน เพื่อให้สามารถเข้าไปทำกิจกรรมที่หน้าทำเนียบได้ แต่ทางตำรวจไม่ยอมเปิดให้ ทางกลุ่มทะลุฟ้าจึงเคลื่อนรถประชิดรั้วเหล็กของตำรวจเพื่อกดดันทางเจ้าหน้าที่ แต่ตำรวจนำรั้วเหล็กมากั้นไม่ให้รถเคลื่อนต่อ 

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ประชาชนบางส่วนเห็นดังนั้นจึงพยายามเอารั้วของเจ้าหน้าที่ออก ตำรวจจึงใช้วิธีการเคลื่อนรถกระบะกั้นทางไว้แทน ทำให้ผู้ร่วมกิจกรรมบางส่วนพยายามเข้าไปดันรถไม่ให้มาขวางรถเครื่องเสียง แต่ไม่เป็นผล  

เวลา 10.15 น. ตำรวจใช้รถกระบะของตำรวจสองคันปิดกั้นรถเครื่องเสียงไม่ให้ขยับผ่านแนวรั้ว 

เวลา 10.19 น. ตำรวจใช้เครื่องขยายเสียงขอให้สื่อบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ ผู้ชุมนุมที่มาตะโกนสวนว่า #หยุดคุกคามประชาชน และตั้งคำถามว่า แค่รถเครื่องเสียงหนึ่งคันมันจะมีปัญหาอะไร และ "ไปเรียกไอ้ที่อยู่ข้างใน" ออกมารับหนังสือ อย่าปกป้องเผด็จการ นี่คือสิ่งที่ต้องรับใช้ประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ตำรวจขยับรถออกไป 

เวลา 10.22 น. ผู้ชุมนุมยังคงเรียกร้องให้หลีกทางให้กับประชาชนที่ออกมาเรียกร้องเพื่อให้แก้ปัญหาปากท้อง 

เวลา 10.24 น. สมยศ พฤกษาเกษมสุขประกาศว่า การกระทำของตำรวจได้ขัดขวางเสรีภาพของประชาชน วันนี้ประชาชนเดือดร้อนต้องการร้องเรียนต่อรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ดังนั้นขอให้ตำรวจขยับถอยเล็กน้อยเพื่อให้รถเครื่องเสียงขยับมาที่แนวรั้วและจะทำกิจกรรมประมาณหนึ่งชั่วโมงจะแล้วเสร็จ พร้อมย้ำว่า การกระทำของตำรวจจะเป็นการทำลายสิทธิและเสรีภาพในการแสดงออกถึงความเดือดร้อน "ขยับเล็กน้อยก็จะจบ แต่ถ้าท่านดื้อดึง เราถือว่า เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ...ขัดขวางการร้องเรียนร้องทุกข์..." 

เวลา 10.27 น. ตำรวจ สน.นางเลิ้ง ประกาศว่า "เนื่องจากขณะนี้มีข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 ในการห้ามม่วสุมหรือรวมตัวกันทำกิจกรรมที่เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด 19 และขณะนี้บริเวณถนนพิษณุโลกตั้งแต่แยกพาณิชยการจนถึงแยกสวนมิสกวันมีการใช้อำนาจของหัวหน้าเจ้าพนักงานจราจรในการปิดกั้นเส้นทางชั่วคราว พ่อแม่พี่น้องมาจัดกิจกรรมโดยอ้างสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เราเข้าใจ ท่านสามารถทำได้ แต่ว่ารถเครื่องเสียง เนื่องจากบริเวณที่ยืนอยู่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐเป็นพื้นที่ประกาศห้ามใช้เส้นทางชั่วคราว ห้ามสัญจรไปมา เพราะฉะนั้น การที่ท่านพยายามนำรถเครื่องเสียงเข้ามาใกล้แนวแยกพาณิชยฯ เป็นการกระทำฝ่าฝืนกฎหมาย ขอให้พ่อแม่พี่น้องทำกิจกรรมบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ โดยเชื่อฟังการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่

เจ้าหน้าที่กล่าวต่อว่า คำสั่งของเจ้าหน้าที่เป็นคำสั่งตามกฎหมาย ซึ่งมีกฎหมายรองรับ การที่ประชาชนพยายามฝ่าฝืน พยายามด่าทอ โจมตี ดูหมิ่นเจ้าหน้าที่มีความผิดตามกฎหมาย เราเข้าใจว่า พ่อแม่พี่น้องเดือดร้อน ขอให้ท่านทำกิจกรรมหน้าแนวแผงเหล็ก อย่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ อย่าทำให้เกิดความวุ่นวาย ท่านก็สามารถทำกิจกรรมได้" หลังประกาศจบผู้ชุมนุมตะโกนว่า ใครกันที่สร้างความวุ่นวาย ผู้ปราศรัยคนหนึ่งระบุว่าปากก็พูดว่าเข้าใจประชาชน แต่เข้าใจอย่างไรถึงทำเช่นนี้ ประชาชนออกมาชุมนุมมีมาตรการป้องกันและยืนอยู่บนพื้นที่โล่ง ด้านหลังแนวกั้นตำรวจเริ่มตั้งแถวเป็นระเบียบเคร่งครัดขึ้น

สุดท้ายการโต้เถียงกันระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมและตำรวจจบลงที่ทางกลุ่มนักกิจกรรมจึงตัดสินใจจัดปราศรัยบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ โดยใช้รถกระบะตำรวจเป็นเวทีปราศรัย แทนการเดินทางไปหน้าทำเนียบต่อ

ร้องค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท 

เวลา 10.43 น. ตัวแทนแรงงานสมุทรปราการ กล่าวปราศรัยบนท้ายรถกระบะตำรวจ ระบุว่า เรามาเรียกร้อง เรียกคืนชีวิตที่ปกติ ราคาข้าวของแพงขึ้น ราคาน้ำมันแพงขึ้น และมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขด้านเศรษฐกิจ อย่างเร่งด่วน ปรับเบี้ยคนชรา เพิ่มค่าตอบแทนค่าแรงขั้นต่ำให้ประชาชน เยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ

เซีย จำปาทอง ตัวแทนแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวปราศรัยเวลา 10.48 น. ระบุว่า ทางกลุ่มต้องการมายื่นหนังสือทวงถามนายกฯ ว่า ตั้งแต่ 7 ปีที่ผ่านมาที่ประยุทธ์ทำรัฐประหารยึดอำนาจเข้ามาบริหารประเทศ จนปัจจุบันประเทศย่อยยับหมดแล้ว

เซีย กล่าวต่อว่า ตนต้องการเรียกร้องเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำที่ประยุทธ์สัญญาว่าจะให้ที่ 425 บาท แต่ตั้งแต่ลุงตู่เข้ามาบริหารประเทศ รัฐบาลปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเพียง 30 กว่าบาท โดยค่าจ้าง กทม. และปริมณฑล อยู่ที่ 331 บาทเท่านั้น แต่ค่าครองชีพขึ้นเอาๆ หมูราคาขึ้นเป็น 270 บาทแล้ว แต่ค่าจ้างขั้นต่ำเท่าเดิม ขณะที่เซีย ระบุด้วยว่า นายกรัฐมนตรีมาบอกว่าจะเอาเงินที่ไหนมาปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ได้สะท้อนว่าตัวนายกรัฐมนตรีไม่เข้าใจเรื่องนี้เลยว่าเขาไม่ได้เอาเงินภาษีมาจ่ายให้ 

"คุณเป็นทหารใช้เงินภาษีในการปรับเงินเดือน และก่อนหน้านี้ค่าน้ำประปาและไฟฟ้าไม่ได้เสียเองจึงไม่รู้ว่าประชาชนเขาเดือดร้อนอย่างไร และพูดอย่างคนไม่ได้มีความรู้เรื่องนี้ ดังนั้น ขอความกรุณาช่วยทำด้วยตามที่หาเสียงไว้ พี่น้องแรงงานฝากมาว่า ถ้าไม่มีความสามารถและไม่เข้าใจปัญหาก็ขอให้ออกไป" เซีย จำปาทอง กล่าวเพิ่ม  

ตัวแทนแรงงานยังกล่าวต่อไปว่า คนที่เป็นแรงงานมีต้นทุนในการใช้จ่ายมากมาย ต้องดูแลครอบครัวและอื่นๆ แต่ตอนนี้แค่ปัจจัยสี่ในดำรงชีวิตยังหาซื้อลำบากเลย

"เราขอเพียงแค่ให้ท่านทำตามที่ท่านพูดไว้ 425 บาท ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไป” และเซียระบุว่า สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีกระทรวงแรงงานเองก็ต้องรับผิดชอบ ช่วยตอบด้วยค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาทอยู่ไหน ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไป ให้คนมีความสามารถมาทำงานแทน

"ถ้าท่านไม่ทำตามที่รับปากไว้ถือว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย" เซีย ทิ้งท้าย

ลดค่าเทอมช่วย นศ.

เวลา 11.15 น. สามตัวแทนนักศึกษาขึ้นท้ายรถกระบะตำรวจ ปราศรัยประเด็นเรียกร้องลดค่าเทอม ระบุว่า ในขณะที่ประชาชนประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เนื้อหมูราคาแพงขึ้น ค่าครองชีพดีดตัวสูงขึ้น แต่มหาวิทยาลัยกลับไม่มีการกลับลดค่าเทอม เพื่อช่วยเหลือนักศึกษา เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่

แม้ว่านักศึกษาจะสามารถกู้เงินจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได่ แต่ กยศ.เป็นเทศกาลแข่งกันจน นักศึกษาต้องแสดงให้เห็นว่าตัวเองจน เพื่อให้ได้รับการกู้เงิน ทั้งที่ความจริงรัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือให้ทุกคนเข้าถึงเรื่องการศึกษาอย่างเท่าเทียม ยังไม่รวมปัญหาที่นักศึกษาบางรายกู้ กยศ. แล้ว แต่ผ่านมา 5 เดือนแล้วกลับไม่ได้รับเงิน ทำให้ นศ.ต้องลาออกกลางคัน เพราะไม่มีเงินจ่าย ส่วนบางรายมีหนี้สินจำนวนมากตั้งแต่อายุยังน้อยจากการกู้เงิน กยศ. 
สิ่งที่เหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาประชาชนถูกเด้งออกจากระบบการศึกษาจำนวนมาก ตัวแทน นศ. ชี้แจงต่อว่า จากตัวเลขสถิติเผยด้วยว่า ตั้งแต่ก่อนโควิด-19 เด็กครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน มีโอกาสเรียนมหาวิทยาลัยเพียงแค่ 5% เท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับเด็กครอบครัวร่ำรวยมีโอกาสเรียนในทหาวิทยาลัย 65% ดังนั้น ตัวแทนนักศึกษาจึงขอส่งเสียงไปยังรัฐบาล เรียกร้องให้มีการจัดสวัสดิการเรียนฟรีแก่ประชาชน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษา 

สุดท้าย ตัวแทนนักศึกษา ปราศรัยว่า ขอเรียกร้องไปยังประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และ ครม. ว่า การเรียนออนไลน์มีปัญหามาก หลายคนก็เคยพูดไปแล้วหลายครั้ง แต่ค่าเทอมกลับไม่มีการปรับลดแบบนี้เหมาะสมหรือไม่

ปรับค่าเบี้ยคนชรา

ศรีไพร นนทรีย์ จากเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กล่าวปราศรัยเมื่อเวลา 11.40 น. ระบุว่า เป้าหมายของเครือข่ายฯ จริงๆ ต้องการมาตามข้อเรียกร้องของเดิมที่มาเรียกร้องไว้แต่เดิม และสิ่งที่อยากเรียกร้องเพิ่มเติมในวันนี้คือ ปัญหาสินค้าราคาแพง และต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือประชาชน ตรึงราคาสินค้า ราคาน้ำมัน และอื่นๆ ที่สามารถลดราคาได้ ต้องลดราคาลง 

ศรีไพร กล่าวต่อว่า เธอต้องการให้เบี้ยคนชราเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 บาท เพราะ 600 บาทต่อเดือน ไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิต 

“ในหนึ่งวัน คนชราสามารถใช้เงินได้ 20 บาท ถ้าเปรียบอาหารต่อมื้อ สามารถจ่ายได้เพียงแค่ 6.66 สตางค์ ดังนั้น เงิน 20 บาท หนึ่งมื้อยังไม่พอเลย อาหารปัจจุบันราคาจานละ มากสุด 60 บาท ค่าน้ำมันก็ขึ้น ค่าครองชีพก็ขึ้น แต่เงินได้เท่าเดิม”

ศรีไพร กล่าวต่อว่า ถ้าดูในกรณีของต่างประเทศที่พัฒนาแล้ว เขาจะมีการสวัสดิการอย่างเหมาะสมให้คนทุกวัย เช่น เด็กก่อนวัยเรียน เด็กนักศึกษาที่กำลังเรียน และผู้สูงอายุ ไม่ต้องเดือดร้อนอะไรเลยในการดำรงชีวิต แต่กลับกัน ประเทศไทยเป็นประเทศด้อยพัฒนา ที่ไม่อยากจะพัฒนา ไม่อยากให้ประชาชนกินอยู่ดี เพราะว่าคนชั้นสูงจะไม่มีชีวิตดีอย่างในปัจจุบัน เพราะเอาภาษีของเราไปใช้มากมาย ซื้อยุทโธปกรณ์ เอาไปใช้จ่ายอะไรที่ไม่เป็นคุณแก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ตัวแทนเครือข่ายแรงงานฯ ทิ้งท้ายว่า ขอให้รัฐบาลรีบดำเนินการปรับเบื้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาททันที อย่าหมกเม็ดประชาชน

ตรวจสอบเนื้อหมูราคาแพง

เวลา 11.55 น. สมยศ พฤกษาเกษมสุข จากกลุ่ม 24มิถุนาประชาธิปไตย กล่าวปราศรัยว่า นายกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงกรณีเนื้อหมูราคาแพง โดยที่ไม่เข้าใจปัญหาอะไรเลย หมูหายไป 20% มันขาดตลาดได้อย่างไร เป็นนายกรัฐมนตรีแต่ไม่รู้อะไรเลย

ปกติ หมูราคาถูกตลอดในช่วงโควิดที่ผ่านมา และตลาดไทยก็มีเนื้อหมูจำนวนมากเพียงพอ ทำให้ราคาหมูไม่แพง แต่ไม่นานมานี้เกิดโรคอหิวาหมูระบาด เราอยากให้ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปศึกษา ไปตรวจสอบดูสิว่า มีใครเอาโรคอหิวาร์แอฟริกันมาปล่อยทำลายหมูของผู้ประกอบการรายย่อย เพราะไม่มีประเทศไหนเลยที่มีปัญหาเรื่องอหิวานี้ เราสงสัยว่าจะมีการจงใจเอาโรคอหิวามาปล่อย 

สมยศ เผยว่า ก่อนหน้านี้เคยเกิดกรณีคล้ายกัน เพราะในช่วงที่ไก่ราคาถูก เคยมีฟาร์มเอาลูกไก่ไปทิ้งทะเล เพื่อให้ไก่หายไปจากท้องตลาด และจะได้ขึ้นราคา เช่นเดียวกับเมื่อเนื้อหมูราคาถูก เลยอาจจะมีคนจงใจปล่อยเชื้ออหิวา ทำลายเกษตรกรรายย่อย เพื่อขึ้นราคาหมู

สมยศ กล่าวว่า หมูในห้างสรรพสินค้าที่ประชาชนบริโภคเป็นหมูข้ามปีที่นายทุนกักตุนไว้เรียบร้อยแล้ว ประเทศไทยมีบริษัททำแจกพันธุ์หมู อาหารหมู ขายหมู จำหน่ายแจกจ่ายทั้งหมด 5 บริษัท มีการกักตุนหมู แต่ประยุทธ์ไม่เข้าใจอะไร ไม่รู้อะไรเลยเพราะมีความรู้ในการบริหารประเทศเพียงแค่หางอึ่งหางตุ๊กแกเท่านั้น วันนี้อยากเรียกร้องให้นายกฯ ตรวจสอบบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำผลิตภัณฑ์การเกษตร เกี่ยวกับการขายเนื้อหมูยักษ์ใหญ๋ 5 บริษัท เขาค้ากำไรเกินควรอย่างไรหรือไม่

ประการที่ 2 รัฐบาลต้องเยียวยาเกษตรกรรายย่อยตามความเสียหายที่แท้จริง เพราะหน่วยงานรัฐอย่างกรมปศุสัตว์ไม่เคยที่จะแจ้งให้หน่วยงานรัฐได้ระมัดระวังว่าจะมีโรคระบาดในหมูเกิดขึ้น 

พร้อมกันนี้ สมยศ ตั้งคำถามต่อรัฐบาลด้วยว่านี่เป็นการช่วยปกปิด เพื่ออำนวยความสะดวกผู้ส่งออกเนื้อหมูไปต่างประเทศหรือไม่ อย่างไร สุดท้าย เพื่อแก้ปัญหาเนื้อหมูราคาแพง กระทรวงพาณิชย์ต้องแทรกแซงกลไกการกำหนดราคาเนื้อหมู 

นอกจากนี้ สมยศ เรียกร้องให้รัฐบาลลดค่าภาษีสรรพาสามิตน้ำมัน เพื่อให้ราคาน้ำมันลดลงลิตรละ 6 บาท เนื่องจากน้ำมันไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย แต่เป็นสินค้าจำเป็น พร้อมเสนอแนะให้นายกฯ ลองสอบถามประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะมาเลเซียว่า ทำไมประเทศของเขาถูกคุมราคาน้ำมันอยู่ลิตรละ 20 บาทเท่านั้น 

ตัวแทน 24 มิถุนาฯ เรียกร้องให้มีการลดภาษีมูลค่าเพิ่มลง 2% จากเดิม 7% เหลือแค่ 5% เพื่อลดรายจ่ายของประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และการท่องเที่ยว

“สิ่งที่เราเรียกร้อง ผู้ที่ได้ประโยชน์คือประชาชนทุกคน รวมถึงสื่อมวลชน จึงอยากจะวิงวอนให้ท่าน เป็นสื่อกลาง เราทำได้แน่นอน ภาษีอากรที่เขาพูดถึง เมื่อ 11 มกราคม รัฐบาลเพิ่งอนุมัติซื้อเครื่องบินขับไล่ หรือเครื่องบินรบ เพื่อทดแทนเครื่องบิน F16 เป็นจำนวนเงิน 1 หมื่นกว่าล้านบาท ทำไมประยุทธ์ ไม่ถามเวลาอนุมัติซื้องบประมาณ อนุมัติซื้อเครื่องบิน อนุมัติซื้อเรือดำน้ำ อนุมัติซื้อรถถังว่าเอาเงินมาจากไหน แต่พอแรงงานมาขอเพิ่มเงินค่าแรง 425 บาท กลับมาถามว่าเอาเงินมาจากไหน” สมยศ กล่าว พร้อมระบุว่า “ให้พวกเขาลืมตาอ้าปาก ไม่ได้ขอมากหรอก 425 บาท ยังจนเหมือนเดิม ไม่ได้เรียกร้องให้ร่ำรวย” 

“ข้อเรียกร้องของพวกเรา เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจเจริญเติบโต และเราจะมาที่นี่ทำเนียบอยู่เรื่อยๆ สิ่งที่พวกเราเรียกร้อง เป็นข้อเรียกร้องเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติ ที่เรามาต่อสู้เรียกร้องเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนนั้น ตำรวจอย่าได้ทำตามคำสั่ง คราวหน้า ประชาชนจะได้ประโยชน์จากสิ่งที่เราเรียกร้อง” สมยศ ทิ้งท้าย

ต่อมาเวลา 11.55 น. ไหม ธนพร วิจันทร์ แกนนำเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน อ่านหนังสือที่จะยื่นให้นายกฯ และเวลา 12.07 น. ตัวแทนนายกฯ มารับมอบหนังสือจากนักกิจกรรม และทีมทะลุฟ้ามีการนำลูกหมูมามอบให้รัฐบาล 2 ตัว

ธนพร กล่าวว่า เหตุที่นำหมูมาให้ สืบเนื่องจากนายกฯ เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อแนะนำให้ประชาชนเลี้ยงหมู เพื่อแก้ปัญหาหมูแพง วันนี้จึงนำหมูมาเลี้ยงหน้าทำเนียบรัฐบาล ถ้ารัฐบาลยังไม่แก้ปัญหาก็ลาออกไปให้คนมีความสามารถมาทำงานแทน และขอให้ สน.นางเลิ้ง ไม่มีการส่งหมายไปให้นักกิจกรรม ขอให้ประชาชนได้มีพื้นที่ปลอดภัยในการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ ในการเรียกร้องสิทธิของตัวเองอรกด้วย

ก่อนเวลา 12.18 น. พิธีกรประกาศยุติกิจกรรม และประกาศว่า ของแพงจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ 3 จบ

หมูที่กลุ่มผู้ร่วมกิจกรรมนำไปมอบให้รัฐบาล

 

แถลงการณ์ของเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี ทะลุฟ้า และองค์การบริหารองค์การนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์

ในขณะที่เศรษฐกิจพังทลาย ธุรกิจล้มละลาย คนว่างงานและความยากจนขยายตัวมากขึ้น ปรากฏว่า สินค้าอุปโภค บริโภคที่จําเป็นการดํารงชีวิตขึ้นราคาพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ไข่ น้ํามันปาล์ม ท้าให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก รายได้ตกต่านํามาซึ่งความทุกข์ยาก เดือดร้อนแสนสาหัสของประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหมูราคาแพง อันเป็นผลมาจากการฉาย โอกาสเก็งกําไรจากการ สักคน และผูกขาดการคําเนื้อหมู และการเอื้อประโยชน์ให้กับ กลุ่มทุนผูกขาด ในกิจการผลิตและค้าปลีกเนื้อสัตว์ยักษ์ใหญ่กว่า 5 บริษัท จึงขอให้รัฐบาลแก้ปัญหาหมูราคาแพง ดังต่อไปนี้ 

1.ตรวจสอบการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African Sine fever: ASS การนํามาปล่อยแพร่ระบาดเพื่อทําลายประชากรหมู่ในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อย ทําให้บริษัท ขนาดใหญ่ผูกขาดแทบตลอดห่วงโซ่การผลิต ครอบคลุมการผลิตอาหารสัตว์ และการกระจายตลาด ได้ กําไรทั้งการส่งออกและกําหนดราคาสูงในตลาด ทั้งนี้ปรากฎว่ารัฐบาลได้ปกปิดข่าวสารการแพร่ระบาด เอื้อประโยชน์ให้บริษัทผูกขาดได้ประโยชน์จากการส่งออก และขอให้ตรวจสอบ การค้าปลีกเนื่องจาก พบว่า หมูในห้างสรรพสินค้า เป็นหมูกักตุนข้ามปี จึงเป็นไปได้ว่า มีการกักตุนหมูไว้ก่อนล่วงหน้าและ น้ามาจําหน่ายในช่วงหมูราคาแพงทํากําไรมหาศาล ทั้งนี้รัฐบาลต้องเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงหมูรายย่อย ตามความเสียหายจริง จัดตั้งกองทุนส่งเสริมเกษตรกรเลี้ยงหมูรายย่อย ตรวจสอบการผูกขาดและการ กักตุนสินค้าด้วยการกําหนดราคาสูง ทําการควบคุมราคาสินค้าและลดราคาสินค้าไม่ให้มีการผูกขาดและ การค้กําไรเกินควร เปิดเผยต้นทุนและก่าไรในสิ้นค้าทุกชนิด 

2.เพื่อเป็นการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น บรรเทาความเดือดร้อน เป็น การเพิ่มกําลังซื้อ เพื่อขยายการบริโภคและทําให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไปยิ่งขึ้น ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ด้วยมาตรการ “ลดทอนรายจ่ายเพิ่มรายได้” อันจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตในระยะสามปี ข้างหน้า(2565-2567)ดังต่อไปนี้ 

2.1ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (Vat) จาก 7% เป็น 50 เพื่อให้สินค้าอุปโภคบริโภคและภาคบริการมี ราคาถูกลง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและลดทอนภาวะเงินเฟ้อ รักษากําลังซื้อของประชาชน รวมทั้งยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ํามันเพื่อให้คนไทยได้ใช้น้ํามันทุกชนิดราคาถูกอีกลิตรละ 6 บาท เป็น การลดต้นทุนการผลิต การขนส่ง ทุกภาคส่วนให้สามารถดําเนินธุรกิจต่อไปได้ อันจะส่งผลให้ระบบ เศรษฐกิจของประเทศมีการฟื้นตัว 

2.2ให้มีการลดค่าบํารุงการศึกษาหรือค่าเทอมและค่าใช้จ่ายการศึกษาของนักเรียนตั้งแต่ ระดับชั้นประถมถึง มัธยม มหาวิทยาลัย เป็นเวลา 3 ปี(2565-2560 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือ พร้อมทั้งบรรจุครูอัตราจ้างและพนักงานสัญญาจ้างในระบบการศึกษาให้เป็นข้าราชการประจํา 

2.3 ลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าสาธารณะ (BTS/MRT) ครึ่งราคา ควบคุมค่าไฟฟ้า แก๊สหุงต้ม ครัวเรือน น้ําประปา ไม่ให้มีราคาสูงเกินไปจนสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน 

2.4 เพิ่มเงินยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการทุกคนจากเดิมเดือนละ 600 บาทเป็นเดือนละ3000 บาท สร้างหลักประกันการดํารงชีพของคนชราอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มเงินสงเคราะห์บุตรถ้วนหน้าเดือนละ 1200 บาท 

2.5 เพิ่มเงินค่าจ้างขั้นต่ําวันละ 425 บาท เพิ่มเงินเดือนผู้จบปริญญาตรีเดือนละ 20000 บาท และ อาชีวะเดือนละ 18000 เป็นไปตามที่พรรคพลังประชารัฐได้หาเสียงไว้เมื่อปี 2562 

ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นมาตรการเร่งด่วน เป็นการลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ที่สามารถทําได้ทันที เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว ยังเป็นการกระจายรายได้ที่เป็นธรรม เพื่อให้ งบประมาณแผ่นดินที่มาจากเงินภาษีอากรของประชาชนได้นํามาสร้างรัฐสวัสดิการและความมั่นคงทาง สังคมให้กับประชาชนต่อไป อันจะทําให้เศรษฐกิจมีอัตราการเจริญเติบโตได้ในระยะสามปีข้างหน้า ทั้งนี้หากรัฐบาลจะต้องปรับลดงบประมาณค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองและขจัดการทุจริตโกงกิน ควบคุมราคาร สินค้า ป้องการกันผูกขาดและการค้ากําไรเกินควร จะทําให้มีงบประมาณ เพื่อมีรายได้เพียงพอ ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องดังกล่าว 

จึงเรียนมาเพื่อโปรดดําเนินการเร่งด่วนเพื่อให้ปี 2565 เป็นปีของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและยกระดับ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น 

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์