งานรดน้ำดำหัวของสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พบผู้ป่วยโควิด-19 รวม 52 คน แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ารัฐมนตรีติดเชื้อด้วยหรือไม่ ขณะที่นายกรัฐมนตรีออกข้อกำหนดห้ามรวมตัวเกิน 20 คน ห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน ใน กทม., จ.ชลบุรี, จ.เชียงใหม่, จ.นนทบุรี, จ.ปทุมธานี, และ จ.สมุทรปราการ อ้างประชาชนไม่ระมัดระวังป้องกันตัว
คลัสเตอร์รัฐมนตรีลาม 52 คน
ช่อง 3 รายงานว่า นพ.ปองพล วรปาณิ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัยเปิดเผยกับทีมข่าวช่อง 3 ถึงจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดจากคลัสเตอร์ร้านอาหารคาเฟ่เดอทรี ที่ จ.สุโขทัย เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2564 พบผู้ติดเชื้อโดยตรงจากการไปอยู่ในวงที่ร้านอาหาร 21 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ พักรักษาตัวอยู่ที่สุโขทัย 18 คน หนึ่งในนั้นคือเจ้าของร้านอาหาร และคนกลุ่มนี้ก็นำไปติดคนในครอบครัวและผู้ใกล้ชิดอีก 31 คน รวมเป็นเฉพาะที่สุโขทัยจะมี 49 คน
อีกส่วนคือ ผู้ติดเชื้อที่ไปพักรักษาตัวที่กรุงเทพ มี 3 คน เสียชีวิตไปแล้ว 1 คน เป็นหญิง ส่วนอีก 2 คือ สามีของผู้เสียชีวิต และผู้ติดตามของสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อนำมารวมกัน จึงมีผู้ติดเชื้อทั้งติดโดยตรงจากในวงที่ร้านอาหารและที่ติดเพิ่มคือ 52 คน
สำหรับผู้ที่อยู่ในวงเมื่อวันที่ 12 เม.ย. คาดว่ามีประมาณ 20 คน ซึ่งถ้านับจำนวนผู้ที่ติดเชื้อไปแล้ว คือ 21 คน
ส่วนสมศักดิ์ซึ่งอยู่ในงานสังสรรค์วันดังกล่าว ติดเชื้อด้วยหรือไม่ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย ระบุว่า ไม่ทราบ เพราะสมศักดิ์ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สุโขทัย แต่เดินทางกลับมาที่กรุงเทพมหานครตั้งแต่หลังสงกรานต์แล้ว
ทั้งนี้ ในการให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้สมศักดิ์บอกว่า หลังจากรอบแรกตรวจไม่พบเชื้อโควิด จะตรวจหาเชื้อโควิดอีกครั้งในวันที่ 27 เม.ย. ซึ่งนับตั้งแต่วันที่ 27 เป็นต้นมา ทีมข่าวช่อง 3 พยายามติดต่อสมศักดิ์ แต่ยังไม่สามารถติดต่อได้
นพ.ปองพล ระบุว่า สำหรับกลุ่มผู้ติดเชื้อจากที่ร้านอาหารดังกล่าว ถึงวันนี้น่าจะนิ่งแล้ว โดยกลุ่มที่ติดเชื้อที่ร้านมีเฉพาะจากวงของรัฐมนตรีสมศักดิ์เท่านั้น ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย สั่งปิดร้านอาหารนี้ไปจนถึงวันที่ 6 พ.ค. 2564
สำหรับภาพรวมผู้ติดเชื้อโควิดระลอกใหม่ของ จ.สุโขทัย มีทั้งหมด 89 คน เป็นกลุ่มร้านอาหาร 49 คน เกินครึ่งของทั้งหมด ในผู้ป่วยทั้งหมดตอนนี้ รักษาหายแล้ว 14 คน ยังรักษาตัวอยู่ 75 คน ซึ่ง นพ.ปองพล บอกว่า วันนี้เป็นวันแรกที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ จ.สุโขทัย
ออกข้อกำหนดเพิ่ม อ้างประชาชนไม่ระมัดระวังป้องกันตัว
เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 22) ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศ ณ วันที่ 29 เม.ย. 2564 มีเนื้อหาดังนี้
ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 พ.ค. 2564 นั้น
โดยที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ได้เกิดการระบาดระลอกใหม่ขึ้นในเดือน เม.ย. 2564 อันเป็นช่วงวันหยุดเทศกาล โดยในรอบนี้ผู้ติดโรคจะไม่แสดงอาการ หรือแสดงอาการน้อยมากในระยะแรก ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่มีความผ่อนคลายกับสถานการณ์การควบคุมโรคที่ดีขึ้นในห้วงเวลาที่ผ่านมา ไม่ค่อยระมัดระวังป้องกันตัวอย่างในช่วงต้นของการระบาด จึงทำให้โรคแพร่กระจายไปในทุกพื้นที่ทั่วราอาณาจักร มีผู้ป่วยติดเชื้อรายวันและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการดำรงชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน และต่อระบบการให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข กรณีจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกำหนดมาตรการควบคุมการระบาดของโรคให้เข้มข้นกว่าเดิม เพื่อมิให้เหตุการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินทวีความร้ายแรงมากขึ้น และให้สามารถยุติลงได้โดยเร็ว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรา 11 แห่ง พ.ร.บงระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเพื่อป้องกันการแพร่โรคเมื่ออยู่นอกเคหสถานหรืออยู่ในที่สาธารณะ เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและป้องกันมิให้เกิดสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะเพื่อจำกัดวงในการระบาดของโรค เมื่ออยู่นอกเคหสถานหรือเมื่ออยู่ในที่สาธารณะให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า และต้องสวมให้ถูกวิธีตามที่กระทรวงสาธารณสุขแนะนำ
เมื่อพบผู้ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ว่ากล่าวตักเตือนและสั่งให้ผู้นั้นปฏิบัติให้ถูกต้อง ถ้าผู้นั้นไม่ปฏิบัติตาม ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไป
ข้อ 2 การกำหนดพื้นที่สถานการณ์ ปรับระดับการกำหนดเขตพื้นที่สถานการณ์เพื่อการบังคับใช้มาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำแนกตามเขตพื้นที่ ดังนี้
(1) พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้พื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.ชลบุรี จ.เชียงใหม่ จ.นนทบุรีจ.ปทุมธานี และ จ.สมุทรปราการ รวม 6 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ที่จำเป็นต้องบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดอย่างยิ่งเพื่อให้การสกัดและยับยั้งการระบาดของโรคเป็นไปโดยรวดเร็วและเด็ดขาด
(2) พื้นที่ควบคุมสูงสุด ให้พื้นที่จังหวัด รวม 45 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด
(3) พื้นที่ควบคุม ให้พื้นที่จังหวัด รวม 26 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุม
จังหวัดในเขตพื้นที่สถานการณ์ตาม (2) และ (3) ให้เป็นไปตามที่กำหนดในบัญชีรายชื่อจังหวัดแนบท้ายข้อกำหนดนี้
ข้อ 3 การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 20 คนในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยเหตุยกเว้น วิธีการ และหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตของพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ใน (2) ของข้อ 1 แห่งข้อกำหนด (ฉบับที่ 20) ลงวันที่ 16 เม.ย. 2564
ข้อ 4 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด กำหนดยกระดับมาตรการควบคุมแบบบูรณาการขึ้นเพิ่มเติมสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด
(1) ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ให้จำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มในลักษณะของการนำกลับไปบริโภคที่อื่นได้เท่านั้น โดยงดการบริโภคอาหาร เครื่องดื่ม สุราและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้าน และเปิดให้บริการได้จนถึงเวลา 21.00 น.
(2) สนามกีฬา สถานที่เพื่อการออกกำลังกาย ยิม ฟิตเนส ให้ปิดให้บริการ ยกเว้นการใช้สถานที่เป็นที่เอกเทศตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ส่วนสนามกีฬาหรือสถานที่เพื่อการออกกำลังกายประเภทกลางแจ้งหรือที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งสามารถเปีดให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 น. และสามารถจัดการแข่งขันกีฬาได้โดยไม่มีผู้ชมในสนาม สำหรับการแข่งขันกีฬาที่เคยได้รับอนุญาตจากนายกรัฐมนตรีให้จัดการแข่งขันได้ เมื่อได้มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่ทางราชการกำหนดแล้วให้สามารถจัดการแข่งขันได้ต่อไป
(3) สำหรับการเปิดดำเนินการของห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ ร้านสะดวกซื้อ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ตลาดนัดกลางคืน ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน หรือสถานประกอบการอื่นในลักษณะคล้ายกัน ให้ดำเนินการได้ตามเงื่อนไข เงื่อนเวลา การจัดระบบและระเบียบ รวมทั้งมาตรการป้องกันโรคเช่นเดียวกับมาตรการแบบควบคุมสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อกำหนด (ฉบับที่ 20) ลงวันที่ 16 เม.ย. 2564
(4) การงดการเดินทางออกนอกพื้นที่ ให้ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด งดการเดินทางออกนอกพื้นที่โดยไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อลดการเดินทางที่อาจเสี่ยงต่อการติดโรค
ข้อ 5 มาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุม ให้ดำเนินการตามมาตรการควบคุมแบบบูรณาการสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและพื้นที่ควบคุมตามที่กำหนดไว้ในข้อกำหนด (ฉบับที่ 20) ลงวันที่ 16 เม.ย. 2564 รวมทั้งมาตรการตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อที่ผู้รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่กำหนดขึ้นเป็นการเฉพาะ
ข้อ 6 การปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง ให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ เจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการภาคเอกชน พิจารณาดำเนินมาตรการขั้นสูงสุดเพื่อมุ่งลดจำนวนการเดินทางของเจ้าหน้าที่และบุคลากรที่อยู่ในความรับผิดชอบในการป้องกันและลดโอกาสเสี่ยงที่เจ้าหน้าที่และบุคลากรในความรับผิดชอบจะติดเชื้อ เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน ซึ่งอาจสั่งการให้ปฏิบัติงานนอกสถานที่ตั้ง การลดจำนวนบุคคลที่ประจำอยู่ในสถานที่ตั้ง การสลับวันเวลาทำงาน หรือวิธีการอื่นใดตามความเหมาะสมโดยพิจารณาให้เพียงพอต่อภารกิจในการให้บริการประชาชน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2564 เป็นต้นไป
ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,583 ราย อัตราการเสียชีวิตร้อยละ 0.31
ด้าน ศูนย์บริหารสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันว่า ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,583 ราย แบ่งเป็นติดเชื้อในประเทศ 1,579 ราย ผู้เดินทางจากต่างประเทศ 4 ราย เสียชีวิตรายใหม่ 15 ราย สะสม 203 ราย อัตราเสียชีวิตร้อยละ 0.31 ผู้ป่วยที่รักษาหายแล้ว 36,254 ราย ยังเหลือที่รักษาอยู่ 28,696 ราย อยู่ในโรงพยาบาล 21,407 ราย โรงพยาบาลสนามและอื่นๆ 7,289 ราย ซึ่งมีผู้อาการหนัก 871 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 250 ราย
