Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

สมัชชาคนจนเผยชาวบ้านชุมชนหัวท่า-คอเอน ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พบเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูเก็ตกว่า 10 คน เข้าตรวจวัดพื้นที่บ้าน 5 หลังที่อยู่ระหว่างพิจารณาออกใบอนุญาต โดยไม่มีเจ้าของบ้านอยู่ ทั้งที่นายกรัฐมนตรีลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจนเมื่อ 14 พฤษภาคม 2569 และสำนักปลัดนายกฯ มีหนังสือสั่งให้หน่วยงานชะลอการดำเนินการที่อาจก่อข้อพิพาทไปแล้วเมื่อ 10 มิถุนายน 2569 ชาวบ้านตั้งคำถามว่าเจ้าท่าฯ จงใจขัดมติรัฐบาลหรือไม่

สมัชชาคนจนรายงานว่า เมื่อวันที่ 19  มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ชาวบ้านในชุมชนบ้านหัวท่า-คอเอน ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดของสมาชิกในชุมชนพบว่า ได้มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าภูเก็ต และคณะ จำนวนมากกว่า 10 คน ได้เข้ามาตรวจวัดพื้นที่บ้านของสมาชิกในชุมชน ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาออกใบอนุญาตที่อยู่อาศัย จำนวน 5 หลัง โดยที่สมาชิกของบ้านทั้งหมด ไม่ได้เข้าร่วมตรวจวัดเนื่องจากไปทำงานไม่มีใครอยู่บ้าน

ชาวบ้านหัวท่าคอเอน ได้กล่าวว่า ปัญหาเรื่องใบอนุญาตเรื่องที่อยู่อาศัยของชุมชนบ้านหัวท่าคอเอน อยู่ระหว่างกระบวนการแก้ไขปัญหาร่วมกันระหว่างรัฐบาลและเครือข่ายสมัชชาคนจนตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567  ตามกลไกคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสมัชชาคนจน ซึ่งเป็นกลไกแก้ไขปัญหาร่วมกัน ผลของความร่วมมือและดำเนินการแก้ไขปัญหาก้าวหน้าไปมาก ปัจจุบันกระบวนการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้ดำเนินการไปดังนี้

เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคาร สำนักงาน ก.พ. (เดิม) รองนายกรัฐมนตรี (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) ได้มอบหมายให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็น ผู้แทนในการหารือกับกลุ่มสมัชชาคนจน โดยมีรองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (นายนพพร บุญแก้ว) และผู้อำนวยการศูนย์บริการประชาชน ร่วมหารือกับผู้แทนสมัชชาคนจนด้วย โดยได้พิจารณากรณีเร่งด่วน ที่สมัชชาคนจนเร่งรัดการดำเนินการ ซึ่งกรณีปัญหาการเพิกถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำชุมชนหัวท่า - ต้นโด บ้านคอเอน หมู่ที่ 2 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นอีกกรณีหนึ่งด้วย สาระสำคัญของผลการประชุมมีดังนี้

เนื่องจากกรณีปัญหาดังกล่าวได้มีกลไกการแก้ไขปัญหา ในรูปแบบคณะกรรมการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 163/2569 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 แล้ว ดังนั้นในระหว่างที่คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ยังไม่ได้พิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงขอให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องชะลอการดำเนินการที่อาจก่อให้เกิด ข้อพิพาทระหว่างประชาชนและหน่วยงานของรัฐเพิ่มเติม

พร้อมกันนั้นทางสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือ เลขที่ นร 0105.4/ว 433 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ลงนามโดย นายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต ความว่า

“กรณีปัญหาดังกล่าว ได้มีกลไกการแก้ไขปัญหาในรูปแบบคณะกรรมการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 163/2569เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ลงวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยมีรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธานกรรมการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย รองนายกรัฐมนตรี (นายทรงศักดิ์ ทองศรี) เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการดังกล่าวแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่าง กำหนดวันประชุมคณะกรรมการฯ ดังนั้น เพื่อให้การแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เป็นไปใน ทิศทางเดียวกัน ไม่ก่อให้เกิดข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ ในชั้นนี้ จึงขอให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องชะลอการดำเนินการที่อาจก่อให้เกิดข้อพิพาทระหว่างประชาชนกับหน่วยงานของรัฐ โดยพิจารณา ดำเนินการตามบันทึกแนวทางการบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของสมาชิกสมัชชาคนจนที่อาศัยหรือทำกิน ในที่ดินของรัฐทุกประเภทในระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหา”

นายกอบกิจ อยู่เย็น ตัวแทนของชาวบ้านในชุมชนบ้านหัวท่า-คอเอน ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “กระบวนการแก้ไขปัญหากำลังไปทิศทางที่ดี นายกรัฐมนตรีได้ลงนาม ให้กระบวนการไขปัญหาได้เดินหน้าต่อเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดช่วงเวลาในการประชุมของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาคนจน ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาของพวกเรา และระหว่างนี้ให้ทุกหน่วยงานชะลอ การดำเนินการ การแก้ไขปัญหาไว้ก่อน แต่ทำไมเจ้าท่าภูเก็ต จึงไม่เดินตามแนวทางที่ตกลงร่วมกัน นี่คือข้อสงสัยของพวกเรา

การพากำลังมาลงพื้นที่มาวัดบ้านพวกเราในวันนี้ เพื่อต้องการบอกว่า เจ้าท่าไม่สนใจ ไม่ให้ค่ากับความร่วมมือในการหาทางออกของการแก้ไขปัญหาร่วมกันตามแนวทางของรัฐบาลไช่หรือไม่ ต้องการข่มขู่หรือสร้างความหวาดกลัวให้พวกเราใช่หรือไม่ หรือต้องการสร้างความอับอายให้พวกเราต่อเพื่อนบ้าน หรือชุมชนอื่นๆ นี่คือความจริงใจในการแก้ไขปัญหาหรือต้องการขยายปัญหาเพิ่มขึ้นกันแน่ นี่คือข้อสงสัยจากพวกเรา”

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง