Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

พรรคเพื่อไทยจ่อปรับแนวทางเสนอตั้ง ส.ส.ร. หลังตุลาการศาล รธน. ชี้ประชาชนเลือกตั้งได้ - ด้าน 'นิกร จำนง' สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย มองเป็นเพียงแนวทางดำเนินการ ไม่ใช่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันกับทุกองค์กร

20 มิถุนายน 2569 เว็บไซต์ข่าวสด รายงานว่า นายกฤช เอื้อวงศ์ กรรมการบริหารพรรค และฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และกมธ.ศาลฯ สภาผู้แทนราษฎร เข้าพบประธานศาลรัฐธรรมนูญ และได้ข้อสรุปว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากประชาชนโดยตรงสามารถทำได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทางพรรคเพื่อไทยจะปรับแก้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยใช้โมเดลเลือกตั้ง ส.ส.ร. 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่

นายกฤช กล่าวว่า ทางผู้บริหารของพรรคจะนัดกันหารือในวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยตามเจตนาแรกนั้น ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้ยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด โดยให้ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรง

แต่เมื่อเราไปดูคำวินิจฉัยเดิมของศาลรัฐธรรมนูญ และตีความว่าการตั้ง ส.ส.ร. โดยตรงไม่สามารถทำได้ แล้วไปออกแบบให้มีการเลือกตั้งทางอ้อม ทำให้บางพรรคถอนชื่อออก ก็ทำให้เกิดความกังวล เราก็มาคุยกันและทำการปรับรูปแบบ

แต่พอทาง กมธ. ได้เข้าไปพบกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และได้ข้อสรุปออกมาว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จากประชาชนสามารถทำได้นั้น ทางผู้บริหารพรรคก็จะต้องเอาทั้งหมดมาคุยกันอีกครั้งว่า ตกลงเราจะปรับเปลี่ยนในสัดส่วนเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญของเราอย่างไร

เมื่อถามว่าแนวทางจะปรับให้มี ส.ส.ร. จากประชาชนเต็มรูปแบบเลยหรือไม่ นายกฤช กล่าวว่า เราก็เดินหน้า แต่ด้วยเสียงของพรรคเพื่อไทยยื่นโดยลำพังไม่ได้ เราก็ต้องไปขอเสียงจากพรรคอื่น เพราะเรามีเพียง 74 เสียง ขาดอีก 26 เสียง

แต่เรื่องจำนวนของเสียงตนมองว่าไม่ใช่ประเด็น อยู่ที่หลักการสำคัญของตัวร่างมากกว่า ว่าจะไปในแนวทางใด ซึ่งจะปรับแก้อย่างไรนั้นก็อยู่ที่มติของกรรมการบริหารพรรค และมองว่าหากได้ข้อยุติเร็ว ก็จะสามารถบรรจุร่างแก้ไขเข้าไปทัน ตามที่วิป 3 ฝ่ายประเมินว่าจะประชุมร่วมรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณารับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 1 ในวันที่ 7 และ 8 ก.ค. เพราะการปรับเปลี่ยนร่างไม่ได้ใช้เวลามาก

'นิกร จำนง' สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ย้ำเป็นแค่แนวทาง ไม่ผูกพันองค์กร

ด้านเว็บไซต์บ้านเมือง รายงานว่า นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ 2 กรรมาธิการสามัญ ของสภาฯ และ วุฒิสภา เข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. และมีข้อสรุปจากการสัมภาษณ์ของนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. สามารถมีคูหาให้ประชาชนเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้ว่า การหารือดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางดำเนินการ ไม่ใช่คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันกับทุกองค์กร ทั้งนี้ตนมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ต้องเป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ 2560 และตามบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ คือ คำวินิจฉัยที่ 18/2568 ที่ะบุว่าการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และรัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง โดยมีเหตุผลสำคัญที่อธิบายไว้ในวารสารของศาลรัฐธรรมนูญด้วยว่า รัฐสภามีอำนาจเพียงแก้ไขเพิ่มเติมตามกระบวนการและขอบเขตที่รัฐธรรมนูญ 2560กำหนดไว้เท่านั้น หากรัฐสภา กำหนดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง เท่ากับรัฐสภาไปสร้างองค์กรอื่นให้ใช้อำนาจสถาปนาแทนตน ซึ่งรัฐสภาไม่อาจส่งมอบอำนาจในลักษณะดังกล่าวได้

นายนิกร กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ต้องพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เกี่ยวข้องด้วย คือคำวินิจฉัย ที่ 18-22/2555 ที่วางหลักการว่าประชาชนคือเจ้าของอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ รัฐสภาจะยกร่างใหม่ทั้งฉบับโดยไม่ถามประชาชนก่อนไม่ได้  และ คำวินิจฉัยที่ 4/2564 ที่ยืนยันว่าอำนาจหน้าที่ของรัฐสภาในการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องผ่านการทำประชามติเพื่อขออาณัติมหาชนก่อน  ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดไว้  ต่อแนวทางการทำประชามติที่ต้องทำ รวม 3 ครั้ง

"ผมจะนำประเด็นนี้เข้าหารือกับคณะกรรมการกฏหมายของพรรคภูมิใจไทยที่ตั้งขึ้นใหม่หบังการเลือกตั้งและจะมีการนัดประชุมกันครั้งแรกในวันที่23 มิ.ย.นี้ แต่เบื้องต้นผมขอยืนยันว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในเนื้อหา ซึ่งในร่างแก้ไขที่พรรคภูมิใจไทยเสนอ กำหนดให้ ประชาชนมีส่วนร่วมสมัครเข้ามาเป็น สสร. ที่รัฐสภาคัดเลือก และกำหนดให้มีสภารับฟังความคิดเห็น ที่มาจาก สสร. ส่วนหนึ่งไปรับฟังความเห็นของประชาชนเป็นระยะเวลานานถึง 1 ปี ถือว่ามีความเหมาะสม แต่กรณีที่จะให้ประชาชนเลือก สสร.เข้ามา แต่ สสร. ไม่มีส่วนยกร่างรัฐธรรมนูญได้ เพราะอาจขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เท่ากับว่าไม่เปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง” นายนิกร กล่าว

นายนิกร กล่าวด้วยว่า การหารือระหว่าง 2 กมธ. กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่มีผูกพันกับคำวินิจฉัยและไม่ผูกพันองค์กรใด เช่นเดียวกับเมื่อไม่นานนี้มีการหารือกันแล้วพากันสรุปว่าสามารถทำประชามติเหลือเพียงแค่สองครั้ง แต่คำวินิจฉัยสุดท้ายก็ออกมาสุดท้ายว่าต้องทำประชามติสามครั้งอยู่ดี

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง