ผลวิเคราะห์โควิด-19 พันธุ์ 'เดลตา' ในอังกฤษ 'ไฟเซอร์' หรือ 'แอสตรา' 2 โดสกันป่วยหนักได้

ผลวิเคราะห์การระบาดโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา(สายพันธุ์อินเดีย) ที่กำลังระบาดไปทั่วโลกขณะนี้ พบว่าในอังกฤษมีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ 90% ของผู้ติดโควิดทั้งหมด แม้จะมีประชากรที่ได้รับวัคซีนแล้วกว่า 48% อย่างไรก็ตามวัคซีนไฟเซอร์-แอสตราเซเนกา 2 โดสมีประสิทธิภาพพอป้องกันป่วยหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลได้

28 มิ.ย.2564 ซีเอ็นบีซีรายงานถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่กำลังจะระบาดไปทั่วโลกในขณะนี้ว่าเป็นสายพันธุ์ที่เคยระบาดในอังกฤษมาก่อนแล้ว และสถานการณ์นี้กำลังจะซ้ำรอยการระบาดของสายพันธุ์อัลฟ่าที่เริ่มระบาดทางตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษเมื่อปี 2563 ที่ภายหลังก็แพร่กระจายไปทั่วโลกเช่นกัน ทั้งนี้สายพันธุ์เดลตาเป็นสายพันธุ์ที่มีต้นทางมาจากอินเดียแต่ถูกตรวจพบตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการระบาดในอังกฤษ

ซีเอ็นบีซีระบุว่า โควิด-19สายพันธุ์อัลฟาและสายพันธุ์เดลตาต่างก็เป็นสายพันธุ์ที่มีความสามารถในการแพร่กระจายได้ดีกว่าสายพันธุ์ที่เริ่มต้นการระบาดมาจากจีน เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2564 องค์การอนามัยโลกประเมินว่าสายพันธุ์เดลตาแพร่กระจายไปแล้วมากกว่า 80 ประเทศแล้ว และจะกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีจำนวนมากที่สุดของโลกในขณะนี้

ทางด้านสหรัฐอเมริกากำลังมองอังกฤษในฐานะ "พื้นที่ทดสอบ" ที่เคยมีประสบการณ์ในการเผชิญกับไวรัสสายพันธุ์เดลต้ามาตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาดเพื่อประเมินว่าอาจจะเกิดอะไรขึ้นบ้างถ้าหากระบาดในสหรัฐฯ

อย่างแรกที่สหรัฐฯ ได้เรียนรู้คือสายพันธุ์นี้แพร่กระจายตัวได้เร็วมากในระยะเวลาสั้นๆ จากการสำรวจช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19ในอังกฤษร้อยละ 90 ของผู้ติดเชื้อทั้งหมดเป็นสายพันธุ์เดลตา ถึงแม้ว่าประชากรราว32.5 ล้านคนหรือร้อยละ 48 ของประชากรทั้งหมดจะได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม(สถิติอ้างอิงจากกูเกิลนิวส์เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.64) อีกทั้งซีเอ็นบีซียังให้ข้อมูลอีกว่าประชากรผู้ใหญ่เกือบร้อยละ 60 ได้รับวัคซีนไปแล้ว 2 โดส

หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของทำเนียบขาว แอนโธนี เฟาซี ประเมินว่าในสหรัฐฯ มีสายพันธุ์เดลตาระบาดอยู่ประมาณร้อยละ 20 แล้ว และมีคำเตือนตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วว่าสายพันธุ์เดลตานี้อาจจะกลายเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดมากที่สุดในสหรัฐฯ ในอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดจากนี้จึงต้องเร่งแก้ไขปัญหา

มีการตั้งข้อสังเกตจากการระบาดของสายพันธุ์เดลตาในอังกฤษว่ามักจะระบาดในกลุ่มประชากรที่อายุไม่มากและในกลุ่มคนสูงอายุที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ทำให้สหรัฐฯ เกิดความกังวลว่าสายพันธุ์เดลอาจจะระบาดมากในรัฐทางตอนใต้ของประเทศที่จำนวนผู้ได้รับวัคซีนเกิดการชะลอตัว เนื่องจากผู้คนกลัววัคซีนกันอย่างไม่มีเหตุผลจนถึงขั้นต้องใช้อาสาสมัครลงพื้นที่ไปให้ข้อมูลแก้ความเข้าใจผิดที่ทำให้คนระแวงวัคซีน

ไม่ใช่เพียงแค่สหรัฐฯ จะกังวลกับการระบาดของสายพันธุ์เดลตาเท่านั้น ขณะนี้ในออสเตรเลียก็มีการประกาศล็อคดาน์วซิดนีย์เป็นเวลา 2 สัปดาห์ตั้งแต่การระบาดเริ่มขยายตัวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาและทางการออสเตรเลียมีการจัดประชุมทีมรับมือเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา(28 มิ.ย.)

จากการระบาดของสายพันธุ์เดลตาทำให้รัฐบาลอังกฤษเร่งโครงการสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จากผลวิเคราะห์ของหน่วยงานสาธารณสุขอังกฤษที่ออกมาเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ระบุว่าการฉีดวัคซีนของไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค หรืออ็อกฟอร์ด-แอสตราเซเนกา 2 โดสจะมีประสิทธิภาพอย่างมากต่อการป้องกันไม่ให้ผู้ติดเชื้อไวรัสสายเดลตาป่วยหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล

ณ วันที่ซีเอ็นบีซีรายงานเรื่องนี้ ในสหรัฐฯ ประชากรอายุมากกว่า 18 ปีมียอดผู้ได้รับวัคซีนแล้ว 2 โดสอยู่ที่ร้อยละ 56 และสหรัฐฯ ยังให้วัคซีนกับวัยรุ่นที่อายุมากกว่า 12 ปีขึ้นไปด้วย แต่รัฐบาลอังกฤษยังไม่ได้อนุญาตให้ฉีดวัคซีนกับวัยรุ่น

อย่างไรก็ตามถึงแม้สหรัฐฯ จะพยายามเร่งให้ประชาชนได้รับวัคซีน แต่รัฐบาลไบเดนก็ประเมินไว้เมื่ออังคารก่อน(22 มิ.ย.) ว่าประชากรผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ อาจจะยังไม่ได้รับวัคซีนตามเป้าหมายที่กำหนดว่าก่อนวันที่ 4ก.ค.ซึ่งเป็นวันชาติสหรัฐฯ จะต้องมีประชากรวัยผู้ใหญ่ร้อยละ 70 ได้รับวัคซีนแล้ว

 

เรียบเรียงจาก

How the UK — where the Covid delta variant ‘exploded’ — is a blueprint for the U.S., CNBC, 28-06-2021

As vaccinations drop, outreach workers hit the streets to change minds, NBC News, 15-05-2021

ข้อมูลสถิติการรับวัคซีนจาก Google News, 27-06-2021

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์