'ศรัณย์วุฒิ' ย้ำยังรักเพื่อไทย-ทักษิณ วอนพรรคหยุดทำไอโอใส่ร้ายตน ชี้ หากย้ายพรรคต้องให้ ปชช. ตัดสิน

'ศรัณย์วุฒิ ศรัณเกตุ' แถลงข่าว ย้ำยังรักพรรคเพื่อไทย และเคารพในตัวทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เสียใจที่กรรมการพรรคฯ มีมติขับตนออก เพียงเพราะพูดความจริงและโหวตสวนมติพรรค ลั่น ไม่เคยกินกล้วย-ไม่ใช่งูเห่า หากจะย้ายไปสังกัดพรรคใดต่อจากนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนเป็นคนตัดสิน

15 ก.ย. 2564 วันนี้ (15 ก.ย. 2564) เวลา 11.00 น. ศรัณย์วุฒิ ศรัณเกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ห้องโถลงชั้น 1 อาคารรัฐสภา ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยมีมติขับตนออกจากพรรค รวมถึงกรณีการแจกแถลงการณ์ของตนเมื่อวานนี้ โดยระบุว่า วันนี้ตนไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเอง และไม่ได้ต่อสู้กับพรรคเพื่อไทย แต่ตนต่อสู้กับสิ่งที่เลวร้ายในพรรคเพื่อไทย ศรัณย์วุฒิกล่าวว่ามีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีอำนาจอยู่ในพรรคเพื่อไทนได้กระทำกับผู้แทนราษฎรมาตลอดเวลา และขอย้ำว่าตนต้องการให้อนาคตของประชาธิปไตยเบ่งบาน ซึ่งหมายความว่าในพรรคก็ต้องมีประชาธิปไตยด้วย ไม่ใช่ต่อสู้กับประชาธิปไตยนอกพรรคอย่างเดียว พร้อมกันนี้ ศรัณย์ยังกล่าวอ้างว่าพรรคเพื่อไทยมีกระบวนการไอโอที่ทำการให้ข้อมูลเพื่อใส่ร้ายป้ายสีตน

“ผมอยากจะบอกว่าประเด็นที่ทางพรรคได้ใส่ร้ายผม ตั้งแต่เรื่องของการทำร้ายพรรคหรือการใส่ร้ายพรรค ผมยืนยันเลยว่าผมไม่เคยใส่ร้ายพรรค ที่พูดทั้งหมดเป็นความจริง” ศรัณย์วุฒิกล่าวพร้อมระบุว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องระหว่างตนและกลุ่มบุคคลหนึ่งที่อยู่ในพรรคเพื่อไทย

“ผมยังยืนยันว่าผมยังรักพรรคเพื่อไทย ยังเคารพในตัวนายกทักษิณ แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็รู้สึกเสียใจและก็เป็นห่วง ถ้าพรรคยังเดินแบบนี้ เราจะเป็นเสาหลักในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยได้อย่างไร เพราะถ้าภายในยังไม่เป็นประชาธิปไตย ยังเป็นเผด็จการอยู่ การต่อสู้กับนอกพรรคจะมีปัญหาแน่นอน” ศรัณย์วุฒิกล่าว

ศรัณย์วุฒิฝากถามไปถึงพรรคเพื่อไทยอีกครั้งว่าเหตุใดจึงไม่ให้ตนอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย. ที่ผ่านมา ทั้งๆ ที่เวลาการอภิปรายในสภาของฝ่ายค้านยังเหลือ พร้อมฝากถึงคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยว่าต้องรู้จัก ‘แกล้งแพ้เพื่อชนะสงคราม’ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ คือ หัวใจสำคัญของระบอบเผด็จการ ส่วนกรณีที่ตนไม่ยกมือโหวต ‘ไม่ไว้วางใจ’ ให้กับรัฐมนตรีคนอื่นๆ แต่ยกมือโหวตให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียวนั้น เพราะตนมองว่ารัฐมนตรีคนอื่นๆ ไม่ใช่แก่นของปัญหาเฉกเช่น พล.อ.ประยุทธ์

นอกจากนี้ ศรัณย์วุฒิยังปฏิเสธกรณีที่มีกระแสข่าวกล่าวหาว่าตนเป็น ‘ส.ส. กินกล้วย’ ว่าไม่เป็นความจริง หากตนกินกล้วยจริงคงไม่กล้าออกมาต่อสู้เรียกร้องเช่นนี้ ส่วนกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็น ส.ส.งูเห่า เตรียมย้ายไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐก็ไม่เป็นความจริงเช่นเดียวกัน ส่วนถ้าถูกขับออกจากพรรคโดยสมบูรณ์แล้วจะย้ายไปสังกัดพรรคไหนนั้นก็ขอให้ประชาชนที่เลือกตนให้เป็น ส.ส. มาตัดสินแทน โดยศรัณย์วุฒิระบุว่าได้สอบถามไปยังประชาชนชาวอุตรดิตถ์ที่เลือกตนมาแล้วว่าต่อจากนี้จะให้ทำอย่างไร มีอยู่ 2 ทางเลือก คือ 1. ลาออกจากทุกตำแหน่งและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีก หรือ 2. ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อไป ซึ่งศรัณย์วุฒิกล่าวว่าคนอุตรดิตถ์พูดเป็นเสียงเดียวเลยว่าต้องการให้สู้ต่อ

นอกจากนี้ ศรัณย์วุฒิยังกล่าวถึงการเลือกตั้ง พ.ศ.2557 ที่ตนลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคชาติไทยพัฒนา และชนะการเลือกตั้ง (ภายหลัง กกต. ประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ) เพราะครั้งนั้น ตนถูกกลุ่มผู้มีอำนาจในพรรคกลั่นแกล้งจนไม่ได้ลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรคเพื่อไทย เนื่องจากตนเคยอภิปรายเปิดโปงนโยบายเบี้ยยังชีพผู้พิการในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนกรณีแถลงการณ์เมื่อวานนั้น ตนใช้คำว่า ‘ปีศาจห้องแอร์’ ไม่ใช่ ‘นักรบห้องแอร์’ ซึ่งตนได้ฝากเน้นย้ำไปถึงคนกลุ่มนี้ว่าต้องตี พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่พรรคร่วมรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 ศรัณย์วุฒิได้ออกแถลงการณ์โต้กลับพรรคเพื่อไทยที่มีมติขับตนออกจากพรรค โดยมีเนื้อความว่า

"กราบเรียนพี่น้องชาวอุตรดิตถ์ และพี่น้องประชาชน ผู้รักความถูกต้อง เป็นธรรมที่เคารพ ตามที่ปรากฏเป็นข่าวทางสื่อมวลชนว่ามีคณะกรรมการที่อ้างตน ในนามพรรค เพื่อไทยได้มีมติขับผมออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้วนั้น ผมขอถือโอกาสนี้ สื่อสารความในใจและความเป็นมาต่อพี่น้องดังต่อไปนี้

ผมได้เข้าเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยในปี 2541 โดยร่วมกับท่านนายกทักษิณ และผู้ ร่วมก่อตั้งเข้ามาสร้างนโยบายเป็นส่วนหนึ่งในการวางเสาหลักของพรรค ผมลงสมัครในนามพรรคที่อุตรดิตถ์และได้รับการเลือกตั้ง ถึงแม้พรรคจะเจอมรสุมถูกทำลายจากอำนาจเผด็จการทุกรูปแบบ ถูกกลั่นแกล้งยุบพรรค เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนกรรมการมากี่ชุด ก็ไม่ได้ย่อท้อทิ้งพรรค ผมถูกกลั่นแกล้งรังแกจากคนบางกลุ่มในพรรคอย่างไร ก็ไม่เคยท้อถอย เพราะอยากจะยืนหยัดต่อสู้เผด็จการ สร้างพรรคให้เป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชน

ต่อมาเมื่อผู้ใหญ่ในพรรคที่ผมเคารพยังถูกรังแกและขอให้ผมกลับมาร่วมต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง ผมจึงกลับมาและได้ทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ทั้งในพื้นที่และในสภา ใช้ทุกเวทีที่มีอยู่ในการต่อสู้  โดยเฉพาะในสภา ในโอกาสของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมตั้งใจทำหน้าที่ให้พรรค และพี่น้องประชาชนอย่างเต็มความสามารถอย่างสมศักดิ์ศรีมาโดยตลอด

สำหรับครั้งล่าสุดก็เช่นกัน ผมตั้งใจเตรียมทำข้อมูลอย่างดีที่สุด เพื่ออภิปรายแฉความชั่วร้ายของนายประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมทำอย่างเปิดเผย มิได้มีการแอบมุบมิบในการปฏิบัติแต่อย่างใด ผมกล้าพูดความจริงอย่างเปิดเผยมาโดยตลอด ผมกล้ายืนในที่สว่าง ไม่ยืนในที่มืด ไฟทุกดวงส่องถึง พิสูจน์ได้

กรณีของผม ต่างจากเพื่อน ส.ส. ท่านอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะที่ผ่านมาการโหวตของผม ผมไม่เคยแหกมติพรรค แม้หลายครั้งที่ไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่ครั้งนี้เป็นความเห็นต่างและที่ต้องขัดแย้งกับผู้มีอำนาจในพรรค ที่เรียกว่า “นักรบห้องแอร์ พูดเก่ง ได้แต่ประชุม” ผมโหวตไม่ไว้วางใจประยุทธ์ (ดังหลักฐานสภาที่ปรากฏ) ผมจะอภิปรายไม่ไว้วางใจประยุทธ์ ผมต้องการโดดเดี่ยวประยุทธ์จากพรรคร่วมรัฐบาล จนในที่สุดคะแนนของนายกต่ำสุด เขาเสียหน้ามาก

นักรบห้องแอร์เขาคิดได้แค่จะเอาชนะศึกเท่านั้น ไม่สามารถคิดที่จะเอาชนะสงครามได้ ผมถูกพวกนี้กลั่นแกล้งมาโดยตลอด ดูจากร่องรอยการอภิปรายทุกครั้งที่ผ่านมา แกล้งกดดันเรื่องเวลา อย่างเช่นครั้งนี้ รับปากให้เวลาผม 1 ชั่วโมง สุดท้ายตัดชื่อผมออก ไม่ให้อภิปราย ทั้งที่เวลาฝ่ายค้านยังเหลืออีกหลายชั่วโมง (ดังหลักฐานสภาที่ปรากฏ) พวกเขามีวิธีปกครองแบบอำนาจนิยม แต่ไม่สร้างการมีส่วนร่วม ซึ่งผมต่อสู้มาตลอด ใครไม่อยู่ในก๊ก ไม่ทำตาม ก็ถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาว่าผมใส่ร้ายป้ายสีพรรค

ศรัณย์วุฒิคนจริงขอยืนยันว่าที่พูดไปทั้งหมดเป็นความจริงทุกประการ ไม่ใช่การกล่าวหาหรือป้ายสีแต่อย่างใด ผมกล้าเอาความจริงในพรรคมาพูด ก็เพื่อหวังดีต่อพรรคที่กำลังถูกคนกลุ่มนี้ที่ขึ้นมามีอำนาจบริหารพรรค แทนที่คนกลุ่มนี้จะทำให้พรรคเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชน แต่กลับใช้พรรคเป็นเครื่องมือในการหาประโยชน์ทางการเมืองให้ตัวเองและพวกพ้อง แต่ทอดทิ้งประชาชนที่มีการกล่าวอ้างอุดมการณ์ มันเป็นเรื่องจอมปลอมทั้งสิ้น มีแต่แสวงหาความมักใหญ่ใฝ่สูงให้ตัวเองและพรรคพวก คนอย่างผม พี่น้องอุตรดิตถ์ได้เลือกผมด้วยรักและศรัทธา ให้มาเป็น ส.ส.อย่างมีศักดิ์ศรี ผมขายอุดมการณ์ไม่ได้ ไม่ได้แม้แต่จะคิด หยุดเถอะ บาปบุญมีจริง

ขอจงเลิกทำ i.o. ใส่ร้ายป้ายสี กัดคนลับหลัง ด้วยการปล่อยข่าวว่าผมเป็นงูเห่าจะย้ายพรรคไปอยู่กับฝ่ายตรงข้าม ผมมีอุดมการณ์แน่วแน่ จะไม่อ้างกดบัตรผิด หรืออ้างป่วย แต่ผมกล้าลงมติที่เป็นประโยชน์กับฝั่งประชาธิปไตย และประชาชนมากกว่ามติพวกนักรบห้องแอร์ ผมบอกให้ก็ได้ครับ ตอนจัดตั้งรัฐบาล ก็ไปขอเสียงพรรคร่วมเหล่านี้ เพราะฉะนั้นการล้มรัฐบาล ประยุทธ์คือตัวปัญหา ผมสู้กับเผด็จการนอกพรรคก็เหนื่อยพอแล้ว ยังต้องมาสู้กับพวกเผด็จการในพรรค คนพวกนี้ด้อยค่าลูกพรรคมานาน

วันนี้พวกเขาต้องการทำเป็นพิธีกรรมเอาผมไป “ด่า” แล้ว “ไล่” ผมออกจากพรรคเหมือนครั้ง ในปี 2557 ที่เรียกผมไปพล่ามเป็นชั่วโมง แล้วแกล้งไม่ให้ผมลงสมัคร ส.ส. คนกลุ่มนี้ไม่พอใจที่ถูกอภิปรายสอนมวย ให้เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ จึงถูกกลั่นแกล้งไม่ส่งลงสมัคร โดยแกล้งดึงเวลาจนถึงก่อนการปิดรับสมัครเพียงไม่ถึง 1 ชั่วโมง เกือบลงสมัครไม่ทัน เดชะบุญท่านนายกบรรหารได้กรุณารับให้ลงในนามพรรคชาติไทย และพี่น้องชาวอุตรดิตถ์ ได้โอบอุ้มจนชนะพรรคเพื่อไทย ในนามพรรคชาติไทย

ผมรู้เท่าทันนิสัยคนพวกนี้ดี และไม่อยากเสียเวลาไปทะเลาะด้วย ผมจึงเลือกไม่ไป ขอเพื่อน ส.ส.ในพรรคเข้าใจนะครับ อย่ายอมเป็นเครื่องมือของพวกเขา สำหรับผมขอยืนยันไม่หนีไปไหน ยังขอยืนหยัดต่อสู้กับเผด็จการต่อไป ยึดมั่นอุดมการณ์ให้เป็นความหวังของประชาธิปไตย ให้สมกับที่เป็น ส.ส.ของปวงชนชาวไทย ความจริงและเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ที่สุดทุกคนจะเห็นธาตุแท้ของพวกเขาเหล่านี้ว่าทำเพื่อประชาชน หรือเพื่อตนเองและพวกพ้อง ช่วยกันกำจัดปลวก เห็บ หมัด เรือดไร ก่อนบ้านเมืองของพวกเราจะพัง" 

ที่มาของคำแถลงการณ์ สยามรัฐ 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์