สั่งฟ้อง 'โตโต้ ปิยรัฐ' คดี ม.112 โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การใช้ภาษีของสถาบันฯ ทำในหลวง-ราชินีเสื่อมเสีย

อัยการสั่งฟ้อง 'โตโต้ ปิยรัฐ' อดีตแกนนำ WeVo ในข้อหา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีโพสต์เฟซบุ๊กเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค. 2563 วิจารณ์การใช้ภาษีของสถาบันกษัตริย์ โดยคำฟ้องของอัยการระบุว่า "ข้อความดังกล่าวทําให้ประชาชนและบุคคลทั่วไปที่ได้พบเห็นเข้าใจว่าในหลวง ร.10 และพระราชินี ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายโดยใช้เงินภาษีของประชาชน ทั้งๆ ที่ประชาชนกําลังอดอยากและประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันฯ"

1 ธ.ค. 2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าวานนี้ (30 พ.ย. 2564) อัยการมีคำสั่งฟ้องปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ อดีตแกนนำมวลชนอาสา We Volunteer (WeVo) ในคดีโพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์การใช้ภาษีของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งมีความความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (3) หลังจากที่ปิยรัฐมอบหายให้ทนายความยื่นเอกสารขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งจากวันที่ 24 พ.ย. 2564 มาเป็นวันที่ 30 พ.ย. 2564 แทน เนื่องจากเขาป่วยและเข้ารักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่าปิยรัฐเดินทางมาที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 สำนักงานอัยการสูงสุดฟังคำสั่งของอัยการตามนัด หลังจากรักษาตัวจนหายจากอาการป่วยแล้ว เมื่อทราบผลว่าอัยการมีคำสั่งฟ้อง ทนายความของปิยรัฐได้ยื่นประกันตัวโดยใช้หลักทรัพย์จำนวน 100,000 บาท ต่อมา ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์เพิ่ม เนื่องจากปิยรัฐวางหลักประกันไว้ในหลายคดี แต่มีเงื่อนไขการประกันคือห้ามกระทำการที่กระทบต่อเกียรติของสถาบันกษัตริย์ โดยศาลกำหนดนัดวันตรวจพยานหลักฐานต่อไป ในวันที่ 7 ก.พ. 2565 เวลา 09.00 น.

สำหรับคดีโพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงการใช้เงินภาษีของสถาบันกษัตริย์ของปิยรัฐเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2563 นั้น มีนพดล พรหมภาสิต ประธานศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิดบูลลี่ทางสังคมออนไลน์ (ศชอ.) และอดีตรองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย เป็นผู้แจ้งความร้องทุกข์เมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2564 โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่าปิยรัฐและทนายความได้เดินทางเข้ารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) แล้วในวันที่ 27 พ.ค. 2564) เวลา 10.30 น.

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยข้อความโดยสังเขปในสำนวนคดีที่พนักงานสอบสวนเป็นผู้แจ้งความผิดดังกล่าวต่อปิยรัฐ ซึ่งระบุว่าเมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2563 เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ‘โตโต้ ปิยรัฐ – Piyarat Chongthep’ ได้ปรากฎข้อความทำนองวิจารณ์การทำงานที่บกพร่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจชายแดน เป็นเหตุให้เชื้อโควิดแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจพัง รวมถึงประณามการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สลายกิจกรรมการขายกุ้งของกลุ่มวีโว่ ซึ่งข้อความบางส่วนได้พาดพิงถึงการใช้เงินภาษีของพระมหากษัตริย์

บันทึกแจ้งข้อกล่าวหาระบุว่า การโพสต์ข้อความดังกล่าวข้างต้น เป็นการนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อความที่มีลักษณะเป็นการหมิ่นประมาท และดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นการดูหมิ่นพระเกียรติ และหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งนี้ โดยประการที่น่าจะทําให้สถาบันพระมหากษัตริย์เสื่อมเสียพระเกียรติยศ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น และถูกเกลียดชัง โดยเจตนาทําให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะ ซึ่งองค์พระมหากษัตริย์ ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานเพิ่มเติมว่าในคำฟ้องของอัยการได้กล่าวเกริ่นว่า "ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวกันจะแบ่งแยกไม่ได้ และมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์รัชกาลปัจจุบันทรงเป็นประมุข ดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะล่วงละเมิดมิได้" ก่อนจะกล่าวถึงพฤติการณ์ของปิยรัฐในการกระจำความผิด ซึ่งสอดคล้องกับบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาในชั้นตำรวจ

อย่างไรก็ตาม อัยการระบุในช่วงท้ายของสำนวนฟ้องว่าข้อความที่ปิยรัฐโพสต์ในเฟซบุ๊กเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จและเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ทําให้ประชาชนและบุคคลทั่วไปที่ได้พบเห็นเข้าใจว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และพระราชินี ใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายโดยใช้เงินภาษีของประชาชน ทั้งๆ ที่ประชาชนกําลังอดอยากและประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพระมหากษัตริย์ และสถาบันพระมหากษัตริย์ และมีเจตนามุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้สึกดูหมิ่น เกลียดชัง และไม่เคารพเทิดทูนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชินี และมีเจตนาเพื่อให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศและแสดงความอาฆาตมาดร้าย

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์