ใบตองแห้ง: ปีเซาะกร่อน

นักข่าวทำเนียบนักข่าวสภาตั้งฉายาประจำปี แม้มีข่าว “ชำรุดยุทธ์โทรม” งอน แต่คนจำนวนมากก็เห็นว่าอ่อนไป ไม่สมกับปีที่มีคนตาย 2 หมื่นกว่าคน เพราะล้มเหลวโควิด เพียงแต่คิดไม่ออกเหมือนกันจะตั้งฉายาอะไรดี เพราะพีกสุดตั้งแต่ปีที่แล้ว ทั้ง #ผนงรจตกม #IHereTooไม่ยอมไป

ฉายา “ยื้อยุทธ์” อาจจะถูก แต่ไม่ใช่แค่รัฐบาลหรือประยุทธ์ เป็นทั้งเครือข่ายอนุรักษ์ รัฐราชการ ทหาร ตำรวจศาลองค์กรอิสระ 250 ส.ว. ผูกขากัน “นะจ๊ะ” วาทะแห่งปี ก็น่าจะเป็น #นะจ๊ะพ่-งสิ สะท้อนความโกรธทั้งโลกออนไลน์

นักข่าวทำเนียบนักข่าวสภายังมองการเมืองในมิติเดิม ๆ เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ทะเลาะกันต่อสู้กันช่วงชิงอำนาจผลประโยชน์ มองไม่เห็นการต่อสู้ระหว่างเครือข่ายอำนาจเดิมกับพลังที่ต้องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสังคมไทย

นักข่าวสภาจึงไม่พูดถึงปรากฏการณ์สำคัญ เช่น พรรคก้าวไกลยื่นแก้ 112 อภิปราย “ตั๋วช้าง” อภิปรายงบสถาบัน ไม่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งฉบับประชาชน ฉบับพรรคการเมือง

เรื่องกลับกลายเป็นว่า โลกออนไลน์หันมาเฮฮากับการจัดอันดับของซูเปอร์โพลเสียมากกว่า คนดีของสังคม “ตูน” ช่วยเหลือประชาชน “ป้อม” หมอของสังคม “หมอยง” นักธุรกิจช่วยเหลือสังคม “เจ้าสัวธนินท์” คนเข้าไปกดขำกลิ้งยิ่งกว่าสื่อตั้งฉายา

การต่อสู้ทางการเมืองในสองปีมานี้ อยู่นอกสภานอกทำเนียบ ทั้งในโลกออนไลน์ เรียกร้องวัคซีน mRNA ทั้งการเคลื่อนไหวบนถนน จากม็อบ REDEM ถึงคาร์ม็อบ ทะลุฟ้าทะลุแก๊สซึ่งในภาพรวมสะท้อนความโกรธตั้งแต่ปัญญาชนคนชั้นกลางไปถึงเยาวรุ่น 13-14 ลูกหลานคนระดับล่าง ขี่มอเตอร์ไซค์มา “บวก” กับ คฝ.ที่ดินแดงทุกเย็น

รัฐใช้กำลังตำรวจปราบอย่างรุนแรง ใช้กระบวนการกฎหมาย คุมขังไม่ให้ประกัน ตั้งข้อหายัดข้อหา เหมือนจะทำให้ม็อบ “ฝ่อ” แต่ถามว่าคนที่ไม่ได้มาม็อบ เปลี่ยนความคิดกลับไปสนับสนุนนิยมศรัทธาอำนาจอนุรักษ์หรือ

ขณะที่ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่าม็อบสามนิ้ว “ล้มล้าง” ก็มีคนลงชื่อ “ยกเลิก 112” สองแสนกว่าคน เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยพบเห็นในสังคมไทย ซึ่งโดยปกติจะกริ่งเกรงไม่กล้าแสดงตนในเรื่องอย่างนี้

มีปรากฏการณ์อีกหลายอย่าง ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลง เช่นการตั้งเพจ “ย้ายประเทศกันเถอะ” ซึ่งไม่กี่วันมีคนเข้าร่วมหลายแสน การต่อสู้กับผู้บริหารของนักศึกษาวิจิตรศิลป์ มช. การลงมติ “เลิกอัญเชิญพระเกี้ยว” ของสโมสรนิสิตจุฬา การลาสิกขาของมหาไพรวัลย์ ไลฟ์สดกินหมูกระทะมื้อเย็นมีคนติดตาม 3 ล้าน ฯลฯ เหล่านี้คือปรากฏการณ์สั่นสะเทือนจารีตเก่า

ปีนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ประยุทธ์พูดในที่สาธารณะ เรียกร้องให้คนแก่ช่วยเข้าไปยืนในโรงหนัง

ภาพรวมการเมืองปีนี้และปีหน้ามี 2 ระนาบซ้อนกัน หนึ่งคือการเคลื่อนไหวของคนรุ่นใหม่ทั้งทางความคิดวัฒนธรรม และทางกายภาพ ที่จะมีทั้งม็อบสามนิ้วและแปรเป็นการเคลื่อนไหวเรียกร้องเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ LGBTQ สมรสเท่าเทียม เซฟจะนะ เซฟนาบอน NOCPTPP หรือต้านควบรวมทรูดีแทค

สองคือความล้มเหลวของประยุทธ์ ซึ่งนำไปสู่การช่วงชิงในสนามเลือกตั้ง ทั้งเลือกซ่อม ส.ส. เลือกผู้ว่า กทม. และแรงกดดันไปสู่ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ซึ่งพรรคต่าง ๆ ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาล พรรคตั้งใหม่ หรือแม้แต่ในพรรคพลังประชารัฐเอง ก็กดดันบั่นทอนประยุทธ์

พูดง่าย ๆ ไม่ใช่แค่พรรคฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคกล้า พรรคสี่กุมาร หรือกระทั่งธรรมนัส ล้วนหวังแย่งชิงอำนาจจากประยุทธ์

ท่ามกลางภาพที่ดูเหมือนไม่เปลี่ยนอะไรเลย ก็มีการเปลี่ยนแปลงแบบเซาะกร่อนบ่อนทำลายอยู่ภายใน ทั้งในรัฐบาล ในพรรคการเมือง ในตัวระบอบ และวางระเบิดใต้น้ำทำลายรากฐานทางความคิดวัฒนธรรมของอำนาจ

 

ที่มา: ข่าวหุ้นธุรกิจ https://www.kaohoon.com/column/504635

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์