จี้รัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหาฐานข้อมูลประวัติอาชญากรของผู้พ้นโทษ-เยาวชน แนะปรับข้อมูล-ทำกฎหมายกลาง

กสม.ติดตามการแก้ไขปัญหาฐานข้อมูลประวัติอาชญากรที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้พ้นโทษและเยาวชน แม้ สตช.จะดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่พบปัญหาเกี่ยวเนื่องหลายหน่วยงาน ทำให้แก้ไม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนะหน่วยงานด้านยุติธรรมเร่งรัดแก้ปัญหา ปรับข้อมูลเป็นปัจจุบัน

 

5 พ.ค. 2565 ทีมสื่อ กสม. รายงานต่อสื่อวันนี้ (5 พ.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ สมาชิก กสม. และนางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กสม. แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ครั้งที่ 16/2565 หนึ่งในเรื่องที่ถูกหยิบยกมาพูดคือ ผลการติดตามการแก้ไขปัญหาฐานข้อมูลอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของผู้พ้นโทษ และเยาวชน แนะนำหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมเร่งทำกฎหมายกลาง-ปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช (ซ้าย) และ (ขวา) วสันต์ ภัยหลีกลี้ สมาชิกกรรมการเพื่อสิทธิมนุษยชน

รายงานระบุว่า กสม.ติดตามการบริหารจัดการทะเบียนประวัติอาชญากรที่ส่งผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนต่อเจ้าของข้อมูลหลายกรณีมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เสรีภาพในการประกอบอาชีพ กรณีหน่วยงานปฏิเสธไม่รับเข้าทำงานหรือกรณีนายจ้างนำประวัติอาชญากรของผู้ที่เคยถูกดำเนินคดีอาญาในขณะที่ยังเป็นเยาวชนและศาลมีคำพิพากษาโดยให้เปลี่ยนโทษเป็นการฝึกอบรมหรือผ่านเงื่อนไขการคุมประพฤติแล้วมาประกอบการพิจารณาและปฏิเสธการเข้าทำงาน หรือกรณีฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรไม่เป็นปัจจุบัน ทำให้บุคคลผู้ได้รับประโยชน์ตามกฎหมายว่าด้วยการล้างมลทินแล้วยังคงมีชื่ออยู่ในทะเบียนประวัติอาชญากร โดยที่ผ่านมา กสม.มีข้อเสนอแนะต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อแก้ไขปรับปรุงระเบียบ สตช.ที่เกี่ยวข้องกับทะเบียนประวัติอาชญากรแล้วหลายฉบับ ซึ่ง สตช.ดำเนินการคัดแยกประวัติการกระทำความผิดทางอาญาของเด็กและเยาวชนออกจากทะเบียนประวัติอาชญากรรมของคนทั่วไปแล้ว อย่างไรก็ตาม กสม.ยังพบปัญหาอันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารจัดการทะเบียนประวัติอาชญากรซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้ไม่อาจคุ้มครองสิทธิเจ้าของข้อมูลในเชิงบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผลให้ผู้พ้นโทษยังคงถูกตีตราและไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่สามารถเข้าถึงแหล่งงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถ จึงอาจเป็นสาเหตุให้ผู้พ้นโทษต้องหวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำ

แนะกระทรวงยุติธรรมเป็นตัวกลางประสานงาน

กสม. เมื่อ ก.ค. 2564 จึงมีข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการบริหารจัดการทะเบียนประวัติอาชญากร เสนอต่อคณะ รมต. เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเสนอให้มอบกระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม เช่น สตช. สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานศาลยุติธรรม เป็นต้น เพื่อแบ่งปันและส่งต่อข้อมูลผลคดีได้อย่างรวดเร็วและแก้ไขฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรให้เป็นปัจจุบัน เพื่อมิให้เป็นภาระของประชาชนในการยื่นคำร้องขอปรับปรุงฐานข้อมูลประวัติอาชญากรด้วยตนเอง

นอกจากนี้ กสม.เสนอให้กระทรวงยุติธรรมพิจารณาให้การเยียวยาแก่ผู้ที่มิใช่อาชญากรซึ่งได้รับผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพจากการจัดเก็บประวัติอาชญากรตามสมควรแก่กรณี พร้อมเร่งรัดการพิจารณาเสนอร่างพระราชบัญญัติประวัติอาชญากรรม พ.ศ. .... เพื่อเป็นกฎหมายกลางในการกำหนดรูปแบบศูนย์กลางข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน ตลอดจนให้นำประเด็นปัญหาเกี่ยวกับทะเบียนประวัติอาชญากรตามที่ กสม.แจ้ง ประกอบการพิจารณาบทบัญญัติในร่าง พ.ร.บ.ประวัติอาชญากรรม พ.ศ. .... รวมถึงพิจารณาเพิ่มหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการไม่เปิดเผยประวัติผู้ได้รับประโยชน์จากการล้างมลทินไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงความรุนแรงประเภทของความผิด ทัศนคติมุมมองของสังคมประกอบกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างครบถ้วน และสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน

ข้อเสนอถึง สตช.

สำหรับข้อเสนอแนะต่อ สตช.นั้น กสม.แจ้งให้เร่งปรับปรุงแก้ไขระเบียบ สตช.ว่าด้วยประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 32 การพิมพ์ลายนิ้วมือ โดยแยกประเภทบัญชีประวัติผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งคดีอยู่ระหว่างพิจารณา และประเภทบัญชีบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิด เพื่อให้สอดคล้องตามหลักสันนิษฐานว่าบุคคลทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ (Presumption of innocence) อีกทั้ง สตช.ควรบันทึกข้อมูลการล้างมลทินไว้ในทะเบียนประวัติอาชญากรเป็นการเพิ่มเติมด้วย

แนะทำกฎหมายกลาง

ล่าสุด กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อ 2 พ.ค. 2565 รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในกระบวนการบริหารจัดการทะเบียนประวัติอาชญากรที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ดังกล่าว สรุปว่าเมื่อ ส.ค. 2564 รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องข้อเสนอแนะของ กสม. ซึ่งปัจจุบัน สำนักงานกิจการยุติธรรมจัดทำร่างพระราชบัญญัติประวัติอาชญากรรม พ.ศ. …. เพื่อเป็นกฎหมายกลางว่าด้วยการบริหารจัดการประวัติอาชญากรรม โดยมีกระทรวงยุติธรรมเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการข้อมูลประวัติอาชญากรรม และมีการจัดตั้งศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลกระบวนการยุติธรรม (Data Exchange Center : DXC) ให้กับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมแล้ว

ในส่วนของบทบัญญัติเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในร่าง พ.ร.บ.ประวัติอาชญากรรม พ.ศ. …. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนปรับปรุงแก้ไขร่างตามความเห็นของคณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) นั้น พบว่ามีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับข้อเสนอแนะของ กสม. เช่น หลักการห้ามมิให้เปิดเผยประวัติอาชญากรรมในกรณีที่เจ้าของประวัติได้รับการล้างมลทินตามกฎหมายว่าด้วยการล้างมลทิน รวมถึงกรณีที่พ้นจากระยะเวลา 5 ปี นับแต่มีคำพิพากษาแล้ว หลักเกณฑ์การเปิดเผยประวัติอาชญากรรมในกรณีฐานความผิดร้ายแรงเพื่อเป็นการคุ้มครองสังคมด้วย และการกำหนดให้มีนายทะเบียนและคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลประวัติอาชญากรรม ทำหน้าที่พิจารณาคำร้องขอเปิดเผยหรือไม่ให้เปิดประวัติอาชญากรรมด้วย

อย่างไรก็ดี กสม. พบว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่มีการบัญญัติเรื่องการเยียวยาผู้เสียหายที่ถูกละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลไว้ และที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมยังไม่ได้เสนอร่างกฎหมายระดับพระราชบัญญัติว่าด้วยการเยียวยา จึงควรให้ศึกษาเพิ่มเติม เพื่อเสนอให้มีกฎหมายกลางในการเยียวยาความเสียหายที่ครอบคลุมการเยียวยาผลกระทบต่อเกียรติยศชื่อเสียงด้วย

สำหรับผลการดำเนินการของ สตช. ทราบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งแก้ไขปัญหาฐานข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรซึ่งไม่เป็นปัจจุบัน ส่วนการคัดแยกประเภทบัญชีประวัติผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งคดีอยู่ระหว่างพิจารณา ออกจากบัญชีบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากระทำความผิดซึ่งเดิมมีการรวมข้อมูลทุกประเภทไว้ในระบบฐานข้อมูลนั้น สตช.แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการและปัจจุบันอยู่ระหว่างการแยกข้อมูล เช่นเดียวกับการบันทึกข้อมูลการล้างมลทินที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ

"ปัญหาการบริหารข้อมูลทะเบียนประวัติอาชญากรรมเป็นปัญหาสำคัญที่หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมต้องเร่งรัดดำเนินการแก้ไข เพื่อให้ผู้ที่พ้นโทษหรือเยาวชน ได้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคม และไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำ ซึ่ง กสม.จะติดตามเรื่องดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สิทธิของประชาชนเจ้าของข้อมูลได้รับการคุ้มครอง” กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าว
 

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์