องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงานเนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก (World Blood Donor Day) 14 มิถุนายน ถือเป็นการประเมินระบบโลหิตทั่วโลกที่ครอบคลุมที่สุด จากข้อมูล 168 ประเทศ คิดเป็น 97% ของประชากรโลก พบความก้าวหน้าสำคัญคือสัดส่วนผู้บริจาคโดยสมัครใจไม่รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 85% ทั่วโลก แต่ความก้าวหน้ายังไม่กระจายเท่าเทียม หลายประเทศรายได้ต่ำและปานกลางยังขาดแคลนโลหิต ธรรมาภิบาลอ่อนแอ และงบประมาณไม่เพียงพอ คุกคามชีวิตผู้ป่วยต่อเนื่อง

ภาพจาก: Unsplash/Nguen Hiep
เว็บไซต์ UN News รายงานว่า ช่วงเดือนมิถุนายน 2026 องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่รายงาน เนื่องในวันผู้บริจาคโลหิตโลก (World Blood Donor Day) ในวันที่ 14 มิถุนายน โดยถือเป็นการประเมินระบบโลหิตทั่วโลกที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา จากข้อมูล 168 ประเทศ คิดเป็นร้อยละ 97 ของประชากรโลก
รายงานชี้ว่าเลือดที่ปลอดภัยมีบทบาทสำคัญในการช่วยชีวิตผู้หญิงที่ประสบภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด ผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ผู้ป่วยมะเร็ง และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยพบความก้าวหน้าสำคัญคือสัดส่วนการบริจาคโลหิตจากผู้บริจาคโดยสมัครใจไม่รับค่าตอบแทนทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นกว่าร้อยละ 85 ซึ่งถือเป็นแหล่งโลหิตที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด
อย่างไรก็ตาม ความก้าวหน้านี้ยังไม่กระจายอย่างเท่าเทียม หลายประเทศประสบปัญหาขาดแคลนโลหิต ธรรมาภิบาลที่อ่อนแอ และการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอ โดยเดอุสเดดิต มูบังกิซี ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและมาตรฐานยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของ WHO ระบุในคำนำของรายงานว่า การเข้าถึงโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิตที่ปลอดภัยและเพียงพอ ควบคู่กับการให้โลหิตที่ปลอดภัย เป็นองค์ประกอบพื้นฐานของระบบสุขภาพที่มีความเข้มแข็งและเป็นปัจจัยสำคัญของการเข้าถึงบริการสุขภาพถ้วนหน้า แม้จะมีความคืบหน้าตลอดทศวรรษที่ผ่านมา แต่หลายประเทศยังไม่สามารถเข้าถึงโลหิตและผลิตภัณฑ์โลหิตที่ปลอดภัยได้อย่างทั่วถึง
นอกเหนือจากการให้โลหิตโดยตรง พลาสมาซึ่งเป็นส่วนของเหลวในโลหิตยังถูกนำไปผลิตยาสำหรับผู้ป่วยโรคเลือดออกผิดปกติ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรคร้ายแรงอื่น ๆ เมื่อขาดแคลนโลหิตที่ปลอดภัย ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตจากโรคหรือการบาดเจ็บที่รักษาได้
รายงานวิเคราะห์ทุกขั้นตอนของระบบโลหิต ตั้งแต่การหาผู้บริจาคและการเก็บ ไปจนถึงการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การใช้ทางคลินิก และการเข้าถึงยาที่ผลิตจากพลาสมา โดยระบุว่าธรรมาภิบาลที่ไม่เพียงพอและการจัดหาเงินทุนที่ไม่ยั่งยืนเป็นอุปสรรคใหญ่ที่สุดของระบบบริการโลหิตในหลายประเทศ พร้อมเรียกร้องให้มีความมุ่งมั่นทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ระบบระดับชาติที่เข้มแข็งขึ้น และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้เกิดการเข้าถึงที่เท่าเทียม
สำหรับวันผู้บริจาคโลหิตโลกในปีนี้ใช้แนวคิด "One Drop of Humanity. Give Blood. Save Lives." มุ่งส่งเสริมการบริจาคโลหิตโดยสมัครใจอย่างสม่ำเสมอ และเน้นย้ำค่านิยมแห่งความเป็นหนึ่งเดียว ความเมตตา และความรับผิดชอบร่วมกันที่เป็นพื้นฐานของระบบโลหิตที่ปลอดภัยทั่วโลก
