Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

'ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ' สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย แจงที่มาของเงินรักษาโรคหัวใจ ได้รับเมตตาในฐานะผู้ใหญ่ จาก เนวิน ชิดชอบ ให้กู้เงินค่ารักษา มีสัญญา และโรงพยาบาลรับรู้ ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกัน พร้อมใช้เป็นหลักฐานใหม่ยื่นอุทธรณ์ ป.ป.ช. หลังถูกร้องเรียนให้ผู้ช่วย สส. ไปจ่ายค่ารักษา

14 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวไทย รายงานอ้างโพสต์ของนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย  โดยมีเนื้อหาชี้แจงที่มาของค่าผ่าตัดรักษาโรคหัวใจ ระบุว่าได้กู้ยืมเงินจาก นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรและประธานบริหาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัดมีสัญญาเงินกู้ยืมเงินชัดเจน มีรายละเอียดว่า

"ผมเกิดมาจากครอบครัวชาวบ้านธรรมดาในจังหวัดสงขลา มีความฝันอยากเป็นผู้แทนราษฎรเพื่อรับใช้บ้านเกิด จึงมุ่งมั่น อดทนและต่อสู้ในทุกเรื่องจนได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา อบจ.สงขลา ในปี 2547-2551 และก้าวสู่การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทยในปี 2562

โฆษณา - Advertising

แต่ในความโชคดีนั้น วิกฤตชีวิตกลับมาเยือนอย่างไม่คาดคิด แพทย์ตรวจพบว่าผมเป็นเส้นเลือดหัวใจตีบถึง 3 เส้น และต้องเข้ารับการผ่าตัดด่วนทันทีหลังจากปฏิบัติหน้าที่ สส. ได้เพียงสมัยประชุมเดียว (120 วัน)

ในตอนแรก แพทย์ประเมินค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาล 7 วันไว้ที่ไม่เกิน 400,000 บาท แต่เหตุการณ์กลับพลิกผันอย่างรุนแรง เมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนมี "น้ำในเยื่อหุ้มหัวใจ" แพทย์พยายามเจาะระบายน้ำออกทางซี่โครงแต่ไม่สำเร็จ จนต้องตัดสินใจผ่าตัดซ้ำที่แผลเดิม ส่งผลให้ผมต้องนอนรักษาตัวต่อยาวนานกว่า 20 วัน และค่าใช้จ่ายทั้งหมดพุ่งสูงถึง 900,000 บาท

ในนาทีวิกฤตที่ไร้ทางออกและต้องหาเงินมาจ่ายโรงพยาบาลเพื่อให้สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ ตนนึกถึงใครไม่ออกนอกจาก "นายเนวิน ชิดชอบ" ซึ่งในยามหน้าสิ่วหน้าขวานนั้น นายเนวินได้เมตตาช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลตามหลักมนุษยธรรมในฐานะผู้ใหญ่ที่เอ็นดู โดยทางโรงพยาบาลได้รับรู้และทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้กลับถูกนำไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. โดยกล่าวหาว่าผมให้ผู้ช่วย สส. ไปจ่ายค่ารักษาให้ ซึ่งไม่เป็นความจริงเลยครับ สำหรับสังคมไทย ความกตัญญูรู้คุณต่อผู้มีพระคุณในยามล้มป่วยเจียนตายเป็นสิ่งละเอียดอ่อน และผมไม่เคยคิดจะปฏิเสธความจริงในข้อนี้

ในชั้นไต่สวนของ ป.ป.ช. ครั้งแรก ตนอาจจะยังแจงประเด็นได้ไม่ครอบคลุม เพราะไม่อยากให้รบกวนผู้ใหญ่ แต่เมื่อ ป.ป.ช. มีมติ 5:1 ให้ยื่นอุทธรณ์ ตนจึงได้นำหลักฐานชิ้นใหม่ ซึ่งเป็น "สัญญากู้ยืมเงิน" ที่ทำขึ้นเมื่อ 20 พ.ย.2562 พร้อมทั้งพยานบุคคลเพิ่มเติมเข้าสู่กระบวนการพิจารณา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช. ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร พร้อมน้อมรับ และต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมายอย่างที่สุด

ทั้งนี้ตนเชื่อมั่นในหลักการที่ว่า "ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย" การต่อสู้ด้วยข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมายอย่างโปร่งใส คือแนวทางที่ถูกต้องและสมเกียรติที่สุด และผมเชื่อมั่นว่าความบริสุทธิ์ใจนี้จะสามารถพิสูจน์ตัวเองต่อสังคมได้อย่างชัดเจนในท้ายที่สุด"

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ เว็บไซต์ TNN รายงานว่า นายศิริโชค โสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยแพร่ข้อความและเอกสารผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 โดยตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย

เนื้อหาที่เผยแพร่ระบุถึงกรณีเงินจำนวน 900,000 บาท พร้อมแนบเอกสาร 2 ฉบับ ซึ่งนายศิริโชคอ้างว่าเกี่ยวข้องกับสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. โดยเอกสารฉบับหนึ่งเป็นสัญญากู้ยืมเงิน และอีกฉบับเป็นเอกสารประกอบการพิจารณาในชั้นไต่สวน

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายณัฏฐ์ชนน ในคดีถูกกล่าวหารับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ จากกรณีมีบุคคลภายนอกชำระค่ารักษาพยาบาลแทน เป็นจำนวน 1,335,778 บาท โดยคดีอยู่ในกระบวนการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม การเผยแพร่เอกสารที่อ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ป.ป.ช. ทำให้เกิดข้อสังเกตในทางกฎหมาย เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลในสำนวนไต่สวน โดยเฉพาะข้อมูลที่อาจเกี่ยวข้องกับผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแส หรือพยานในคดี

ทั้งนี้ การวินิจฉัยว่าการกระทำใดเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิจารณาตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้มีรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 นายศิริโชคได้ยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. 2 ราย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

สำหรับนายศิริโชค เป็นอดีต สส.สงขลา 4 สมัย และเป็นที่รู้จักจากบทบาทการอภิปรายตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลในอดีต โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อปี 2545 ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจด้านสื่อสารและโครงการจัดซื้ออุปกรณ์ภาครัฐ

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising