'ก้าวหน้า' รณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่น ลดซ้ำซ้อน ย้ำเป็นวาระของทุกคน ชี้รัฐประหาร 57 ถ่วงรั้งกระจายอำนาจ

  • ปิยบุตร รณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่น ยกกรณีท่าเทียบเรือ “ลิบง” ล่าช้า แก้ด้วยปลดล็อกท้องถิ่น - ลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ
  • ย้ำปัญหาสารพัดของประชาชน แก้ได้ด้วย 'ปลดล็อกท้องถิ่น' ยกกรณีใบอนุญาตสัมปทานรังนก ต้องเป็นอำนาจ อบจ. - ลั่นแก้ รัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองท้องถิ่น เป็นวาระของทุกคนไม่มีกลุ่มพรรค
  • ชี้ รัฐประหาร 57 ถ่วงรั้งการกระจายอำนาจ เผย ทั้ง ส.ส. ส.ว. พูดเรื่องกระจายอำนาจกันหมด ถึงเวลาต้องไม่คว่ำร่าง รธน.ปลดล็อกท้องถิ่น

20 มิ.ย.2565 ช่วงวันที่ 17-19 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทีมสื่อคณะก้าวหน้า รายงานต่อสื่อมวลชนว่า ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เดินสายรณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่น เพื่อล่ารายชื่อแก้รัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองท้องถิ่น ที่ จ.ตรัง จ.พัทลุง และ จ.ปทุมธานี (ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรณรงค์ที่ https://progressivemovement.in.th/campaign-decentralization/)

ยกกรณีท่าเทียบเรือ 'ลิบง' ล่าช้า แก้ด้วยปลดล็อกท้องถิ่น - ลดความซ้ำซ้อนของภารกิจ

วันที่ 17 มิ.ย. ที่ จ.ตรัง ปิยบุตร กล่าวในหัวข้อ "ยุติรัฐราชการรวมศูนย์ คืนอำนาจสู่ท้องถิ่น คืนประโยชน์ให้คนตรัง" ตอนหนึ่งว่า ปัญหาของผู้บริหารท้องถิ่น นอกจากไม่มีอำนาจจัดทำบริการสาธารณะทุกเรื่องในพื้นที่แล้ว อีกปัญหาหนึ่งที่ชัดเจนและเกิดขึ้นที่ จ.ตรัง นั่นก็คือเรื่องความซ้ำซ้อนของภารกิจ อย่างกรณีการสร้างท่าเทียบเรือเกาะลิบง อ.กันตัง ที่ส่วนกลางมีงบพัฒนาจังหวัดมาให้ และดำเนินการสร้างโดยสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด โดยเริ่มสร้างตั้งแต่ปี 2558 แต่วันนี้ยังไม่เสร็จ เอกชนทิ้งงาน ประชาชนต้องใช้สะพานไม้ชั่วคราว การข้ามไปข้ามมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก จนขนาดว่าล่าสุดประชาชนในพื้นที่ทนไม่ไหวต้องลงขันกันเองเพื่อสร้างท่าเทียบเรือเล็กๆ สำหรับใช้งานก่อน คำถามคือ ทำไมการจัดสร้างนี้ผู้บริหารท้องถิ่น คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ไม่เป็นฝ่ายทำ นายก อบจ.มาจากประชาชนน่าจะเร่งรัดแก้ปัญหาความเดือดร้อนได้ ทั้งที่เมื่อไปดูกฎหมายก็เห็นว่ามีอำนาจทำได้ คำตอบก็คือ สำนักโยธาธิการและผังเมืองก็มีอำนาจด้วย และที่สำคัญคือมีงบประมาณมากกว่า ดังนั้น พอจะสร้างอะไรก็สู้ส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคไม่ได้ ต่อมาเมื่อเกิดปัญหา ก็ไม่ได้สนใจประชาชน เพราะประชาชนให้คุณให้โทษอะไรไม่ได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดมานั่งหัวโต๊ะเพื่อแก้ปัญหาก็ทำได้ไม่เด็ดขาด เพราะสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด เขาไม่ได้เป็นลูกน้องของผู้ว่าฯ เจ้านายเขาคืออธิบดีอีกกรมหนึ่ง

"ปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนในการจัดทำโครงการระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค กับส่วนท้องถิ่นนั้นยังมีอยู่อีกมากมาย เพราะจังหวัดหนึ่งๆ นั้นมีหน่วยงานส่วนภูมิภาคที่ส่วนกลางส่งมาและสามารถที่จะมีภารกิจอยู่หลายหน่วยงานมากๆ เราไม่สามารถหาเจ้าภาพหน่วยเดียวที่จะจัดการจบปัญหาในจังหวัดได้ด้วยตัวเอง ผมเชื่อว่าถ้าปลดล็อกท้องถิ่นสำเร็จ ตามข้อเสนอของเรา อำนาจจะอยู่ที่ผู้บริหารท้องถิ่น ความชัดเจนของภารกิจจะเกิดขึ้น เพราะเราจะระบุว่าภารกิจหน้าที่บริหารสาธารณะในพื้นที่ต้องเป็นของท้องถิ่นก่อน และยิ่งมีงบประมาณและบุคคลากรแล้ว ปัญหาของพี่น้องก็จะได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดและทันท่วงที" ปิยบุตร กล่าว

ปิยบุตร กล่าวด้วยว่า เคยอ่านและฟังการให้สัมภาษณ์ของคุณชวน หลีกภัย ส.ส.ตรัง หลายสมัย ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานรัฐสภา นานมาแล้วท่านเคยพูดเอาไว้ในทำนองตัดพ้อว่า จ.ตรัง นั้นมีศักยภาพด้านต่างๆ อยู่มาก โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยว อยากให้มีโครงการต่างๆ มาลงบ้าง มาทำโครงสร้างพื้นฐาน ทำถนนหนทางให้ดี ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่พูดนี้คือการสื่อไปถึงรัฐส่วนกลาง โดยตอนนั้นก็อาจจะเป็นการท้วงติงถึงรัฐบาลว่าอยู่คนละฝั่งหรือไม่จึงไม่มีโครงการพัฒนาเข้ามา สิ่งที่อดีตนายกรัฐมนตรีพูดนี้ สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยปลดล็อกท้องถิ่น เพราะถ้าเอาอำนาจ เอาภารกิจ งบประมาณและบุคคลากรมาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ไม่ต้องขอโครงการมาลง ส.ส.ไม่ต้องวิ่งหางบประมาณจากกระทรวงทบวงกรมต่างๆ มาลง เพราะผู้บริหารท้องถิ่นสามารถจัดการได้ทั้งหมดแล้ว

"ในการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณล่าสุด ส.ส.พรรคก้าวไกลได้ทำการแปลงโครงการต่างๆ เพื่อดูว่างงบประมาณไปลงอยู่ที่จังหวัดไหนมากที่สุด คำตอบก็คือจังหวัดบุรีรัมย์ สาเหตุนั่นเป็นเพราะเขาได้เป็นฝ่ายรัฐบาล มีรัฐมนตรี มี ส.ส.ยกจังหวัด ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ จังหวัดไหนที่มีแต่ ส.ส.ฝ่ายค้าน ก็จะไม่มีโครงการมาลงเลยใช่หรือไม่ ปัญหาอย่างนี้ ผมเชื่อว่าถ้าปลดล็อกท้องถิ่นแล้ว เรื่องการผันโครงการมาลงก็คงจะไม่เกิดขึ้น เพราะโครงการทั้งหมด ปัญหาของพี่น้องประชาชนทั้งหมดจะถูกจัดการโดยผู้บริหารท้องถิ่น ประชาชนไม่ต้องรอลุ้นหรือรอส่วนบุญว่าเขาจะแบ่งหรือจะมีโครงการพัฒนามาให้เมื่อไหร่" ปิยบุตร กล่าว

ย้ำปัญหาสารพัดของประชาชน แก้ได้ด้วย 'ปลดล็อกท้องถิ่น' ยกกรณีใบอนุญาตสัมปทานรังนก ต้องเป็นอำนาจ อบจ. - ลั่นแก้ รัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองท้องถิ่น เป็นวาระของทุกคนไม่มีกลุ่มพรรค

18 มิ.ย. ที่หอประชุมเทศบาลตำบลควนขนุน อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ปิยบุตร กล่าวในหัวข้อ "ปลดล็อกท้องถิ่นสู่พัทลุงมหานครแห่งความสุข” ตอนหนึ่งว่า ปัญหาเกี่ยวประชาชนในท้องถิ่นไม่ว่าจะไปพื้นที่ไหน เราจะพบเรื่องทำนองเดียวกัน เพราะถ้าลองค้นด้วยชื่อจังหวัดบวกกับคำว่า 'โวย' เราจะเห็นปัญหาสารพัด อย่างที่ใน จ.พัทลุง ก็มีกรณีถนนหนทางที่ประชาชนต้องใช้แบบเป็นหลุมเป็นบ่อมา 20 กว่าปี ไม่มีการแก้ไข ผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อยากช่วยเหลือก็ปรากฏว่าไม่มีงบประมาณ เป็นต้น ปัญหาชีวิตประจำวัน น้ำไม่ไหล ไฟไม่สว่าง ทางไม่ดี ไม่มีใครมาจัดการขยะ เรื่องเหล่านี้จะจัดการได้รวดเร็วทันใจ ถ้ามีหน่วยงานหนึ่งเป็นเจ้าภาพจัดการเจ้าเดียว นั่นก็คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และจะทำได้นอกจากการมีอำนาจ มีภารกิจหน้าที่แล้ว ต้องมีงบประมาณและมีบุคคลากรด้วย ทั้งนี้ ใน จ.พัทลุง ยังมีอีกกรณีที่เป็นช่าวใหญ่ก็คือเรื่องสัมปทานรังนก ที่มีข่าวว่ารังนกถูกกลุ่มข้าราชการขโมยเอาไปขายก่อนให้เอกชนได้สัมปทาน ซึ่งนอกจากเรื่องราวทางคดีความ ที่น่าสนใจก็คือเรื่องระบบอนุญาตที่ตามกฎหมายต้องมีคณะกรรมการขุดหนึ่งที่มีทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่นมาร่วมพิจารณา ซึ่งถ้าไปดูในรายละเอียดของคนที่มานั่งเป็นกรรการจะพบว่า มีคนในส่วนของท้องถิ่นน้อยมาก จากข่าวตอนนี้ทราบมาว่าบริษัทที่ได้สัมปทาน กว่าจะเข้าไปเก็บก็เสียเวลามากเพราะต้องรอกรรมการตรวจสอบถ้ำก่อน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่อง การส่งออกที่ต้องมีหนังสือรับรองแหล่งที่มาซึ่งยังไม่ออกให้ผู้ได้รับสัมปทานด้วย ทั้งนี้ เราเห็นว่าในเรื่องระบบอนุญาต เรื่องหนังสือรับรองของเรื่องที่เกิดที่พัทลุง ควรที่จะเป็นของท้องถิ่นในจังหวัด ควรให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดพัทลุง เป็นคนตัดสินใจ ไม่ใช่ให้ใครก็ไม่รู้ที่นั่งอยู่ในส่วนกลาง เพราะปัจจุบัน ค่าอากรรังนกอีแอ่นนั้นก็เข้ากับ อบจ.อยู่แล้ว และกฎหมายกำหนดว่า ถ้าเกิน 3 ล้านบาท ต้องแบ่งให้ท้องถิ่นใกล้ๆ นั้นด้วย ดังนั้น เรื่องการอนุญาต การออกหนังสือรับรองส่งออก ก็ควรจบตั้งแต่ในท้องถิ่นได้
.
ปิยบุตร กล่าวด้วยว่า พวกเราคณะก้าวหน้า มาร่วมกับพรรคก้าวไกลเพื่อรณรงค์ปลดล็อกท้องถิ่น เพื่อขอรายชื่อจากพี่น้องประชาชน เตรียมเสนอ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 14 การปกครองท้องถิ่น ในครั้งนี้ ไม่ใช่วาระส่วนตัว แต่นี่คือวาระร่วมกันของประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่อยากเห็นท้องถิ่นเติบโต พัฒนา แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้มากกว่าที่เป็นอยู่ และจะช่วยดึงศักยภาพของท้องถิ่นให้เติบโต สร้างเศรษฐกิจในพื้นที่ ทำให้ชีวิตของคนในท้องถิ่นดีขึ้นด้วย และจะทำให้ความเจริญเกิดขึ้นทั้งประเทศ ดังนั้น คนที่สนับสนุนแคมเปญนี้ไม่จำเป็นว่าจะต้องมาเชียร์พวกเรา ท่านอาจจะเป็นผู้บริหารท้องถิ่นจากอีกทีมหนึ่ง หรืออาจจะเป็น ส.ส.ของพรรคการเมืองจากพรรคอื่น แต่ถ้าเห็นตรงกันเรื่องของการกระจายอำนาจ เรื่องของการทำให้ท้องถิ่นได้มีอำนาจ มีภารกิจที่ชัดเจน มีงบประมาณที่มากขึ้น และมีบุคลากรที่มาทำงานเพื่อท้องถิ่นมากขึ้น อยากให้มาช่วยกันรณรงค์ อยากให้มาช่วยกันลงชื่อ มองข้ามความเป็นกลุ่มเป็นพรรค แต่ให้คิดว่าเป็นเรื่องของการทำเพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ในการรณรงค์ครั้งนี้ ถ้าเราทำสำเร็จ เมื่อได้รายชื่อมาครบแล้ว เตรียมยื่นต่อประธานรัฐสภา ซึ่งคาดว่าน่าจะทันสมัยประชุมช่วงสิ้นปีนี้ และก็มีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านประธานชวน หลีกภัย จะเร่งรัดร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นวาระสำคัญของประเทศไทย

ชี้ รัฐประหาร 57 ถ่วงรั้งการกระจายอำนาจ เผย ทั้ง ส.ส. ส.ว. พูดเรื่องกระจายอำนาจกันหมด ถึงเวลาต้องไม่คว่ำร่าง รธน.ปลดล็อกท้องถิ่น

19 มิ.ย. ปิยบุตร ในฐานะผู้เชิญชวน เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น ภายใต้แคมเปญ “ขอคนละชื่อ ปลดล็อกท้องถิ่น” เดินทางมารณรงค์ที่จังหวัดปทุมธานี ภายใต้ชื่องาน"ปลดล็อกท้องถิ่น เปลี่ยนปทุมธานีให้ก้าวไกล" ระหว่างการเสวนา ปิยบุตร กล่าวตอนหนึ่งว่า การรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ถ่วงรั้งการกระจายอำนาจ ทำให้แผนการกระจายอำนาจตั้งแต่ปี 2540 หยุดชะงักไป การกระจายอำนาจของท้องถิ่นสะดุดหยุดลงจนถอยหลังลงคลอง

ปิยบุตร กล่าวว่า หลักการของการเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนทั้ง 6 ข้อได้แก่ 1.ต้องมีองค์กรส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. อบจ. กรุงเทพและพัทยา, 2.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน, 3.มีอำนาจเป็นของตนเอง,4.มีงบประมาณเป็นของตนเอง, 5.มีบุคลากรเป็นของตนเอง, 6.มีความสัมพันธ์ระหว่างท้องถิ่นกับราชส่วนกลาง ในฐานะการกำกับดูแลจากส่วนกลาง ซึ่งในปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของไทย หากไม่นับรวมองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา องค์กรปกครองท้องถิ่นๆ อื่นยังคงขาดองค์กรประกอบตั้งแต่ข้อที่ 3-6 ลงมา ด้วยเหตุนี้ทำให้ตนเองและคณะก้าวหน้าต้องมีการรณรงค์เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ หมวด 14 เพื่อจะสามารถปลดล็อกศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ปิยบุตร ยังกล่าวด้วยว่าในจังหวัดปทุมธานีนั้น ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการซ่อมแซมถนน เมื่อการซ่อมแซมแล้วเสร็จก็ได้มีหน่วยงานประปาเข้ามาซ่อมแซมต่อ กลายเป็นไม่สามารถคืนพื้นผิวถนนที่สมบูรณ์ให้ประชาชนสัญจรไปมาโดยสมบูรณ์เสียที ซ่อมวนไปมา ประชาชนก็ตั้งคำถามว่าเพราะเหตุใดถึงไม่สามารถทำพร้อมกันในครั้งเดียวกันได้ และคำตอบที่ได้รับก็คือ เพราะมันเป็นคนละหน่วยกัน

“ปัญหาเช่นนี้เป็นปัญหาคลาสิกที่พบได้ทั่วประเทศ ที่โยนกันไปกันมา หน่วยงานหนึ่งทำ อีกหน่วยงานมาทำต่อ กลายเป็นว่าถนนเส้นนั้นเป็นพื้นที่ก่อสร้างแทบจะตลอดเวลา สาเหตุมาจากการกระจายอำนาจของไทยยังไม่ได้มีการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงยังไม่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาได้ครบจบในที่เดียว ดังนั้น ถ้าหากปัญหานี้อยู่ภายใต้การดูแลของท้องถิ่น นายกท้องถิ่นมีอำนาจสามารถแก้ปัญหาได้ครบ จบ ในคนเดียวก็จะมาช่วยขจัดปัญหาความแตกต่างของหน่วยงานได้ แล้วประชาชนก็จะได้รู้ว่าต้องไปตามทวงความคืบหน้าจากที่ใด” ปิยบุตร กล่าว

เมื่อถามถึงความคืบหน้าของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปลดล็อกท้องถิ่นและสถานการณ์ทางการเมือง ปิยบุตร ระบุว่า ไม่ต้องกังวลว่าสภาจะถูกยุบเมื่อใด ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 14 นี้ สามารถเดินต่อไปได้กับสภาทุกชุด และมั่นใจว่าร่างแก้ไขฉบับนี้จะได้รับการสนับสนุนจากสภา เพราะพรรคการเมืองหาเสียง และพูดเสมอถึงหลักการกระจายอำนาจ รวมถึง ส.ว. ก็มีการพูดสนับสนุนเรื่องการกระจายอำนาจ นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้ทำสิ่งที่ได้พูดไว้ ตนเชื่อว่าร่างแก้ไขฉบับนี้จะผ่านในที่สุด และอยากชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันลงชื่อกับแคมเปญขอคนละชื่อปลดล็อกท้องถิ่นเพื่อปลดล็อกให้อำนาจกลับคืนสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์