เห็นชอบมาตรการรับนักท่องเที่ยว แนะต่างชาติทุกคนซื้อประกันครอบคลุมตรวจโควิด รณรงค์คนไทยฉีดวัคซีน เข็ม 4

รมว.สธ.เผยที่ประชุมเห็นชอบมาตรการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แนะทุกคนไม่ใช่แค่เฉพาะจีน ซื้อประกันสุขภาพ ครอบคลุมตรวจโควิด-19 รณรงค์คนไทยฉีดวัคซีนโควิด เข็ม 4

 

5 ม.ค. 2566 เว็บไซต์รัฐบาลไทย The Reporters สื่อไทยรัฐ ออนไลน์ และมติชน ออนไลน์ รายงานวันนี้ (5 ม.ค.) เมื่อเวลา 12.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์สื่อหลังเป็นประธานในการประชุมร่วม 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงคมนาคม และกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมความพร้อมรับผู้เดินทางเข้าประเทศจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 

ที่มา: เว็บไซต์ สำนักงานสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

อนุทิน ระบุว่า วันนี้เป็นการทำความเข้าใจเรื่องของการรับนักท่องเที่ยว ทั้งด้านการคมนาคม ท่องเที่ยว และสาธารณสุข โดยแต่ละหน่วยงาน รับทราบมาตรการและรับปฏิบัติ ขณะที่กรุงเทพมหานคร พร้อมให้ความร่วมมืออย่างดี ยืนยันว่ามีมาตรการพร้อมรับนักท่องเที่ยวในทุกมิติ และสามารถปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมได้ตลอดตามความเหมาะสม โดยจะตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วม อำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารขอให้คงมาตรฐาน SHA+ และผู้ให้บริการต้องสวมหน้ากากอนามัย

แนะนักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อประกันครอบคลุมตรวจโควิด-19

ที่ประชุมเห็นด้วยว่าให้นักท่องเที่ยวทุกคนซื้อประกันสุขภาพโดยมีเงื่อนไขให้ครอบคลุมเจ็บป่วยทั่วไป รวมถึงโควิด-19 นอกจากนี้ ทุกประเทศที่กำหนดให้มีการคัดกรองโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR จะต้องมีการซื้อประกันสุขภาพเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันของทั้งประเทศที่นักท่องเที่ยวเดินทางออกมา และประเทศรับนักท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีน สำหรับประเด็นค่าเหยียบแผ่นดิน ซึ่งเป็นเรื่องของกระทรวงการท่องเที่ยวถือเป็นคนละเรื่องกันและยังไม่ได้มีผลบังคับใช้

นายอนุทิน ระบุต่อว่า 12 ม.ค. 2566 ตนเองพร้อมด้วย ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเดินทางไปตรวจความพร้อมและดูสถานการณ์การอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาถึงไทย ทั้งไฟลต์จากประเทศจีนและอื่นๆ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

สำหรับมาตรการมีความพร้อมและบางข้อของกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมหวัง ด่านชัยวิจิตร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาด โรคติดเชื้อ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ระบุว่า มาตรการบางข้ออาจแรงไปด้วยซ้ำ แต่ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ยังขอคงไว้ในมาตรการที่ปฏิบัติได้และไม่กดดัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจ ฉะนั้นอย่าเพิ่งไปตื่นตระหนกจนไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเวลานี้เป็นโอกาสที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เสียไปให้กลับมาในปีกระต่าย และกระโดดตามกระต่าย

ที่มา: เว็บไซต์ สำนักงานสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า หากต้องตรวจ RT-PCR มีความพร้อมรองรับในกรณีที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้หรือไม่ อนุทิน ตอบว่าจะใช้ระบบเหมือนที่เคยทำ มีห้องแล็บ คลินิกที่ขึ้นทะเบียนถูกต้อง โดยเสนอให้โรงแรมที่พักจัดซุ้มตรวจให้นักท่องเที่ยวเพื่ออำนวยความสะดวกอีกทางหนึ่ง และหากตรวจพบมีการกลายพันธุ์ และวัคซีนไม่ครอบคลุมจะต้องมาดู

อนุทิน ยืนยันด้วยว่าจะไม่มีการเลือกปฏิบัติกับชาติใดชาติหนึ่ง ซึ่งไทยทำตามเงื่อนไขที่แต่ละประเทศออกมา ไม่ว่าจะเป็นจีน หรืออินเดีย นอกจากนี้ จากการพูดคุยกับ หยาง ซิน อุปทูตสถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ขอบคุณประเทศไทยที่ไม่เลือกปฏิบัติ 

สำหรับแนวทางการรับนักท่องเที่ยวจากที่ประชุม เป็นดังนี้

มาตรการด้านสาธารณสุข

  • ก่อนเข้าไทย ให้นักเดินทางฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างน้อย 2 เข็ม
  • หากมีอาการป่วยทางเดินหายใจ ควรเลื่อนการเดินทางและรักษาให้หายก่อนเพื่อลดการแพร่โรค
  • หากประเทศใดมีข้อกำหนดให้ผู้เดินทางต้องมีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบก่อนกลับเข้าประเทศ ต้องซื้อประกันสุขภาพเดินทางที่ครอบคลุมการตรวจรักษาโรคโควิด-19 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพหากตรวจพบเชื้อหรือป่วย

มาตรการขณะพำนักในประเทศไทย

  • แนะนำให้ผู้เดินทางป้องกันตนเองตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศ เช่น สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ/ขนส่งสาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ
  • หากมีอาการทางเดินหายใจ ให้ตรวจคัดกรองด้วย ATK
  • หากมีอาการป่วยรุนแรงขึ้นให้ไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาล
  • กรณีเดินทางออกจากประเทศไทยและประเทศปลายทางมีนโยบายตรวจคัดกรองก่อนเข้าประเทศ แนะนำให้พักในโรงแรม SHA+ ซึ่งจะมีบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยสถานพยาบาลที่ได้รับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นอกจากนี้ จะมีการติดตามและประเมินสถานการณ์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 เพื่อปรับมาตรการตามสถานการณ์ความเสี่ยง เช่น อัตราการติดเชื้อสูง หรือพบเชื้อกลายพันธุ์ด้วย โดยจะมีการเฝ้าระวังโรคกลุ่มผู้เดินทางจากต่างประเทศที่มีอาการทางเดินหายใจ และจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์โรคและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินกรณีผู้เดินทางจากต่างประเทศ พร้อมทั้งเพิ่มกลไกการรายงานสถานการณ์ผ่านเว็บไซต์กรมควบคุมโรค เน้นจำนวนนักท่องเที่ยวและผลการตรวจคัดกรองผู้ที่มีอาการป่วยทางเดินหายใจที่สนามบิน กำหนดเกณฑ์สำหรับการปรับมาตรการเมื่อพบผู้ติดเชื้อในอัตราสูงหรือพบเชื้อกลายพันธุ์ รวมถึงเฝ้าระวังและตรวจเชื้อโควิด-19 ในน้ำเสียจากเครื่องบิน ทั้งนี้ จะมีการสื่อสารถึงนักเดินทางเพื่อเพิ่มความตระหนักรู้และเพิ่มความร่วมมือในการลดความเสี่ยงแพร่โรค

รณรงค์คนไทยฉีดวัคซีน 4 เข็ม

อนุทิน กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีการเตรียมความพร้อมในพื้นที่จังหวัดท่องเที่ยว มีการเพิ่มศักยภาพระบบสาธารณสุข เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งสถานพยาบาล และฮอสปิเทล เพื่อรองรับผู้ที่มีผลตรวจพบเชื้อโควิด-19 และขอความร่วมมือให้ผู้บริการในอุตสาหกรรมภาคการท่องเที่ยวและคมนาคมเข้ารับวัคซีนป้องกันโควิดให้ครบ 4 เข็ม เพื่อความปลอดภัย เพราะถึงแม้ว่าสถานการณ์โรคโควิด-19 ของประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงในเวลานี้ แต่ยังคงพบผู้ป่วยหนักและผู้ป่วยเสียชีวิตอยู่ โดยข้อมูลวันที่ 25-31 ธ.ค. 2565 พบผู้ป่วยปอดอักเสบ 529 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 352 ราย และผู้เสียชีวิต 75 ราย (เฉลี่ย 10 รายต่อวัน) ซึ่งผู้เสียชีวิตเกือบทั้งหมดยังเป็นกลุ่มเสี่ยง 607 รายที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนไม่ครบ หรือไม่ได้รับเข็มกระตุ้น หรือได้รับเข็มกระตุ้นนานเกิน 3 เดือนขึ้นไป ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงขอให้ให้ทุกคนฉีดวัคซีนให้ครบ 4 เข็ม เพื่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค ลดการป่วยหนักและลดการเสียชีวิต

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์