Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

กลุ่ม Justice For Myanmar เรียกร้องให้รัฐบาลสาธารณรัฐเชกสอบสวนบริษัทนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลในประเทศขายโปรแกรมแฮกโทรศัพท์ให้กับตำรวจของรัฐบาลทหารพม่า การซื้อขายนี้อาจจะละเมิดกฎหมายของสหภาพยุโรป

ทางกลุ่ม Justice For Myanmar หรือ JFM เปิดเผยว่าบริษัทที่ชื่อ Compelson s.r.o. ซึ่งเป็น บริษัทด้านนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลจากสาธารณรัฐเชกขายใบอนุญาตใช้งานโปรแกรมแฮกโทรศัพท์มือถือที่ชื่อ MOBILedit Forensic Pro ให้กับหน่วยงานตำรวจของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า

โปรแกรมดังกล่าวของบริษัท Compelson สามารถใช้ดึงข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ข้ามผ่านระบบป้องกันความปลอดภัยของโทรศัพท์มือถือ และสามารถกู้ข้อความที่ถูกลบไปแล้วจากแอพส่งข้อความได้อีกด้วย

กลุ่ม JFM เตือนว่าเผด็จการทหารพม่าได้ใช้โปรแกรมนี้ในกำหนดเป้าหมาย สืบสวน และคุมขังนักกิจกรรมสนับสนุนประชาธิปไตย มีคนจำนวนมากที่ถูกทางการพม่าจับกุมเปิดเผยว่า เผด็จการทหารทำการยึดโทรศัพท์ของพวกเขาแล้วก็เข้าถึงโทรศัพท์ของพวกเขาในระหว่างการสอบสวนโดยการซ้อมทรมาน แล้วคุมขังพวกเขาด้วยโทษจำคุกเป็นเวลายาวนาน รวมถึงอาศัยข้อมูลในโทรศัพท์ของพวกเขาเพื่อขยายผลการจับกุมนักกิจกรรมคนอื่นๆ ด้วย

โฆษณา - Advertising

ทาง JFM เตือนว่า การขายเครื่องมือเช่นนี้อาจจะนับเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายของสหภาพยุโรปหรืออียู เนื่องจากโปรแกรม MOBILegit Forensic Pro ถูกจัดอยู่ในประเภท 5A004 ของบัญชีรายชื่อโปรแกรมที่ใช้ได้สองทาง คือหมายถึงใช้ได้ทั้งในเชิงพาณิชย์ของพลเรือนและใช้ได้ในทางการทหาร ซึ่งเป็นประเภทที่อยู่ภายใต้การควบคุมตามมาตรา 3(b) ของกฎหมายข้อบังคับของอียู ทำให้สินค้านี้ต้องมีใบอนุญาตส่งออกถึงจะสามารถส่งออกไปพม่าได้ แต่เมื่อพิจารณาจากวันที่ทางบริษัทส่งสินค้าให้พม่าแล้วน่าจะนับเป็นการฝ่าฝืนการคว่ำบาตรหลังการรัฐประหารปี 2564

ดูชาน คุชูซนิก เจ้าของบริษัท Compelson กล่าวปกป้องการกระทำของบริษัทว่า โปรแกรมที่พวกเขาขายให้ทางการพม่านั้นไม่ได้ฝ่าฝืนกฎการคว่ำบาตรของอียูแต่อย่างใด เพราะมันไม่สามารถแฮกรหัสผ่านหรือนำข้อมูลที่ถูกลบไปแล้วกลับคืนมาได้ โดยที่ฟังก์ชั่นดังกล่าวนี้จะสามารถใช้ได้เฉพาะเวอร์ชั่นที่พัฒนาเพิ่มเติมไปอีกขั้น

อย่างไรก็ตาม พบว่าบริษัท Compelson ได้ส่งอีเมลหลายฉบับถึงแผนกอาชญากรรมไซเบอร์ของกรมตำรวจพม่าเพื่อชี้ชวนให้ต่ออายุใบอนุญาตโปรแกรมของพวกเขา และยังมีอีเมลฉบับหนึ่งที่ส่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2564 ไม่กี่เดือนหลังกองทัพพม่าทำรัฐประหาร นอกจากนี้ยังชวนให้มีการอัพเดทโปรแกรมของพวกเขาให้สามารถ "อ่านข้อมูลโดยตรง" จาก แอปเปิลวอทช์ และให้เข้าถึงระบบปฏิบัติลีนุกซ์ แอนดรอยด์ รวมถึงเพื่อให้เจาะช่องโหว่ของโทรศัพท์มือถือได้

ทั้งนี้ Shin Shin นักปกป้องสิทธิมนุษยชนในย่างกุ้งยังเปิดเผยว่าโปรแกรมของ Compelson สามารถกู้ข้อมูลการสนทนาและรูปถ่ายที่ถูกลบไปแล้วได้ และมีข้อสังเกตว่านับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา คณะรัฐประหารของพม่าได้ทำการสอดแนมและตั้งเป้าหมายเจาะจงมากขึ้น ไม่ได้มีการหว่านแหจับกุมอีกต่อไป แต่มีการตั้งเป้าหมายคนที่จะจับกุมอย่างชัดเจน เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า กองทัพพม่าทั้งใช้ภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือในการหาตัวและจับกุมฝ่ายต่อต้านเผด็จการทหาร

เดวิด การ์ดาช นักวิเคราะห์จากโครงการ Sinopsis เตือนว่า เทคโนโลยีแบบที่ใช้ได้สองทางนี้มีความกำกวมทางกฎหมาย อาจจะมีการใช้เครื่องมือสำหรับพลเรือนเอาไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อหวังผลทางการทหารหรือทำการกดขี่ประชาชนได้ เรื่องนี้ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ของกฎหมายที่กลุ่มไม่หวังดีนำมาฉวยใช้ได้

Yadanar Maung โฆษกของ JFM กล่าวว่ารัฐบาลสาธารณรัฐเชกควรจะต้องตรวจสอบว่า Compelson ละเมิดกฎหมายของเชกหรือของอียูหรือไม่ และทำให้บริษัทต้องรับผิดรับชอบต่อการที่พวกเขาเปิดทางให้เผด็จการทหารพม่า "ใช้เทคโนโลยีการสอดแนมและเทคโนโลยีนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัลในการตั้งเป้าหมาย จับกุม ทารุณกรรม และสังหารนักกิจกรรมกับนักข่าว ซึ่งซอฟต์แวร์ของ Compelson อาจจะมีส่วนในการช่วยให้มีการละเมิดสิทธิเหล่านี้"

 

เรียบเรียงจาก

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง
โฆษณา - Advertising