จากที่วานนี้ (26 ก.ค.) คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) จัดเวทีเจาะลึกหลักฐานเกี่ยวกับคดีโกง สว. ภาค 2 โดยนำพยานที่รู้เห็นในกระบวนการทุจริตเลือกสว. ให้ข้อมูลต่อสาธารณะ และมีการพาดพิงนักการเมืองหลายคน ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี รวมถึง สว. บางคน ว่ามีส่วนร่วมในขบวนการนี้ในลักษณะที่ต่างกัน
ประชาไทรวบรวมท่าทีและคำชี้แจงของหลายคนไว้ด้านล่างนี้
‘อนุทิน’ ปัดเอี่ยวฮั้ว สว.บอกไปพูลแมนเป็นเรื่องปกติ
วันนี้ (27 ก.ค. 69) สื่อหลายสำนักรายงานตรงกันถึงคำกล่าวของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (คดีฮั้ว สว.) ที่ฝ่ายค้านมีการเปิดข้อมูลเพิ่มเติม จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ว่า เสถียรภาพรัฐบาลจะยิ่งแน่นขึ้น เพราะเรามั่นใจซึ่งกันและกันว่าไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้
สว. เป็นกลไกของระบอบรัฐสภา ทำหน้าที่ตรวจสอบออกกฎหมาย ไม่มีความจำเป็นใด ๆ ที่รัฐบาลจะต้องไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน หากเรียกไปตอบกระทู้เราก็ต้องไปเหมือนสภาผู้แทนราษฎรทุกอย่าง ก็ว่าไปตามกฎหมาย รัฐบาลหรือผู้ที่ถูกกล่าวหา เช่น มีคนกล่าวหาตน เขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ หากมีหน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้กฎหมายสอบถามมา ตนก็ให้การชี้แจง ทุกอย่างครบทุกประเด็น
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีหน่วยงานใดเชิญไปชี้แจงแล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่มีใครเชิญไป ตนได้ให้การเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งปีกว่าแล้ว
ส่วนการฟ้องร้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ในฐานะส่วนตัว นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้ดำเนินการตามสิทธิที่มีอยู่ มีช่วงเวลาให้ทนายความไปหาข้อมูลประกอบคำฟ้อง จะมาบังคับให้ตนไปฟ้องวันนี้วันนั้นไม่ได้ เพราะมีทนายความ ไม่ได้เขียนเองเพราะถ้าเขียนเองยิ่งช้า
ส่วนจะมีการตั้งวอร์รูมสู้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีปฏิเสธว่า ไม่มี จะตั้งวอร์รูมสู้ไปทำไมในเรื่องพวกนี้เพราะไม่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามย้ำว่าหากมีการอภิปรายในเรื่องนี้ที่ประชาชนมีความสนใจ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้มันเริ่มมาเป็นปีแล้ว ตั้งแต่มีเรื่องมีราว ไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดและไม่เห็นไวตรงไหน ช้าจะตาย
เมื่อถามว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าประเด็นนี้จะไม่ทำให้พรรคภูมิใจไทยหล่นลงมาจากการเป็นรัฐบาล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นผู้พิพากษา แต่หากถามกันตรงๆ พรรคภูมิใจไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง คนที่เป็นตัวแทนของพรรคภูมิใจไทย ตนเองที่บอกผู้สื่อข่าวเมื่อปีที่แล้วว่าได้ออกหนังสือแจ้งเตือนในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ให้ลูกพรรคเกี่ยวข้อง ข้องแวะ ใดๆ กับเรื่องการเลือก สว. เพราะพรรคไม่ข้องเกี่ยวใดๆ และหนังสือนั้นยังอยู่ และผู้สื่อข่าวก็ไม่ได้นำหนังสือดังกล่าวมาเผยแพร่พี่น้องประชาชน มัวแต่ไปถามคนโน้นคนนี้ และนำมาทำเป็นเรื่องเป็นราว
เมื่อถามว่าจะเอาหนังสือดังกล่าวออกมาเน้นย้ำหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ได้ เพราะไม่ได้เป็นความลับ และรู้อยู่แล้วหากมีเรื่องขึ้นมาก็ต้องนำมาเผยแพร่
เมื่อถามว่าเคยไปโรงแรมพูลแมนหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อยู่โรงแรมพูลแมนเป็นประจำอยู่แล้ว ต้องถามว่าวันไหนที่ไม่ได้ไป อย่าถามว่าตนไปวันไหน เพราะอยู่ตรงนั้นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ก่อนที่จะเป็นรองนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ “เทปันยากิอร่อย บุฟเฟ่ต์ก็ดีนะคุ้มราคา”
เมื่อถามย้ำว่ามีคนไปเชื่อมโยงว่านายกรัฐมนตรีอยู่ร่วมในวงที่มีผู้สมัคร สว. ด้วยนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ก็ตนบอกว่าต้องไปถามว่าทำไมต้องไปวันนั้น โรงแรมพูลแมนมีวันไหนที่ตนไม่ได้ไป ตนไปใช้บริการสปาตั้งแต่เขาเปิด
ส่วนวันที่เขาไปรวมตัวกัน ได้ไปทักทายจนทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนทักทุกคน เพราะนั่งทานกาแฟอยู่ตรงล็อบบี้ ตั้งแต่ยังไม่มีตำแหน่ง แต่ตอนนี้คงไปนั่งทานไม่ได้แล้ว เพราะ รปภ. ไม่ยอมให้นั่ง พร้อมย้ำว่าไม่ทราบว่ามีการรวมตัวกัน ตนเจอใครตั้งเยอะแยะ ซึ่งสื่อมวลชนก็เจอ
เมื่อถามว่าได้เจอใครที่เป็น สว. ชุดปัจจุบันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “เพียบ โรงแรมนี้เหมือนโรงแรมสมัยก่อน แถวพญาไท ราชเทวี รุ่นพ่อ ที่อยู่กันทั้งวัน เช้าก็อยู่ เที่ยงก็อยู่ เย็นก็อยู่สลับกัน ร้านอาหารญี่ปุ่น อิตาเลียน ร้านอาหารจีน ร้านบุฟเฟ่ต์ เป็นเรื่องปกติ มันไม่มีแสดงอะไร”
ส่วนจะแสดงว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “ตรงนั้นไม่มีกอไผ่”
เมื่อถามว่าไม่สามารถนำเรื่องนี้มาเชื่อมโยงกับคดีฮั้ว สว. ได้ใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ถ้าถามตนก็ต้องบอกว่าไม่สามารถ เพราะมันไม่เกี่ยว
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าปรากฏตัวอยู่ในวงเจรจาที่เกี่ยวกับเรื่องเลือก สว. นายกรัฐมนตรีตอบว่า “ไม่มีครับ” เพราะตนเจอคนเป็นหมื่นเป็นพันคน ทุกวันนี้มีแต่คนเข้ามาขอถ่ายรูป ไม่เคยเดินไปขอใคร และก็นับคะแนนจากตรงนี้ ใครมาขอถ่ายรูปก็ให้ถ่ายทุกคน ตนคิดว่าอย่างน้อยก็ได้คะแนนครึ่งคะแนน มันเป็นประโยชน์สำหรับตัวตน
เมื่อถามว่าในเวทีฝ่ายค้านที่เปิดเรื่องฮั้ว สว. เพิ่มเมื่อวาน มีการเปิดเผยข้อมูลว่าอดีตที่ปรึกษาของตนเคยให้ผู้สมัคร สว. เซ็นใบลาออกล่วงหน้า เพื่อการันตีตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีย้อนถามว่า “ใคร” ก่อนกล่าวว่า หากจะต้องมีการลาออกไปลง สส. หรือ สว. เป็นเรื่องปกติที่ต้องมาลาจากตน หากไม่ออกจะขาดคุณสมบัติ เรื่องนี้จึงไม่ใช่ประเด็น หากใครมาลาออกก็ให้ออก ไม่เคยดึงให้ใครอยู่ เพราะใจคิดออกแล้วมันก็มีส่วนไม่อยากทำงานแล้ว ตนก็ให้ออกทั้งนั้น
เมื่อถามว่ามีผู้จะไปร้องเรียนจนอาจถึงขั้นยุบพรรคภูมิใจไทยกังวลหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไม่ได้กังวลอะไร เพราะไม่ได้ทำอะไร แต่รำคาญ สมเพช
‘พริษฐ์’ แนะ ดูกล้องวงจรปิดโรงแรม เหตุนายกฯ ตอบเบี่ยงประเด็น
ทางด้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ โพสต์เฟซบุ๊กหลังจากที่อนุทินชี้แจงผ่านสื่อ ระบุว่าขอบคุณสื่อมวลชนที่ถามท่านนายกฯในประเด็นดังกล่าว จนทำให้เราเห็นท่านนายกฯ เลี่ยงตอบแบบเจาะจง โดยพยายามเบี่ยงประเด็นด้วยการตอบแบบกว้างๆ ว่าตนนั้นไปโรงแรมพูลแมน เป็นประจำอยู่แล้ว และก็ทักทุกคนที่เจอ ความจริงผมเชื่อว่าประเด็นนี้ เป็นประเด็นที่หน่วยงานตรวจสอบ อย่าง กกต. หรือ DSI ตรวจสอบได้ไม่ยาก เช่น
1. ขอตรวจสอบคลิปในกล้องวงจรปิดของโรงแรมพูลแมน ว่าในวันที่ 21 ก.ค. 67 (หรือวันอื่น) มีใครเข้า-ออกโรงแรมบ้าง และมีใครไปใช้บริการหรืออยู่ร่วมกันบริเวณไหนของโรงแรม
2. ตรวจสอบตำแหน่งของมือถือของผู้ถูกกล่าวหาที่เกี่ยวข้องในวันที่ 21 ก.ค. 67 (หรือวันอื่น) ว่าอยู่ในสถานที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกันหรือไม่
‘สุขสมรวย’ โต้ หลังถูกฝ่ายค้านขุดคลิปพาดพิงปมฮั้ว สว. แจงคลิปเป็นงานผ้าขาวม้าเมื่อ 2 ปีก่อน
26 ก.ค. (วานนี้) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวตอนหนึ่งผ่านงานเสวนา เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2 ที่รัฐสภา โดยตั้งคำถามเรื่องการจัดงานเลี้ยงใหญ่ที่ จ.อำนาจเจริญ โดย สส.พรรค ภูมิใจไทย ในช่วง 2 วันก่อนเปิดรับสมัคร สว. ว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการฮั้ว สว. หรือไม่
พริษฐ์กล่าวว่า เมื่อ 18 พ.ค. 2567 มีการจัดงานใหญ่โดย สุขสมรวย วันทนียกุล ซึ่งขณะนั้นเป็น สส. โดยสถานที่คือที่ทำการพรรคภูมิใจไทย อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ มีการรวมตัวบุคลากรด้านการศึกษาในพื้นที่ และมีนักการเมืองพรรค ภท.ร่วมงานอย่างน้อย 3 คน คือ สส.สุขสมรวย (เขต 1 อำนาจเจริญ), สส.ญานีนาถ เข็มนาค (เขต 2 อำนาจเจริญ), สส.สุทธิชัย จรูญเนตร (เขต 5 อุบลราชธานี)
พริษฐ์กล่าวว่านี่อาจจะเป็นงานเลี้ยงที่จัดขึ้นตามปกติก็ได้ แต่ที่น่าสังเกตคือจัดขึ้นในช่วง 2 วันก่อนเปิดรับสมัคร สว. แต่เมื่อไปไล่ดูรูปในงาน พบว่ามีอย่างน้อย 4 คนที่ปรากฏอยู่ในงานวันนั้นแล้วเราพบว่าหลังจากนั้นไปสมัครเป็น สว. นอกจากนี้ ไม่ใช่แค่ 4 คนที่เข้าร่วมงานแล้วท้ายสุดไปเป็นผู้สมัคร สว. แต่ยังพบว่ามี 3 คนในงานที่กลายมาเป็นทีมงาน สว.อำนาจเจริญ
ทางด้าน สุขสมรวย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวกรณีถูกฝ่ายค้านพาดพิงปมฮั้ว สว. เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) ว่าคลิปที่ฝ่ายค้านนำเสนอในงานเสวนาเป็นคลิปที่จัดงานที่ จ.อำนาจเจริญ ประมาณ 2 ปีที่แล้ว เป็นงานรณรงค์ใส่ผ้าขาวม้า สืบเนื่องจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ตั้งให้ จ.อำนาจเจริญ เป็นเมืองหลวงผ้าขาวม้า การจัดงานมีไลฟ์สดตลอดงาน ถูกฝั่งตรงข้ามทางการเมืองได้นำประเด็นนี้ไปร้องเรียนที่ กกต. ตนเองก็ไม่เคยได้ถูกเรียกไปที่ กกต. เพราะว่าหลักฐานการจัดงาน รวมถึงคลิปไลฟ์สด ไม่มีการพูดถึงเรื่อง สว.
สุขสมรวยกล่าวต่อไปว่า เมื่อสองปีที่แล้ว ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองก็ได้มาร้องเรียนจริยธรรมตนที่สภา ตนก็ได้แจ้งความหมิ่นประมาท ต่อมาคนร้องเรียนก็รับสารภาพ และขณะนี้ศาลสั่งให้รอลงอาญา ตนก็อยากบอกกับฝ่ายค้านว่า ถ้าจะเอาข้อมูลอะไรไปถามหรือไปออกสื่อ กรุณาตรวจเช็กให้ดีก่อน ไม่ใช่เอาข้อมูลเก่ามาพูดเพื่อให้คนอื่นเสียหาย
สุขสมรวยกล่าวอีกประเด็นหนึ่งว่า คนน่าจะรู้กันดีว่า สุพรรษา วันทนียกุล คือใคร คนทั้งจังหวัดก็รู้ว่าเป็นน้องสะใภ้ของตน และที่สำคัญคือ สุพรรษาก็เป็นอนุกรรมการของสตรี เป็นคนหนึ่งที่สมัคร สว.ในกลุ่มสตรี และก็ตกรอบจังหวัด ไม่ได้เข้ามาสู่รอบระดับประเทศ จึงไม่น่านำมาเป็นประเด็นให้คนมาด่า หากตนเกี่ยวข้องกับการฮั้วจริงๆ ก็คงเอาญาติพี่น้องเข้ามาได้
เมื่อถามว่าที่ผ่านมา ไม่เคยถูกเรียกไปชี้แจงเลยหรือไม่ สุขสมรวยกล่าวว่าตนเคยได้หนังสือฉบับหนึ่งในฐานะผู้ถูกกล่าวหาจากคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 แล้วในหนังสือฉบับนั้นก็ส่งรายชื่อมาเป็นร้อยคน และไม่ได้บอกว่าให้ไปแก้ประเด็นไหน แต่เขาก็บอกว่าความผิดมาตราไหนบ้าง ตนก็ได้ตอบไปว่าไม่ได้ทำผิดตามนั้น และก็ไม่เคยได้เรียกให้ไปสอบปากคำในรายละเอียดต่างๆ เลย ส่วนในเรื่องการจัดเลี้ยง เป็นเรื่องที่สอบแล้วจบกันที่ กกต.จังหวัดไปตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว
‘พริษฐ์’ ถามกลับ ‘สุขสมรวย’ 4 ข้อคาใจ
ทางด้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ โพสต์เฟซบุ๊กหลังจากที่สุขสมรวยชี้แจงผ่านสื่อ ระบุว่าคำตอบของสุขสมรวยยังไม่ทำให้สิ้นข้องสงสัย โดยพริษฐ์แยกประเด็นมาเป็นข้อดังนี้
1. ท่านบอกว่างานจัดเลี้ยงที่ท่านจัดที่ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย จ.อำนาจเจริญ ในวันที่ 18 พ.ค. 2567 (จัด 2 วันก่อนการเปิดรับสมัคร สว.) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือก สว. เพราะมีการถ่ายทอดสดทั้งงาน โดยไม่มีการพูดถึงเรื่อง สว. บนเวที
ประเด็นนี้พริษฐ์ระบุว่า หากงานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. จริง ตนก็เชื่อว่าท่านคงไม่ประกาศกลางเวทีต่อหน้ากล้องที่ถ่ายทอดสดหรอก แต่เหตุที่หลายคนสงสัย ว่างานดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับการจัดตั้งเครือข่ายผู้สมัคร สว. และอาจมีการพูดกันอย่างไม่เป็นทางการนอกเหนือจากกิจกรรมบนเวที ก็เพราะเราเห็น (เท่าที่ระบุชื่อได้) อย่างน้อย 4 คนในงาน ที่กลายมาเป็นผู้สมัคร สว. ไม่กี่วันหลังจัดงาน และอย่างน้อย 3 คนในงาน ที่ถูกตั้งเป็น ผู้เชี่ยวชาญ-ผู้ชำนาญการ ประจำตัว สว. จากอำนาจเจริญ 2 เดือนหลังจัดงาน
2. ท่านบอกว่า คุณสุพรรณษา วันทนียกุล (น้องสะใภ้ท่าน) ตกรอบในระดับจังหวัด โดยพยายามสื่อว่า หากท่านเกี่ยวข้องกับการเลือก สว. จริง น้องสะใภ้ท่านคงไม่ตกรอบ
ประเด็นนี้พริษฐ์ระบุว่า การที่คุณสุพรรณษาตกรอบ ไม่ได้เป็นการยืนยันใดๆเลย ว่าคุณสุพรรณษา เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการที่ถูกกล่าวหา เพราะเราทราบกันดีว่าขบวนการดังกล่าวจะสำเร็จได้ ต่อเมื่อมีการจัดตั้งหรือจ้างคนจำนวนมากไปสมัคร เพื่อร่วมกันโหวตในระดับอำเภอและระดับจังหวัดให้กับ “ผู้สมัครตัวจริง” ที่ทางขบวนการต้องการให้ผ่านเข้ารอบไปสู่ระดับประเทศ และ (บางส่วน) ถูกเลือกเป็น สว. [ข้อมูลเพิ่มเติม: อำนาจเจริญเป็นจังหวัดขนาดเล็ก (มีประชากรสูงเป็นลำดับที่ 65 จาก 77 จังหวัด) แต่กลับมี สว. ถึง 5 คน (สูงเป็นลำดับที่ 8= จาก 77 จังหวัด)]
3. ท่านบอกว่าเรื่องงานจัดเลี้ยงในวันที่ 18 พ.ค. 2567 เคยมีคนร้องไปที่ กกต. แล้ว และไม่เคยถูก กกต. เรียกไปสอบโดยเข้าใจว่าเรื่องนี้ยุติไปแล้ว
ประเด็นนี้พริษฐ์ระบุว่า เรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวกับงานดังกล่าวเป็นการเฉพาะ จะจบลงแล้วหรือไม่-อย่างไร เป็นคนละเรื่องและคนละข้อกล่าวหา กับข้อกล่าวหาว่าท่านเกี่ยวข้องกับขบวนการโกง สว. ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหาอีก 220+ คนหรือไม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวกำลังจะถูก กกต. ลงมติชี้ขาดใน 1 เดือนข้างหน้านี้ ว่าจะสั่งฟ้องไปที่ศาลหรือจะยกคำร้อง
4. คำถามที่ตนถามและท่านยังไม่ได้ตอบชัดๆ คือท่านยืนยันได้หรือไม่ ว่าท่านไม่เคยรับรู้หรือสั่งการให้ทีมงานของท่านโอนเงินหรือจ่ายเงินให้ผู้สมัคร สว. ในห้วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการเลือก สว.?
พริษฐ์ระบุว่า ท้ายสุดนี้ ที่สุขสมรวยบอกว่าตนพูดช้าไป 2 ปี ตนเรียนว่าไม่ช้าหรอกครับ และเหตุที่ยังต้องพูดตอนนี้ ก็เพราะคดีนี้ยังไม่จบ แต่สังคมมีความกังวล ว่า กกต. กำลังจะมีมติใน 1 เดือนข้างหน้านี้ เพื่อตัดตอนให้เรื่องของท่านและบุคคลในพรรคของท่าน ไปไม่ถึงศาล หากใครจะช้า ก็คงเป็น กกต. ที่มีหน้าที่ตรวจสอบคดีดังกล่าวและสามารถเข้าถึงข้อมูลหลักฐานได้มหาศาล แต่กลับสอบสวนเรื่องนี้นานกว่า 2 ปี โดยยังไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลสักที
‘ภราดร’ ชี้ข้อมูลฝ่ายค้าน “เรื่องเก่าทั้งนั้น” ยืนยันเดินหน้าฟ้อง ‘ยิ่งชีพ’
ทางด้าน ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีการเดินหน้าฟ้องร้องนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) ว่า ฟ้องแน่นอน ส่วนจะไปแจ้งความดำเนินคดีที่ใดนั้น จะแจ้งอีกครั้งหนึ่ง
ส่วนกรณีนายยิ่งชีพเข้าร่วมการเสวนากับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) หลังจัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” โดยมีการย้ำถึงรัฐมนตรี รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องนั้น นายภราดร กล่าวว่า เรื่องเก่าทั้งนั้น
เมื่อถามย้ำว่า จะเดินหน้าฟ้องภายในสัปดาห์นี้หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เดี๋ยวหารือกันอีกครั้ง
เมื่อถามถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่าไม่อยากให้มีการฟ้องปิดปาก
นายภราดร กล่าวว่า “ไม่ได้เป็นการฟ้องปิดปาก เสียหายครับ ไม่ใช่เสียหายเฉพาะตัว แต่เสียหายไปถึงพรรค จึงมีความจำเป็นต้องเดินหน้า”
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการเดินหน้าฟ้องร้องบุคคลอื่นอีกหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือ
สว.สรชาติ ชี้แจง หลัง ‘สนั่นชัย’-ฝ่ายค้าน กล่าวหาเอี่ยวฮั้ว สว.
เมื่อวานนี้ (26 ก.ค.) พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวตอนหนึ่งผ่านงานเสวนา เปิดหลักฐานคดีโกง สว. ภาค 2 ที่รัฐสภา ว่า จากคำบอกเล่าของ สนั่นชัย อดีตผู้สมัครจาก จ.หนองบัวลำภู ซึ่งถูกดึงเข้าไปในกระบวนการนี้ตั้งแต่ต้น โดยเป็นมือขวาของ สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ซึ่งปัจจุบันเป็น สว.
พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า ในงานเสวนาครั้งแรกที่ฝ่ายค้านจัด สนั่นชัยเป็นหนึ่งในพยานที่เคยมาเปิดหน้าเล่าถึงการจ้างคนมาสมัคร สว. โดยเขาเล่าว่ามีการสัญญาว่าจะจ่ายค่าตอบแทนให้เขาจำนวนหนึ่ง แต่เขาไม่ได้รับเงินตามนั้น หลังจากที่ได้รับข้อมูลจากสนั่นชัยในวันนั้น ตนก็ได้ข้อมูลอีกชุดหนึ่งที่มายืนยันคำบอกเล่าของสนั่นชัย คือเส้นทางการเงิน สนั่นชัยเล่าว่า ระหว่างที่มีการรวบรวมรายชื่อผู้สมัคร มีอยู่ช่วงหนึ่งที่สรชาติโทรไปรายงานกับ ทรงศักดิ์ ทองศรี (รมว.มท.ขณะนั้น)
พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เราค้นพบคือมีการโอนเงินจาก สรชาติ ซึ่ง ณ เวลานั้นเป็นผู้สมัคร ไปยัง ภัณนิภา ผาสุข ซึ่งคาดว่าเป็นเลขาของสรชาติ ซึ่ง ภัณนิภา ผาสุข ไม่ใช่ชื่อใหม่แต่อย่างใด ถ้าจำกันได้ ตอนนั้นสนั่นชัยเล่าให้ฟังว่า ตอนที่เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วย สว.แล้วได้เงินเดือน 15,000 บาท เขาก็โอนเงินบางส่วนคืนกลับไปให้ผู้ช่วยของ สว.สรชาติ ที่ชื่อว่า ภัณนิภา ผาสุข เพื่อนำเงินนี้ไปกระจายให้คนอื่นต่อ
“เราค้นพบว่ามีเส้นทางการเงินจาก 2 บัญชีของสรชาติที่ต่างธนาคาร บัญชีหนึ่งมีการโอนหลายยอดรวมเป็น 5 หมื่นกว่าบาท ส่วนอีกบัญชีมีการโอนหลายยอดรวมกันเป็น 5 แสนกว่าบาท แน่นอนว่าอาจไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในกระบวนการนี้ แต่มันก็บ่งชี้ว่าเป็นคนที่มีความใกล้ชิดกับสรชาติระดับหนึ่งถึงได้มีการโอนเงินถี่ขนาดนี้”
พริษฐ์กล่าวพร้อมบอกด้วยว่า ภัณนิภา ผาสุข ได้มีการโอนเงินให้ผู้สมัคร สว. ใน จ.หนองบัวลำภู อย่างน้อย 7 คน
ตามการรายงานของกรุงเทพธุรกิจ วันนี้ (27 ก.ค.) ทางด้าน สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีที่พยานคดีโกงเลือก สว. เปิดข้อมูลว่ามีส่วนร่วมขบวนการที่ทำให้การเลือก สว. ไม่เป็นไปตามกฎหมายและพบเส้นเงินเกี่ยวข้องว่า ในส่วนพยานที่ออกมาให้ข้อมูลคือ นายสนั่นชัย ช่วยอุดมวิจิตร ซึ่งเคยเป็นผู้สมัคร สว. และ เคยเป็นอดีตผู้ช่วยประจำตัวของตนจริง เพราะก่อนหน้านั้นตนมองว่านายสนั่นชัยที่รู้จักกับคนจำนวนมากในพื้นที่จะช่วยงานได้ แต่หลังจากที่แต่งตั้งแล้ว พบว่านายสนั่นชัยไม่มาทำงาน ตนจึงปลดออก ส่วนที่นายสนั่นชัยระบุว่ามีเงินเดือนส่วนที่ต้องส่งคืน และโอนเงินคืนเข้าบัญชีของนางพรรณิภา ผาสุข นั้นเป็นเพราะนายสนั่นชัยเคยยืมเงินจากนางพรรณิภา
สรชาติ กล่าวต่อว่านางพรรณิภา ไม่ใช่ภรรยาของตน เป็นเพียงผู้ช่วยหาเสียงของตนเมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. แต่เมื่อลงสมัครสว. จึงไม่เกี่ยวข้องกัน การพยายามโยงข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับตนเพื่อให้สังคมเห็นว่าตนมีส่วนทำให้เกิดการฮั้วสว. นั้นไม่เป็นความจริง เป็นการกล่าวร้าย ซึ่งก่อนหน้านี้ตนได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายสนั่นชัยในกรณีแจ้งเท็จที่ สภ.อ.หนองบัวลำภูแล้ว และจากนี้ตนอยู่ระหว่างพิจารณาข้อมูล และคลิปที่นายสนั่นชัยออกมาพูด เพื่อฟ้องหมิ่นประมาทต่อไป
สรชาติ ยังกล่าวต่อว่าตนไม่ใช่ผู้จัดตั้งขบวนการฮั้วสว. ตามที่นายสนั่นชัยกล่าวอ้าง เพราะตอนที่มาสมัครนั้นไม่มีกลุ่มไม่มีจัดตั้งใดๆ และเหตุที่ตนรู้จักกับนายสนั่นชัยได้ เป็นเพราะนายสนั่นชัยที่ทำงานให้กับ ผู้สมัคร สว. ที่ชื่อ “อาจารย์ละเอียด” ซึ่งเป็นผู้ที่รวบรวมและจัดตั้งกลุ่มผู้สมัครสว.
“เดิมผมจะไม่ลงสมัคร สว. แล้ว เพราะที่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู มีการจัดคนลงสมัครแค่ละกลุ่ม แต่ที่ผมลงสมัครในกลุ่ม 13 เพราะในสาขาวิทยาศาสตร์มีผู้สมัครจำนวนน้อย จึงเชื่อว่าจะไม่ถูกบล็อกโหวต และมีโอกาสที่จะได้รับเลือก โดยระดับอำเภอ ผมได้แค่ 2 คะแนนแม้ว่าจะมีคนรู้จักมาก ส่วนระดับจังหวัดผมได้ 3 คะแนน เป็นอันดับสอง หากผมเป็นหัวขบวนจัดตั้งต้องได้คะแนนเยอะกว่านี้ แต่ผมเป็นผู้สมัคร สว.ที่มาโดยอิสระตั้งแต่ต้น แต่ลอดเข่งปลาทูเข้ามาได้” นายสรชาติ กล่าว
‘พริษฐ์’ กาง 5 ขั้นตอน ขบวนการโกง สว.
ฝากคำถามถึง 5 นักการเมือง
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ถึงคดีโกง สว. ระบุว่า คำถามให้ผู้ถูกกล่าวหา นายกฯ รองนายกฯ รัฐมนตรี นักการเมือง ชี้แจงต่อสาธารณะ เรื่องคดีโกง สว. โดยวันนี้เป็นวันจันทร์ เชื่อว่าสื่อมวลชนอาจได้มีโอกาสเจอบุคคลหลายคนที่เป็นนักการเมืองและถูกกล่าวหาหรือถูกตั้งคำถามเรื่องคดีโกง สว. เลยขอสรุปคำถามที่ได้ตั้งไว้สำหรับแต่ละท่านในงานวิปฝ่ายค้านเมื่อวานเผื่อเป็นประโยชน์
จากข้อมูลที่รวบรวมมาจากหลายภาคส่วน การทำงานของ “ขบวนการโกง สว.”แบ่งออกเป็น 5 ฉากหรือขั้นตอนสำคัญ
- วางแผน (ก่อน พ.ค. 2567)
- จัดตั้ง-จ้างคนมาสมัครให้ผ่านระดับอำเภอ-จังหวัด (พ.ค.-มิ.ย. 2567)
- การรวมพลตามศูนย์ทำโพย (24-25 มิ.ย. 2567)
- การใช้โพยใบสั่งในวันเลือกระดับประเทศ (26 มิ.ย. 2567)
- การปฐมนิเทศ สว.ใหม่ (ก.ค. 2567)
ในช่วงท้ายของงานเสวนาเมื่อวานนี้ พริษฐ์ได้ฝากคำถามให้สื่อมวลชนไปถามผู้ถูกกล่าวหา 5 คน โดยพริษฐ์ยอมรับว่าแม้ข้อมูลที่ได้กล่าวไปยังคงมีสถานะเป็นข้อกล่าวหา แต่ด้วยความสอดรับกันของข้อมูลหลายส่วน ทั้งที่เปิดเผยและยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ตนจึงเห็นว่ามีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวมีมูล ดังนั้น หวังว่าผู้ถูกกล่าวหา โดยเฉพาะผู้ที่มีสถานะเป็นผู้มีอำนาจรัฐ จะชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อสาธารณะอย่างตรงไปตรงมา
อนุทิน (นายกฯ)
- ในวันที่ 21&27 ก.ค. 2567 (หรือใกล้เคียง)
- ได้ไปที่โรงแรมพูลแมนหรือไม่
- หากไป ได้ประชุมร่วมกับ สว. หรือไม่
- หากประชุม ได้ประชุมเรื่องอะไร
ทรงศักดิ์ (รองนายกฯ)
- ในช่วงการเลือก สว. (พ.ค.-มิ.ย. 2567)
- รู้จักนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม หรือไม่ ?
- หากรู้จัก ได้โทรติดต่อพูดคุยกันหรือไม่
- หากคุยกัน ได้คุยกันเรื่อง สว. หรือไม่
สุขสมรวย (รมต.สำนักนายกฯ)
- ในช่วงการเลือก สว. (พ.ค.-มิ.ย.2567)
- เคยคุยโทรศัพท์กับกุสุมาวตี หรือไม่
- ได้คุยกับใครในกิจกรรมให้ไปสมัคร สว.หรือไม่
- เคยให้ทีมงานโอนเงินให้ผู้สมัคร สว.หรือไม่
ศุภชัย โพธิ์สุ (อดีตประธานสภาฯ)
- ในช่วง 24-25 มิ.ย. 2567 (ก่อนเลือกระดับประเทศ)
- ได้ไปโรงแรมกรุงศรีริเวอร์ หรือไม่
- หากไป ได้ประชุมกับผู้สมัคร สว.หรือไม่
- หากประชุม มีการเสนอเงิน-ตำแหน่ง จริงหรือไม่
สมเกียรติ เลียงประสิทธิ์ (บิดาของ รมช.มหาดไทย)
ในช่วง 24-25 มิ.ย. 2567 (ก่อนเลือกระดับประเทศ)
- ได้ไปโรงแรมธาราแกรนด์ หรือไม่
- หากไป ได้ประชุมกับผู้สมัคร สว.หรือไม่
- ได้มีการเสนอเงินหรือไม่ และมีการอ้างถึงสถาบันฯ หรือไม่
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
