องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เผชิญภาวะเงินสดขาดมือจากประเทศสมาชิกค้างชำระเงินสมทบรวม 368 ล้านฟรังก์สวิส ณ 17 กรกฎาคม 2026 โดยสหรัฐฯ ผู้จ่ายรายใหญ่ที่สุดค้างอยู่ 257 ล้านฟรังก์สวิสและมีแผนไม่จ่ายในปีงบประมาณถัดไป ILO เสนอแผนปฏิรูปลดรายจ่าย 116.3 ล้านดอลลาร์ภายในรอบ 2028-29 ตัดตำแหน่งงานราว 120 ตำแหน่ง พร้อมถอนการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เป็นรองผู้อำนวยการใหญ่ ล่าสุดสเปนเสนอชื่อรัฐมนตรีแรงงานลงชิงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่กับผู้ดำรงตำแหน่งเดิมในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2026
- ณ 17 กรกฎาคม 2026 ประเทศสมาชิก ILO ค้างชำระเงินสมทบรวม 368 ล้านฟรังก์สวิส โดยสหรัฐฯ ผู้จ่ายรายใหญ่ที่สุดค้างอยู่ 257 ล้านฟรังก์สวิส และแจ้งแผนไม่ชำระเงินสมทบในปีงบประมาณถัดไป ทำเนียบขาวยังสนับสนุนร่างงบประมาณที่ตัดเงินสนับสนุนองค์การระหว่างประเทศหลายแห่งรวมถึง ILO
- ILO เสนอแผนปฏิรูป 3 เสาหลัก ตั้งเป้าลดรายจ่าย 116.3 ล้านดอลลาร์ภายในรอบ 2028-29 ผ่านการตัดตำแหน่งงานราว 120 ตำแหน่ง ยกเลิกงานด้าน HIV เอดส์เฉพาะทาง ยุติการให้บริการด้านมนุษยธรรมโดยตรง และพิจารณาย้ายสำนักงานภูมิภาคบางแห่ง โดยยืนยันว่าสำนักงานใหญ่จะยังอยู่ที่เจนีวา
- เมื่อ 1 มิถุนายน 2026 ILO ถอนการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เป็นรองผู้อำนวยการใหญ่เนื่องจากความล่าช้าในการชำระเงิน ขณะที่สเปนเสนอชื่อรัฐมนตรีแรงงาน 'โยลันดา ดิอาซ' ท้าชิงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่กับ 'กิลแบร์ อุงโบ' ผู้ดำรงตำแหน่งเดิมจากโตโกในการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2026 ท่ามกลางปัญหาสภาพคล่องที่ลุกลามทั่วทั้งระบบ UN

อาคารสำนักงานใหญ่ขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization - ILO) ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ | ภาพจาก: U.S. Mission Geneva/Eric Bridiers
องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) ซึ่งก่อตั้งเมื่อ 1919 และมีประเทศสมาชิก 187 ประเทศ อยู่ในภาวะที่รายรับจากเงินสมทบตามข้อผูกพันเข้ามาไม่ตรงตามกำหนดเป็นเวลาต่อเนื่อง จนต้องปรับลดขนาดองค์กร ระงับการรับสมัครงาน และทบทวนขอบเขตงานหลายด้านที่ดำเนินมานาน
เมื่อ 23 กรกฎาคม 2026 สเปนประกาศเสนอชื่อ 'โยลันดา ดิอาซ' (Yolanda Díaz) รัฐมนตรีแรงงาน ลงชิงตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ของ ILO ซึ่งจะทำให้เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งนี้หากได้รับเลือก ตามรายงานของสื่อ Reuters รัฐบาลสเปนระบุว่าการเสนอชื่อครั้งนี้สะท้อนผลงานด้านการปฏิรูปแรงงานของดิอาซ ซึ่งรวมถึงมาตรการที่ช่วยลดการจ้างงานชั่วคราวและทำให้ระดับการจ้างงานในสเปนสูงเป็นประวัติการณ์ พร้อมระบุว่าการปฏิรูปเหล่านั้นเกิดขึ้นผ่านการหารือทางสังคมและนำไปสู่ข้อตกลง 30 ฉบับ
ดิอาซก่อตั้งพรรคร่วมฝ่ายซ้าย Sumar เมื่อ 2023 และมีบทบาทในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ความสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจในสเปนเสื่อมถอยลงตามลำดับ และเธอยังไม่ได้ดำเนินการตามคำมั่นเรื่องการลดชั่วโมงทำงานต่อสัปดาห์ การเสนอชื่อครั้งนี้เป็นการท้าชิงตำแหน่งกับ 'กิลแบร์ อุงโบ' (Gilbert Houngbo) ผู้อำนวยการใหญ่คนปัจจุบันจากโตโก ซึ่งมีวาระสิ้นสุดใน 2027 โดยการเลือกตั้งกำหนดไว้ในเดือนพฤศจิกายน 2026
การเสนอชื่อเกิดขึ้นในช่วงที่ ILO อยู่ระหว่างดำเนินแผนปฏิรูปขนาดใหญ่ที่มีสาเหตุมาจากรายรับที่ไม่แน่นอน สื่อ Reuters รายงานว่าอุงโบถูกวิจารณ์จากเจ้าหน้าที่และประเทศสมาชิกเกี่ยวกับแผนปฏิรูปองค์กรและแนวทางรับมือกับปัญหาเงินสด
หนี้ค้างชำระและสถานะเงินสดของ ILO
ILO แจ้งต่อสื่อ Reuters ว่า ILO กำลังเผชิญสถานการณ์ทางการเงินและสภาพคล่องที่ยากลำบากเช่นเดียวกับระบบสหประชาชาติ (UN) โดยรวม อันเป็นผลจากการชำระเงินสมทบตามข้อผูกพันที่ล่าช้า ณ 17 กรกฎาคม 2026 ยอดเงินสมทบค้างชำระของประเทศสมาชิกทั้งหมดอยู่ที่ 368 ล้านฟรังก์สวิส องค์การระบุว่ายอดค้างชำระดังกล่าวส่งผลต่อกระแสเงินสด และกำลังติดต่อกับประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ชำระโดยเร็วที่สุด
สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินสมทบรายใหญ่ที่สุดมาเป็นเวลานาน ค้างชำระเงินสมทบและหนี้สะสมรวม 257 ล้านฟรังก์สวิส หรือราว 315 ล้านดอลลาร์ ณ วันเดียวกัน และได้แจ้งแผนที่จะไม่ชำระเงินสมทบให้ ILO ในปีงบประมาณถัดไป โดยเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2026 ทำเนียบขาวสนับสนุนร่างกฎหมายงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนกันยายน 2027 ซึ่งตัดเงินสนับสนุนของสหรัฐฯ ต่อองค์การระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมถึง ILO องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD)
สถานการณ์ในช่วงต้นปี 2026 รุนแรงกว่านี้ สื่อ Geneva Solutions รายงานว่า ILO แจ้งเมื่อ 24 เมษายน 2026 ว่าประเทศสมาชิกยังค้างชำระเกือบ 500 ล้านฟรังก์สวิส เทียบกับงบประมาณดำเนินงานขณะนั้นที่ 926 ล้านฟรังก์สวิส และสำหรับ 2026 กับ 2027 มีเงินสมทบตามงบประมาณอย่างน้อย 20% ที่ยังไม่ได้รับชำระ
รายงานชิ้นเดียวกันระบุว่าราว 70 ประเทศ รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส บราซิล และรัสเซีย ชำระเงินสมทบครบถ้วนแล้ว อีก 14 ประเทศชำระบางส่วน โดยเยอรมนีมียอดขาดมากที่สุดในกลุ่มนี้ด้วยการชำระ 10.8 ล้านฟรังก์สวิส ซึ่งเท่ากับครึ่งหนึ่งของภาระที่ต้องจ่าย ส่วนอีกกลุ่มราว 100 ประเทศยังไม่ได้ชำระเลย ในจำนวนนี้มีอาร์เจนตินา จีน อิตาลี ญี่ปุ่น สเปน อิหร่าน เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกา
เอกสารที่สำนักงานแรงงานระหว่างประเทศเสนอต่อคณะประศาสน์การเมื่อ 2 มีนาคม 2026 ให้ภาพด้านบัญชีเพิ่มเติม งบประมาณปกติที่ได้รับอนุมัติสำหรับรอบ 2024–25 อยู่ที่ 879.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่รายจ่ายรวมอยู่ที่ 833.5 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาดังกล่าวสำนักงานได้รับเงิน 787.8 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นเงินสมทบของรอบงบประมาณ 661.3 ล้านดอลลาร์ และการชำระหนี้ค้าง 126.5 ล้านดอลลาร์ หลังการปรับมูลค่าและการคืนเงินที่ใช้ชดเชยการขาดดุลก่อนหน้า สำนักงานมีการขาดดุลสุทธิ 53.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งใช้กองทุนหมุนเวียนและการกู้ยืมภายในมาชดเชย และต้องได้รับคืนจากการชำระหนี้ค้างของประเทศสมาชิก
เอกสารระบุด้วยว่า ณ 13 กุมภาพันธ์ 2026 สำนักงานได้รับหรือบันทึกเป็นรายรับแล้ว 95.9 ล้านฟรังก์สวิส ซึ่งรวมหนี้ค้าง 3.6 ล้านฟรังก์สวิส คิดเป็น 25.1% ของเงินสมทบที่ประเมินไว้สำหรับ 2026 โดยค่าเฉลี่ยของระดับเงินสมทบที่เก็บได้ภายในสิ้นเดือนมกราคมในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 22.3%
แผนปฏิรูปและเป้าหมายลดรายจ่าย 116.3 ล้านดอลลาร์
เอกสารฉบับเดียวกันเสนอมาตรการที่หากดำเนินการรวมกันจะลดรายจ่ายได้ถึง 12.5% ของรายจ่ายที่วางแผนไว้ หรือราว 116.3 ล้านดอลลาร์ในค่าเงินดอลลาร์คงที่ ภายในรอบ 2028–29 ส่วนในรอบ 2026–27 ตั้งเป้าลดรายจ่ายราว 82.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 9% ของรายจ่าย ผ่านการควบคุมการรับสมัครงานและรายจ่ายที่ไม่ใช่ค่าบุคลากรอย่างเข้มงวด รวมถึงการเริ่มดำเนินมาตรการปฏิรูป ตลอดสองรอบงบประมาณจะมีการลดตำแหน่งงานราว 120 ตำแหน่ง ผ่านการยุติสัญญาโดยความตกลง การลาออกตามธรรมชาติ และการเลิกจ้างโดยไม่สมัครใจซึ่งจะใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย
การปฏิรูปแบ่งเป็น 3 เสาหลัก ได้แก่ การจัดลำดับความสำคัญใหม่พร้อมการปรับโครงสร้างสำนักงาน การเสริมกำลังด้านวิชาการในภูมิภาค และงานด้านการวางแผนเชิงกลยุทธ์ บริการสนับสนุน กับโครงสร้างพื้นฐานของสำนักงาน โดยเสาแรกคาดว่าจะลดรายจ่ายได้ 37.3 ล้านดอลลาร์ในรอบ 2026–27 และ 49.0 ล้านดอลลาร์ในรอบ 2028–29
การจัดลำดับความสำคัญใหม่มีผลต่อขอบเขตงานหลายด้าน ILO จะไม่ดำเนินการให้บริการด้านมนุษยธรรมโดยตรง และจำกัดบทบาทในบริบทวิกฤตไว้ที่การป้องกัน การฟื้นฟู และการบูรณะ ผ่านการให้คำแนะนำเชิงนโยบาย การเสริมสร้างขีดความสามารถของสถาบัน ระบบคุ้มครองทางสังคม และการหารือทางสังคม งานด้านการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรมจะจำกัดอยู่ที่ผลกระทบต่อแรงงานและสถานประกอบการ ไม่ครอบคลุมการจัดการสิ่งแวดล้อมหรือการให้บริการด้านการปรับตัว ส่วนโครงการลงทุนที่เน้นการจ้างงาน (Employment Intensive Investment Programme: EIIP) จะปรับไปเน้นการสนับสนุนเชิงนโยบายต้นน้ำและการเสริมสร้างสถาบัน โดยลดการดำเนินโครงการระดับจุลภาคลงเหลือเฉพาะประเทศที่จำเป็นที่สุด
เอกสารระบุด้วยว่า ILO จะยุติโครงการการเงินเพื่อสังคมที่ดำเนินการแบบเดี่ยว และจะไม่ให้บริการทางการเงิน โดยหันไปใช้ภาคการเงินเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายเพื่อผลลัพธ์ด้านงานที่มีคุณค่า งานเฉพาะทางเรื่อง HIV และเอดส์จะถูกยกเลิกและนำไปรวมกับวาระการไม่เลือกปฏิบัติในวงกว้าง โดยให้เหตุผลว่าเงินสนับสนุนสำหรับโครงการเฉพาะโรคลดลงต่อเนื่อง และมีแผนยุติการดำเนินงานของ UNAIDS ภายใต้กระบวนการริเริ่ม UN80 (UN80 Initiative)
มาตรการอื่นรวมถึงการลดการประชุมภาควิชาชีพตามข้อบังคับลง 2 การประชุมจากทั้งหมด 8 การประชุมเป็นการชั่วคราว การระงับการประชุมภาควิชาชีพระดับภูมิภาค การยกเลิกสารานุกรมความปลอดภัยและอาชีวอนามัยฉบับสากล การรวมรายงานเรือธงให้อยู่ภายใต้แบรนด์เดียว และการเผยแพร่ประมาณการแรงงานข้ามชาติระดับโลกทุก 4 ปีแทนทุก 3 ปี ในด้านงบประมาณมีการลดกองทุนความร่วมมือทางวิชาการจากงบประมาณปกติ (Regular Budget Technical Cooperation: RBTC) ลง 30% ลดงบประมาณที่ไม่ใช่ค่าบุคลากรลง 20% ถึง 30% และลดกองทุนพัฒนาบุคลากรลงครึ่งหนึ่ง
ด้านสถานที่ตั้ง สำนักงานอยู่ระหว่างเตรียมการย้ายสำนักงานภูมิภาคสำหรับรัฐอาหรับและสำนักงานภูมิภาคสำหรับยุโรปและเอเชียกลาง โดยมี 9 ประเทศแสดงความสนใจเป็นเจ้าภาพ ได้แก่ เบลเยียม เดนมาร์ก กาตาร์ ฮังการี อิตาลี คาซัคสถาน รวันดา โปรตุเกส และสเปน เอกสารประเมินว่าการย้ายสำนักงานภูมิภาคสำหรับรัฐอาหรับจากเบรุตไปโดฮาจะให้ผลประหยัดสุทธิ 0.5 ล้านดอลลาร์ในรอบ 2026–27 อย่างไรก็ตาม สำนักงานเสนอให้ระงับการย้ายหน่วยงานอื่นออกจากเจนีวาไว้ก่อน เนื่องจากเป็นประเด็นที่สมาชิกคณะประศาสน์การมีความเห็นแตกต่างกันมากที่สุด และยืนยันว่าสำนักงานใหญ่จะยังคงอยู่ที่เจนีวา
ที่สำนักงานใหญ่ในเจนีวา สำนักงานได้ปรับการใช้พื้นที่จนว่างเพิ่มขึ้น 2 ชั้น และคาดว่าจะมีรายได้จากการให้เช่าสูงสุด 2.7 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยมีผู้แทนจาก UNESCO สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และศูนย์การค้าระหว่างประเทศ (International Trade Centre: ITC) เข้าดูพื้นที่แล้ว
การถอนการแต่งตั้งรองผู้อำนวยการใหญ่และมาตรการฉุกเฉิน
เมื่อ 1 มิถุนายน 2026 ILO แจ้งสื่อ Reuters ว่าได้ถอนการแต่งตั้ง เชิง ลี่ (Sheng Li) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการใหญ่ เนื่องจากความล่าช้าในการชำระเงินของสหรัฐฯ ILO ระบุว่าลี่จะไม่เข้ารับตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม 2026 ตามที่กำหนดไว้เดิม และระบุด้วยว่าการตัดสินใจนี้ไม่กระทบต่อความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะชำระหนี้ค้างและกลับสู่สถานะผู้จ่ายเงินสมทบตามข้อผูกพันรายใหญ่ที่สุด
ลี่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือนเมษายน 2026 หลังความล่าช้าหลายเดือน และหลังจากที่ เนลส์ นอร์ดควิสต์ (Nels Nordquist) อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ถอนตัวจากตำแหน่ง โดยสหรัฐฯ เป็นผู้ถือตำแหน่งรองผู้อำนวยการใหญ่มาโดยตลอดในฐานะผู้จ่ายเงินสมทบ 22% ของงบประมาณ ILO กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ไม่ได้ตอบคำขอความเห็นของสื่อ Reuters ในทันที
นักการทูต 3 รายให้ข้อมูลกับสื่อ Reuters ว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาถูกขอให้ชำระเงินสมทบที่ค้างอยู่อย่างน้อย 50 ล้านดอลลาร์ นักการทูตรายหนึ่งอธิบายว่าผู้อำนวยการใหญ่กำหนดวันที่ให้ชำระ และเรียกลักษณะดังกล่าวว่าเป็นคำขาด ขณะที่ ILO แจ้งสื่อ Reuters ว่าไม่ได้ยื่นคำขาด
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งกล่าวกับสื่อ Reuters ว่าองค์การเผชิญความไม่แน่นอนอย่างมาก และระบุว่าหากประเทศสมาชิกรวมถึงสหรัฐฯ ไม่ชำระหนี้ค้างภายในเดือนกันยายน 2026 ILO จะมีช่องว่างสภาพคล่อง 27 ล้านฟรังก์สวิส ซึ่งจะนำไปสู่การใช้มาตรการฉุกเฉิน และภายในเดือนมกราคมอาจมีการตัดตำแหน่งงาน 120 ตำแหน่ง องค์การได้ระงับการรับสมัครงานและการเดินทางที่ไม่จำเป็นของเจ้าหน้าที่ไปแล้ว และยังไม่ได้ระบุว่าการปรับลดจะกระทบการดำเนินงานในระยะยาวอย่างไร
ก่อนหน้านั้น สื่อ Geneva Solutions รายงานว่าคณะประศาสน์การได้พิจารณาสถานการณ์สมมติ 2 แบบเมื่อเดือนมีนาคม 2026 แบบแรกตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ารายรับเป็นไปตามแนวโน้มปกติ มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเดินหน้ากระบวนการปฏิรูปในช่วง 18 เดือนถัดไป โดยตั้งเป้าลดรายจ่ายด้านโครงการ 82.5 ล้านฟรังก์สวิส และอาจตัดตำแหน่งงาน 120 ตำแหน่ง แบบที่สองตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ารายรับขาดหายจริง จะเร่งลดรายจ่ายให้ได้ 186 ล้านฟรังก์สวิส โดย 60% มาจากการลดจำนวนบุคลากร ซึ่งเท่ากับ 21% ของกำลังคนทั้งหมด รายงานระบุว่ามาตรการในกลุ่มนี้รวมถึงการตัดตำแหน่งงานที่สำนักงานใหญ่ในเจนีวาสูงสุด 350 ตำแหน่งจากราว 1,600 ตำแหน่ง
ณ เดือนกรกฎาคม 2025 ILO มีบุคลากรทั่วโลกราว 3,650 คน และในช่วงต้นปี 2025 องค์การได้ลดบุคลากรไปแล้วราว 190 คน พร้อมโยกย้ายอีก 92 คนไปทำหน้าที่อื่น สื่อ Geneva Solutions รายงานด้วยว่าจำนวนบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศในสวิตเซอร์แลนด์ลดลง 8.3% ณ 31 มีนาคม 2026 โดยมีผู้สูญเสียสถานะการพำนัก 2,133 คน ตามข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปีก่อนหน้า ทางการเจนีวาและมูลนิธิฮันส์ วิลส์ดอร์ฟ (Hans Wilsdorf Foundation) ได้จัดตั้งมูลนิธิเพื่อการปรับตัวขององค์การระหว่างประเทศในเจนีวา (Fagi) ด้วยงบประมาณ 50 ล้านฟรังก์สวิส เพื่อสนับสนุนองค์การระหว่างประเทศและองค์กรพัฒนาเอกชนในช่วงที่มีข้อจำกัดทางการเงิน
ปัญหาสภาพคล่องของระบบสหประชาชาติและการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2026
สถานการณ์ของ ILO เกิดขึ้นควบคู่กับปัญหาสภาพคล่องของ UN โดยรวม สื่อ PassBlue รายงานเมื่อ 14 มิถุนายน 2026 ว่าเลขาธิการ อันโตนิโอ กูเตอร์เรส (António Guterres) เตือนถึงสถานการณ์ที่องค์การอาจไม่มีเงินสดพอดำเนินงาน โดยเมื่อเดือนตุลาคม 2025 เขาเสนองบประมาณ 2026 ที่ลดลงราว 15% จากปีก่อนหน้า และใช้คำว่าการแข่งขันไปสู่ภาวะล้มละลายในการอธิบายสถานการณ์ ต่อมาเขาแจ้งประเทศสมาชิกเป็นลายลักษณ์อักษรว่าองค์การมีความเสี่ยงที่จะล่มสลายทางการเงินในระยะอันใกล้ และอาจไม่มีเงินสดภายในเดือนกรกฎาคม 2026 ขณะที่สื่อ Wall Street Journal รายงานว่าจุดดังกล่าวอาจอยู่ที่เดือนสิงหาคม 2026
มีเพียง 55 ประเทศ หรือ 28.5% จากทั้งหมด 193 ประเทศ ที่ชำระเงินสมทบครบถ้วนภายใน 30 วันตามข้อกำหนด หรือภายใน 8 กุมภาพันธ์ 2026 ณ 30 เมษายน 2026 เงินสมทบค้างชำระของงบประมาณปกติอยู่ที่ราว 2.8 พันล้านดอลลาร์ และของปฏิบัติการรักษาสันติภาพอยู่ที่ราว 3.5 พันล้านดอลลาร์ แคเธอรีน พอลลาร์ด (Catherine Pollard) รองเลขาธิการด้านกลยุทธ์การบริหาร นโยบาย และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ระบุเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ว่า ILO เริ่มต้นปีโดยไม่มีเงินสดสำรอง และได้ใช้กองทุนหมุนเวียนกับบัญชีพิเศษจนหมด
กูเตอร์เรสเสนอให้ปฏิรูปหรือระงับระบบคืนเครดิตซึ่งกำหนดขึ้นในทศวรรษ 1960 ระบบนี้กำหนดให้องค์การคืนเงินที่ใช้ไม่หมดหรือเก็บไม่ได้ให้ประเทศสมาชิกในรูปเครดิตเพื่อนำไปหักกับเงินสมทบงวดถัดไป โดยสื่อ PassBlue อธิบายว่าองค์การคืนเงินที่ไม่เคยได้รับจริงจากประเทศที่ค้างชำระด้วย เครดิตจะถูกจัดสรรให้ทุกประเทศสมาชิกรวมถึงประเทศที่ไม่ได้จ่าย ทำให้งบประมาณของปีถัดไปลดลงทางด้านรายรับทันทีในขณะที่ภาระงานยังคงเดิม ใน 2026 มีการคืนงบประมาณปกติของ 2025 เป็นเครดิต 9.3% และหากอัตราการค้างชำระยังเป็นเช่นนี้ ตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 13% ในปีถัดไป โดยหากไม่มีการดำเนินการ องค์การอาจต้องคืนเครดิตราว 1.3 พันล้านดอลลาร์ใน 2027 ในส่วนของงบประมาณปกติและงบรักษาสันติภาพ
ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้รับการยอมรับจากประเทศสมาชิกทั้งหมด กลุ่ม 77 (Group of 77: G77) และจีนเสนอให้ทดลอง 3 ปีโดยเริ่มจากรอบการเงินปัจจุบัน พร้อมเสนอให้จำแนกเครดิตเพื่อแยกส่วนที่เกิดจากการไม่ชำระเงินออกจากสาเหตุอื่น และให้ระงับการคืนเครดิตในส่วนที่เกิดจากการไม่ชำระเงินสมทบ ขณะที่สหรัฐอเมริกาเสนอให้ทดลอง 5 ปี ส่วนรัสเซียเสนอให้เลขาธิการจำกัดการรับสมัครและแต่งตั้งบุคคลสัญชาติของประเทศที่ค้างชำระเกินหนึ่งรอบงบประมาณ รวมถึงระงับการจ่ายเงินและจำกัดสัญญาใหม่กับผู้ให้บริการที่จดทะเบียนในประเทศเหล่านั้น
ด้านท่าทีของสหรัฐฯ รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) ให้การต่อรัฐสภาเมื่อ 3 มิถุนายน 2026 ว่าสหประชาชาติจำเป็นต้องปฏิรูปต่อไป และรัฐบาลตั้งใจใช้ค่าธรรมเนียมที่องค์การระบุว่าสหรัฐฯ ค้างชำระเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อการปฏิรูปดังกล่าว โดยไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าต้องการการปฏิรูปในเรื่องใด
สำหรับการเลือกตั้งผู้อำนวยการใหญ่ ILO ในเดือนพฤศจิกายน 2026 นักการทูตอาวุโสรายหนึ่งให้ข้อมูลกับสื่อ Reuters ว่าการลงสมัครของดิอาซจะได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศในยุโรป ขณะที่นักการทูตอีกรายระบุว่าบางประเทศอาจไม่ต้องการสร้างความไม่พอใจให้กลุ่มแอฟริกาด้วยการสนับสนุนผู้ท้าชิงอุงโบ และกล่าวว่าหลายประเทศจะพิจารณาว่าไม่คุ้มที่จะเสี่ยง
ที่มา:
The ILO in a changing multilateral environment: Towards better effectiveness and efficiency, GB.356/INS/7 (International Labour Office, 2 March 2026)
ILO considers large-scale layoffs as member states fail to pay dues (Marc Guéniat, Geneva Solutions, 29 April 2026)
UN labour agency freezes US official's appointment over unpaid dues (Olivia Le Poidevin, Emma Farge, Reuters, 1 June 2026)
The UN Chief's Plan to Ease the Organization's Cash Crunch (Damilola Banjo, PassBlue, 14 June 2026)
Spanish minister enters race to lead UN labour agency, amid US funding concerns (Olivia Le Poidevin, Emma Farge, Reuters, 23 July 2026)
