ครม. มีมติให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ สถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา 30 วัน ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไว้ทุกข์ 1 ปี สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม - ขอความร่วมมือสถานบันเทิงและสถานบริการต่าง ๆ งดหรือลดกิจกรรม เพื่อความบันเทิง ตามความเหมาะสม เป็นระยะเวลา 30 วัน
25 ตุลาคม 2569 Thai PBS รายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้คณะรัฐมนตรีจะประชุมเพื่อเตรียมงานพระราชพิธีอย่างสมพระเกียรติ ซึ่งจะเตรียมการทุกอย่างให้เรียบร้อย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกหลังสำนักพระราชวังประกาศว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต นายอนุทิน ถึงกับเงียบไประยะหนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “เป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะให้สัมภาษณ์ นายกรัฐมนตรี มีสีหน้าโศกเศร้า และดวงตาแดงก่ำ
นายอนุทิน กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษว่า พระราชกรณียกิจนานัปการที่พระองค์ท่านได้ทรงปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของประเทศในทุกๆ ด้าน ถือเป็นแบบอย่างในการเสียสละ ความเมตตา ความห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทย ในฐานะนายกฯ จึงขอเชิญทุกท่านแสดงความอาลัย น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขอให้พวกเราตั้งใจทำงานถวายด้วยความมุ่งมั่นซื่อสัตย์ และเสียสละ เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน เพื่อให้ประเทศไทยเจริญก้าวหน้า เพื่อความสถาพร และให้ประชาชนชาวไทยมีความสุข และเกิดความเจริญมั่นคงต่อประเทศชาติ จากนั้น คณะรัฐมนตรี ได้ยืนขึ้นสงบนิ่ง เพื่อถวายความอาลัย
ครม. เห็นชอบตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต
สำนักข่าวไทย รายงานว่า นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ความว่า
ตามที่ได้มีประกาศสํานักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคต ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2568 นั้น รัฐบาลได้รับทราบด้วยความโทมนัสอย่างยิ่ง จึงเห็นสมควรประกาศ ดังต่อไปนี้
1. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป
2. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
ทั้งนี้ ขอความร่วมมือสถานบันเทิงและสถานบริการต่าง ๆ งดหรือลดกิจกรรม เพื่อความบันเทิง ตามความเหมาะสม เป็นระยะเวลา 30 วัน
เพื่อให้การดำเนินการจัดพระราชพิธีพระศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นไปอย่างสมพระเกียรติตามโบราณขัตติยราชประเพณี จึงให้มีการดำเนินการ ดังนี้
(1) เปิดให้ประชาชนเข้าถวายน้ำสรงพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ในวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม 2568 เวลา 08.00 น. ถึง เวลา 12.00 น. ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง
(2) มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการแต่งตั้ง คณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการและกราบบังคมทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นองค์ที่ปรึกษา รวมทั้งให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เช่น ฝ่ายอำนวยการจัดงานพระราชพิธี ฝ่ายจัดการพระราชพิธี ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้าง ราชรถ พระยานมาศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายรักษา ความปลอดภัย และแจ้งส่วนราชการให้จัดข้าราชการไปร่วมเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 100 วัน เป็นประจำทุกวัน
(3) มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรม (กรมศิลปากร) ดูแลรับผิดชอบในเรื่องรูปแบบ พิธีการและการจัดสร้างพระเมรุมาศ โดยขอรับพระราชวินิจฉัยจากองค์ที่ปรึกษาตามข้อ (2)
(4) มอบหมายให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดผลัดเวรเฝ้า ฯ ของคณะรัฐมนตรี ไปเฝ้า ฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมทุกวันตลอดระยะเวลาของพระราชพิธี
(5) มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครจัดกิจกรรม ถวายเป็นพระราชกุศลเพื่อให้ประชาชนร่วมในการถวายสักการะแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
(6) มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์รับไปดำเนินการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษด้วย
