Skip to main content
sharethis
ระบบอ่านออกเสียงนี้ ใช้ฟังก์ชั่น Web Speech API / JavaScript ในเบราว์เซอร์

ปรากฎการณ์ #นับใหม่ทั้งประเทศ เมื่อประชาชนเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่หลังพบความผิดปกติในหน่วยเลือกตั้ง

ภาพรวมการชุมนุมเรียกร้องให้ กกต.นับคะแนนใหม่

ประชาชนในหลายจังหวัดชุมนุมเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ หลังพบความผิดปกติในกระบวนการนับคะแนนเลือกตั้งสส. ในขณะที่แฮชแทค #นับใหม่ทั้งประเทศ และ #ชลบุรีเขต1 ติดเทรนด์ทวิตเตอร์ประเทศไทยตั้งแต่เมื่อ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีการเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศเพื่อความโปร่งใส

หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 ก.พ.) มีประชาชนในหลายจังหวัดออกมาชุมนุมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนใหม่เนื่องจากพบความผิดปกติระหว่างกระบวนการนับคะแนน เริ่มจากที่เขตเลือกตั้งที่ 7 ของจังหวัดปทุมธานี ประชาชนและนักศึกษาหลักร้อยคนปักหลักชุมนุมที่ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี อ. ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันอาทิตย์ (8 ก.พ.) จนถึงช่วงเช้าของวันจันทร์ (9 ก.พ.) เนื่องจากมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วย (กปน.) ไม่ยอมให้มีผู้สังเกตการณ์การนับคะแนน โดยตัวแทนนักศึกษาที่พยายามเข้าไปสังเกตการณ์ถูกเชิญออกจากพื้นที่ และมีการใช้ถุงดำคลุมกล้องวงจรปิดในหอประชุม เมื่อผู้สังเกตการณ์พยายามสอบถามและขอดูการนับคะแนน ก็พบว่าเจ้าหน้าที่นับคะแนนเสร็จสิ้นและปิดหีบไปแล้ว ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ และเกิดคำถามว่าทำไมจึงมีการนับคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักรโดยไม่มีพยาน ซึ่งกลุ่มนักศึกษาและประชาชนมองว่าไม่โปร่งใสและเป็นการละเมิดสิทธิ

หลังชุมนุมยืดเยื้อหลายชั่วโมง ผอ. กกต. จังหวัดเดินทางมาที่ มทร. ธัญบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดการเจรจากับตัวแทนประชาชนและได้ข้อสรุปว่าจะดำเนินการนับคะแนนทั้งหมดใหม่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ แต่พบว่าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้เดินทางกลับไปหมดแล้ว เจ้าหน้าที่จึงประกาศหาอาสาสมัคร 12 คน จากภาคประชาชนเพื่อทำการนับคะแนน โดยสื่อหลายรายงานว่าการนับคะแนนใหม่เสร็จสิ้นเมื่อเวลา 9.00 น.

กกต. แถลงในเวลาต่อมาว่า การนับคะแนนใหม่ของหน่วยเลือกตั้งดังกล่าวเป็นการนับคะแนนเลือกตั้งนอกเขตและนอกราชอาณาจักร หมายความว่าไม่ใช่เฉพาะคะแนนของหน่วยตรงนั้น ซึ่งเมื่อนับเสร็จก็จะนำมารวมกับภายในหน่วยด้วย แต่ผลการนับคะแนนไม่ต่างจากการนับคะแนนครั้งแรก

วันต่อมา (9 ก.พ.) เกิดการชุมนุมเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่เพิ่มอีกในสองจังหวัด ที่จังหวัดมหาสารคาม มีรายงานว่านิสิตนักศึกษาและประชาชนจำนวนหลักร้อยรวมตัวชุมนุมที่สำนักงาน กกต. เขต 1 ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม เพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่

สื่อหลายรายเช่น The Standard Mono29 และ ข่าวสด รายงานตรงกันว่า สาเหตุของการชุมนุมสืบเนื่องจากมีการพบความผิดปกติหลายประการในขั้นตอนการนับคะแนนและการจัดการหีบบัตรเลือกตั้ง เช่น ผลคะแนนรวมที่ไม่ตรงกับข้อมูลจากหน้าหน่วยเลือกตั้ง และมีร่องรอยการแก้ไขตัวเลขคะแนนบนบอร์ดประกาศ และพบว่าหีบบัตรเลือกตั้งบางใบไม่มีการรัดสายรัดพลาสติกตามระเบียบของ กกต. นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสงสัยว่าบัตรเลือกตั้งถูกเก็บไว้ที่ไหน เนื่องจากมีการให้ข้อมูลสับสนว่าอยู่ที่ศาลากลางจังหวัด หรือสำนักงาน กกต.จังหวัด ทำให้ผู้ชุมนุมมีความกังวลว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงบัตร

ต่อมา ผอ. กกต.จังหวัดมหาสารคามแจ้งผู้ชุมนุมว่าต้องให้ กกต. ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณาว่าจะนับคะแนนใหม่หรือไม่ เนื่องจากระดับพื้นที่ไม่มีอำนาจ ทำให้มวลชนบางส่วนปักหลักชุมนุมในพื้นที่จนถึงเช้าเพื่อจับตาการประชุมของ กกต. ที่มีขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (10 ก.พ.) และยังคงปักหลักชุมนุมจนถึงช่วงดึก

ในเวลาเดียวกัน เกิดการชุมนุมในจังหวัดชลบุรี เพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 ThaiPBS รายงานว่า ก่อนหน้านั้นมีกลุ่มนักศึกษาและประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางไปยังสำนักงาน กกต. จังหวัดชลบุรี เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 1 เนื่องจากพบพฤติการณ์ที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรมหลายประการ เช่น หน่วยเลือกตั้งบางหน่วยเกิดไฟดับระหว่างการนับคะแนน ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้เกิดการทุจริตได้ บางหน่วยพบว่ามี 'บัตรเขย่ง' หรือผลคะแนนไม่ตรงกับจำนวนบัตรที่ใช้จริง และการนับคะแนนในบางหน่วยดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอน

iLaw รายงานหลังจากนั้นว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 มีรายงานจากเพจต่างๆ ในจังหวัดชลบุรีว่าจะมีการนับคะแนนใหม่ แต่เมื่อประชาชนไปติดตามการนับคะแนนกลับได้รับแจ้งว่าไม่มีการนับคะแนนใหม่ จากนั้นจึงมีการติดตามหีบบัตรเลือกตั้งจนพบว่าหีบถูกนำมารวมไว้ที่สนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี ทำให้มีประชาชนจำนวนหลักร้อยเดินทางไปรวมตัวที่สนามแบดมินตันดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทันที โดยระหว่างนี้ได้พบว่าหีบบัตรเลือกตั้งมีการปิดผนึกที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบของ กกต. เนื่องจากไม่มีการใช้สายเคเบิลไทร์รัดและไม่มีการเซ็นชื่อกำกับ 

วรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี ได้มาพบประชาชน โดยตัวแทนฝั่งประชาชนแจ้งว่าต้องการให้นับคะแนนใหม่ตอนนั้นเลย เนื่องจากพบว่าหีบถูกเปิดไปแล้ว และไม่มีคำชี้แจง จึงไม่สบายใจว่าจะเอาหีบไปเก็บที่เดิมหรือต้องนับคะแนนใหม่ วรจักร แจ้งว่า กรณีนี้มีการส่งมอบหีบเสร็จแล้ว ซึ่งการจะให้นับคะแนนใหม่ต้องรายงานไปที่ กกต. ส่วนกลาง และให้ กกต.สั่งมาว่าจะเปิดหรือไม่เปิด โดยยืนยันว่านับคะแนนใหม่ทันทีไม่ได้ ด้านมนัสนันท์ วิทนา ผอ. กกต. จังหวัดชลบุรี ยืนยันว่าไม่สามารถนับคะแนนใหม่ได้ ทำได้เพียงรับเรื่องร้องเรียนเท่านั้น ประชาชนจึงแย้งว่าที่ปทุมธานีสามารถนับคะแนนใหม่ได้ แต่นายอำเภอระบุว่าที่ปทุมธานียังมีการนับคะแนนอยู่และมีการทักท้วงก่อนปิดหีบจึงสามารถนับคะแนนใหม่ได้ทันที

เวลา 22.00 ตัวแทน iLaw เข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ กกต. ว่าทำไมถึงมีการเปิดหีบบัตรเลือกตั้ง รวมถึงมีการเปิดผนึกและตัดสายเคเบิลไทร์ ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่าทำตามระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ยุบรวมหีบจากหน่วยต่างๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ในระเบียบระบุว่าจะต้องมีการปิดหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อ แต่พบว่าหลายหีบมีการปิดผนึกด้วยเทปกาวและไม่มีสายรัดที่ลงลายมือชื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้คำตอบว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

เวลา 1.30 ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้เดินทางมายังสนามแบดมินตัน เทศบาลเมืองชลบุรี โดยได้พบกับตัวแทนประชาชนซึ่งสอบถามว่าสามารถดำเนินการนับคะแนนใหม่ได้เลยหรือไม่ ร.ต.อ. ชนินทร์ ยืนยันว่าไม่สามารถนับคะแนนได้ทันที ต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดใหญ่เป็นผู้ตัดสินใจ ด้านตัวแทน iLaw สอบถามเกี่ยวกับกรณีที่เจ้าหน้าที่ทำการยุบรวมหีบ แต่ปิดผนึกด้วยเทปกาวเท่านั้น ซึ่ง ร.ต.อ.ชนินทร์ ตอบว่าให้รวบรวมหลักฐานและเสนอเรื่องเข้ามา

ต่อมา เวลา 2.30 มีผู้พบแบบขีดคะแนน สส.5/11 และ สส. 5/11 (บช) จำนวนหนึ่งอยู่ในตะกร้าในสนามแบดมินตันรวมกับขยะอื่นๆ จึงคลี่ออกดูและพบว่าเป็นแบบขีดคะแนนดังกล่าว แบบขีดคะแนนอีกใบถูกพบอยู่ในกองหีบบัตรเลือกตั้งจำนวนมากที่วางซ้อนทับกันอยู่ข้างสนาม นอกจากนี้ผู้สังเกตการณ์ยังพบว่าพบวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งวางทิ้งไว้ในสนามแบดมินตัน เช่น สายรัดสีฟ้าพร้อมลายมือชื่อที่ถูกตัด และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ประชาชนจะต้องลงลายมือชื่อก่อนรับบัตรลงคะแนน

กกต. แถลงเมื่อบ่ายวันอังคารที่ 10 ก.พ. ว่าจะให้เวลา กกต. จังหวัดชลบุรีสองวันในการรวมรวมข้อมูลก่อนจะตัดสินใจว่าจะนับคะแนนใหม่หรือไม่ ด้านผู้ชุมนุมยังคงปักหลักอยู่ที่สนามแบดมินตัน และจะมีการผลัดเวรกันเฝ้าหีบเลือกตั้ง 24 ชม.

ส่วนในเขตเลือกตั้งที่ 8 จังหวัดชลบุรี ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่ามีมวลชนไปรวมตัวกันที่บริเวณด้านหน้าที่ทำการอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี เมือช่วงบ่ายของวันจันทร์ที่ 9 ก.พ. พร้อมด้วย มนัสวิน จันทร์เจริญ ผู้สมัครสส. จากพรรคประชาชน และ ธนาธาร ประมูลพงษ์ ว่าที่สส. จังหวัดชลบุรี เขต 10 พรรคประชาชน เพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ รวมถึงขอคัดดูเอกสารรายงานผลการนับคะแนนเลือกตั้งซึ่งจะติดอยู่หน้าหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุงในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 8 และ คำไพร เหลาแสน ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ระบุว่าสิ่งที่เรียกร้องอยู่เหนืออำนาจของอำเภอ พร้อมแนะนำให้ผู้สมัครทำเรื่องไปถึง กกต.ส่วนกลาง

ล่าสุด วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครสส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกกต.จังหวัดชลบุรี ประธานหน่วยเลือกตั้งที่ 15 จังหวัดชลบุรี และ กกต.ทั้ง 7 คน ที่ สภ.เมืองชลบุรี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา และมาตรา 172 ของ พ.ร.ป. ป.ป.ช. และลงบันทึกประจำวันแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับกรณีที่อาจมีกลุ่มคนเข้ามาก่อเหตุวุ่นวายที่สนามแบดมินตัน ที่ยังมีมวลชนเฝ้าหีบบัตรเลือกตั้งอยู่

นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมเรียกร้องในจังหวัดอุบลราชธานี เขต 6 เมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 ก.พ. โดยประชาชนจากสามอำเภอเรียกร้องให้กกต.เปิดผลคะแนน หลังผ่านมากว่า 24 ชม. แล้วยังไม่มีการปิดประกาศผลเลือกตั้ง และมีการขนย้ายบัตรไปยังสำนักงาน กกต. จังหวัดอุบลราชธานีทั้งที่ยังไม่มีการประกาศคะแนนระดับเขตอย่างเป็นทางการ

ส่วนในจังหวัดจันทบุรี เมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 10 ก.พ. ประชาชนรวมตัวที่สำนักงาน กกต. จังหวัด เรียกร้องให้ระงับการประกาศผลและนับคะแนนใหม่ เนื่องจากระบบ ectreport69 ซึ่งเป็นระบบรายงานผลการเลือกตั้งของ กกต. แสดงยอดรวมการลงคะแนนมากกว่ายอดบัตรดีในพื้นที่ในเขตเลือกตั้งที่ 1 และ 2 และต่อมามีการปรับลดคะแนนของผู้สมัครหลายรายลงเพื่อให้สอดคล้องกับยอดบัตรดี ทำให้เกิดความกังวล ต่อมาผอ. กกต. จังหวัดรับหนังสือร้องเรียนพร้อมหลักฐานจากตัวแทนเครือข่าย โดยระบุว่าจะต้องส่งเรื่องให้ กกต. ส่วนกลางพิจารณาว่าจะนับคะแนนใหม่หรือไม่

ในจังหวัดลำปาง มติชนออนไลน์ รายงานว่ามีประชาชนเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขตเลือกตั้งที่ 2 และ 3 เนื่องจากมีบัตรเสียเป็นจำนวนมาก โดยมีกลุ่มประชาชนเข้าเรียกร้องกับ กกต. จังหวัดเนื่องจากมองว่าอาจจะเกิดความไม่โปร่งใสหรือความผิดพลาดในการนับคะแนนของแต่ละหน่วย โดยก่อนหน้านี้ สุวิภา กุศลจูง ผู้สมัครจากพรรคประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 2 ได้เข้าไปร้องเรียนกับทาง กกต. ลำปาง มาแล้ว และผอ. กกต. จังหวัดได้ให้ไปรวบรวมหลักฐานมายื่นให้กกต.จังหวัดลำปางเพื่อให้ส่งให้กกต. ส่วนกลางเป็นผู้พิจารณาสั่งนับคะแนนใหม่

อย่างไรก็ตาม ทองเนตร ดูใจ ผอ. กกต. จังหวัดลำปางชี้แจงว่าในอดีตก็มีบัตรเสียในปริมาณไม่ต่างกับการเลือกตั้งครั้งนี้มาก และการดำเนินการนับคะแนนในพื้นที่สิ้นสุดแล้ว กกต. จังหวัดไม่มีอำนาจในการสั่งนับคะแนนใหม่ ประชาชนสามารถรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้มีการตรวจสอบตามกระบวนการต่อไป

ในจังหวัดสุพรรณบุรี มติชนออนไลน์รายงานว่าเกิดการชุมนุมเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมาที่หน้าหอประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองสุพรรณบุรีเพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในทั้ง 5 เขต ต่อมา คมกริช ทิพย์สมบูรณ์ ผอ. กกต. จังหวัดสุพรรณบุรี นิรันดร์ บุญราช รองผอ. กกต. และจิตรติ รามเนตร ปลัดอาวุโส ได้เดินทางมารับเรื่องร้องเรียนต่างๆ พร้อมจะเสนอกกต.กลาง

ต่อมามีประชาชนทยอยมาที่หอประชุมเรื่อยๆ เพื่อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทันที จึงมีการนำหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษ ภ.จว. สุพรรณบุรี มาควบคุมสถานการณ์

ในกรุงเทพมหานคร มีมวลชนรวมตัวประท้วง กกต. ตามการนัดหมายของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่ชวนประชาชนออกมาแสดงพลังเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ ที่บริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ในช่วงเย็นวันที่ 10 ก.พ.

นอกจากการชุมนุมของประชาชนแล้ว ยังมีกรณีที่ผู้สมัครและพรรคการเมืองยื่นขอให้นับคะแนนใหม่เช่นกัน โดยพรรคประชาชนได้ดำเนินการยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ไปแล้วทั้งหมด 18 เขตคือ

  • ขอนแก่น เขต 3 ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง
  • ลำปาง เขต 2 สุวิภา กุศลจูง
  • สุราษฎร์ธานี เขต 1 รัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์
  • ชลบุรี เขต 1 วรท ศิริรักษ์
  • มหาสารคาม เขต 1 ธีระวัฒน์ พรรณะ
  • นครราชสีมา เขต 13 นาลันทา บุญชิต
  • ชัยนาท เขต 1 ทรงพล ภัทราภิรมย์
  • สมุทรปราการ เขต 6 วีรภัทร คันธะ
  • ตาก เขต 1 คริษฐ์ ปานเนียม
  • สระบุรี เขต 1 สรพัช ศรีปราชญ์
  • สุพรรณบุรี ยกจังหวัด
  • เขต 1 สมเกียรติ เสรีวิพุธ
  • เขต 2 นุศรา ศรีสังข์งาม
  • เขต 3 มงคล สุนทรวิภาต
  • เขต 4 ภิญโญ สุนทรวิภาต
  • เขต 5 สมเกียรติ กู้เกียรติภูมิ
  • นครราชสีมา เขต 2 ปิยชาติ รุจิพรวศิน
  • เชียงราย เขต 6 จุฬาลักษณ์ ขันสุธรรม
  • เชียงใหม่ เขต 6 อรพรรณ จันตาเรือง

ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ ผู้สมัคร สส. จังหวัดพิจิตร เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีคะแนนเป็นอันดับหนึ่งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวได้ยื่นขอนับคะแนนการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติในเขตเลือกตั้งที่ 1 ใหม่ทั้งหมด โดยระบุว่ามีการรายงานในสื่อโซเชียลว่ามี "บัตรเขย่ง" โดยมีคะแนนรวมเกินจำนวนผู้มาใช้สิทธิ 29,345 คน จึงต้องการให้มีการนับคะแนนใหม่เพื่อความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรม และเพื่อล้างข้อกังขาของประชาชน

สำหรับท่าทีของฝั่งพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย นำโดยจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) เผยว่า ทางพรรคเพื่อไทยได้มีการตั้งคณะทำงานหรือศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้งขึ้นมา และได้รับเรื่องร้องเรียนเป็นจำนวนมาก ทั้งจากประชาชน สส.ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และอีกหลายคน ทำให้พรรคเพื่อไทยมีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจุลพันธ์ ยืนยันด้วยว่าข้อมูลที่ได้รับมาอยู่บนพื้นฐานหลักฐาน และข้อเท็จจริง 

พรรคเพื่อไทย จึงมีข้อเรียกร้องไปยัง กกต. ผู้จัดและดูแลกระบวนการเลือกตั้ง คือ ประเด็นที่ 1 ขอให้ กกต.เร่งตรวจสอบการใช้เงินอย่างผิดปกติในหลายพื้นที่เลือกตั้ง รวมถึงกรณีที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่าพบการถอนเงินสดผิดปกติก่อนหน้านี้ อยากให้ทาง กกต.เร่งตรวจสอบว่ากรณีเหล่านี้มีความสุ่มเสี่ยงที่จะผิดเลือกตั้งหรือไม่ อย่างไร 

ต่อมา พรรคเพื่อไทย เผยว่าเนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีข้อร้องเรียนของประชาชนเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงอยากขอให้ กกต.เร่งตรวจสอบ ทั้งคดีที่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย พร้อมของกลาง โพย เงินสด หรือตัวบุคคลในหลายพื้นที่ ภายในกรอบระยะเวลาตามกฎหมายที่กำหนด 

ข้อสงสัยที่ 2 พรรคเพื่อไทย ขอให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา ในเรื่องการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงกดดันกระบวนการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ เช่น ในเรื่องของกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ของการใช้ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง 

ประเด็นที่ 3 คือเรื่องปัญหากระบวนการจัดการเลือกตั้งที่มีการร้องเรียนและถกเถียงในสังคมจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่ไม่เปิดเผยและขาดความโปร่งใส กรณีของ 'บัตรเขย่ง' ที่คะแนนของผู้สมัครมีจำนวนมากกว่าผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง การฉีกบัตรเลือกตั้งที่ผิดพลาดเป็นจำนวนมากกว่า 50 ใบ ความผิดปกติในเขตเลือกตั้งบางที่และขอนับใหม่ ปรากฏว่าคะแนนพลิกผันไปหลายหมื่นคะแนน คือจากแพ้เป็นชนะ และดุลยพินิจการตีความบัตรดีและบัตรเสียของ กปน. ซึ่งเรื่องนี้กระทบต่อความเชื่อมั่นของระบอบประชาธิไตย และอยากย้ำว่าเป้าหมายของพรรคเพื่อไทย คือความเป็นธรรม ไม่ใช่ความขัดแย้ง 

พรรคเพื่อไทยจึงขอให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อมูลและข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ และมีกระบวนการพิจารณาตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ในเขตที่มีปัญหา ซึ่งพรรคเพื่อไทยมองว่าถ้าทำได้ จะเป็นการดี เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียด 

"ถ้ามั่นใจว่าบริสุทธิ์ จะนับกี่ที ก็ไม่มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงเรื่องของผลลัพธ์จากการเลือกตั้งอยู่แล้ว หากมีข้อสงสัยก็มองว่ามันเป็นการดี หากตอบรับข้อเรียกร้องของประชาชนในแต่ละจุด เพื่อให้มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้พี่น้องประชาชนจะเกิดความสบายใจมากขึ้น" จุลพันธ์ กล่าว 

หลังจากนี้ พรรคเพื่อไทยจะมีการดำเนินการตรวจสอบ และติดตาม เพื่อปกป้องสิทธิและคะแนนเสียงของประชาชนทุกคะแนน อีกทั้ง ทางพรรคฯ ได้มอบหมายให้คณะทำงาน คือ "ศูนย์รับแจ้งเบาะแสการทุจริตเลือกตั้ง" ของพรรคเพื่อไทย เปิดรับและรวบรวมข้อมูลความผิดปกติทั้งหมด ซึ่งตอนนี้มีเรื่องร้องเรียนแจ้งเข้ามาหลายร้อยเรื่องแล้ว และหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะดำเนินการเพื่อความโปร่งใสข้อมูลทางกฎหมายต่อไป 

ด้านพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากหลายจังหวัดที่อาจส่งผลต่อความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้ง

แถลงการณ์ระบุว่ามีการใช้อิทธิพลข่มขู่ทีมงานของพรรคไม่ให้ลงพื้นที่หาเสียงหรือดำเนินกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงพฤติการณ์จูงใจไม่ให้ประชาชนลงคะแนนให้พรรคประชาชาติ มีเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจมีพฤติการณ์ส่อไปในทางช่วยเหลือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดขณะเลือกตั้ง และพบความผิดปติระหว่างนับคะแนนซึ่งอาจมีลักษณะเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงบัตรเลือกตั้ง

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท
โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต
สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท
ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง