'ผ่านมา 3 เดือนแล้ว' Con for All ยกขบวนทวงคะแนน กกต. ขอให้เผยแพร่ผลนับคะแนน สส. - ประชามติ ให้ครบทุกหน่วย เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ และความโปร่งใส เตรียมจับตา ส่งฟ้องคดีโกงเลือก สว.หรือไม่ ชี้ กกต.ควรเป็น ‘ไปรษณีย์’ ส่งเรื่องให้ศาลที่มีความเป็นกลางวินิจฉัย
8 พ.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “iLaw” รายงานวันนี้ (8 พ.ค.) ที่ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) และเครือข่ายภาคประชาชน จัดกิจกรรม “ยกขบวนทวงคะแนน กกต.” เพื่อขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีการเผยแพร่ผลการเลือกตั้ง เมื่อ 8 ก.พ. 2569 ให้ครบทุกหน่วยเลือกตั้ง และให้มีการเผยแพร่ผลการลงประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ ให้ครบทุกเขตออกเสียง หลังผ่านการเลือกตั้ง-ประชามติมา 3 เดือนแล้ว ยังไร้ความคืบหน้า
โดยยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw ให้สัมภาษณ์ในไลฟ์สด เผยว่าที่ต้องการให้มีการเผยแพร่คะแนนเลือกตั้ง และผลออกเสียงประชามติให้ครบทุกเขตทุกหน่วยออกเสียง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และการตรวจสอบผลคะแนนสามารถทำได้
เบื้องต้น กิจกรรมเริ่มต้นจากการแถลงของตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน ก่อนจะตะโกนว่า “คะแนนประชามติอยู่ไหน” และ “คะแนนเลือกตั้ง 100% กี่โมง” และคะแนนประชามติหาย คะแนนเลือกตั้งไม่สมบูรณ์ทุกหน่วย
ที่มา: iLaw
ชยพล ดโนทัย ตัวแทนจาก iLaw ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่า หลังจากที่ กกต. ทยอยเผยแพร่ผลการนับคะแนนออกเสียงเลือกตั้ง สส. รายหน่วย ที่เรียกว่า แบบ ส.ส. 5/18 และแบบ ส.ส. 5/18 (บช) ตามลำดับ พบว่า ยังมีบางเขตเลือกตั้งที่ยังอัปโหลดคะแนนไม่สมบูรณ์ โดยมีทั้งไฟล์หายไป การอัปโหลดผิดพลาด และการอัปโหลดซ้ำ โดยจากคำให้สัมภาษณ์ของแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ว่า ทุกเขตเลือกตั้งรายงานผลแก่ กกต.ทราบ ก็จริงอยู่ แต่ไม่ครบถ้วน 100% เช่น กาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ 1 ตำบลไผ่ อำเภอเมือง หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ขาดผลการนับคะแนนทั้งหน่วย
ในขณะที่การออกเสียงประชามติ ประชาชนทราบเพียงว่า มีเสียงเห็นชอบ 21.6 ล้านเสียง ไม่เห็นชอบ 11.2 ล้านเสียง และไม่แสดงความคิดเห็น 3 ล้านเสียง แต่ไม่เคยเห็นว่า ผลการออกเสียงในแต่ละเขต แต่ละหน่วยเป็นอย่างไร จึงขอเรียกร้องอย่างจริงจังให้เปิดเผยผลการนับคะแนนเลือกตั้งให้ครบทุกเขต และเปิดเผยผลคะแนนการออกเสียงประชามติในประเด็นรัฐธรรมนูญ ในทุกเขต ทั่วประเทศโดยเร็ว และสะดวกต่อการเข้าถึงของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
พงศธร กันทวงค์ ตัวแทน We Watch กล่าวว่า ในการเลือกตั้งล่วงหน้าพบปัญหาการกรอกรหัสจังหวัดผิด ทำให้อาจส่งผลถึงการนับคะแนนที่ผิดพลาด และยังพบว่ามีการใช้ซองบัตรเลือกตั้งเก่าที่มีรหัส 5 หลักแทน โดยยังไม่ได้รับคำชี้แจงจาก กกต. อีกทั้งยังมีการฟ้องประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง จึงขอเรียกร้องให้ยุติการดำเนินคดีต่อประชาชนด้วย
นอกจากนี้ พงศธร ยังเสนอให้ติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในหน่วยเลือกตั้ง แม้อาจมีข้อกังวลว่าอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับ แต่ก็เลือกมุมในการติดตั้งกล้องดังกล่าวได้ เพื่อประโยชน์ในตรวจสอบการทำงานของกรรมการประจำหน่วย อีกทั้งหากคนที่แจ้งความผิดปกติอาจเข้าใจผิด ภาพในกล้องวงจรปิดก็เป็นข้อยืนยันตรวจสอบการแจ้งความผิดปกติได้ กระบวนการสู่รัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่จบ ภาคประชาชนรอติดตามการมีส่วนร่วมเต็มที่
ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล ตัวแทนเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญกล่าวว่า การจัดการเลือกตั้ง สส. ปี 2569 มีปัญหาอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากบทบาทขององค์กรอิสระอย่าง กกต. ซึ่งเป็นผู้จัดการเลือกตั้งที่มีข้อกังขาว่าจัดการเลือกตั้งไม่โปร่งใส
เธอมองว่า การทำงานของ กกต. ดูราวกับจะยึดหลักความ “ชอบด้วยกฎหมาย” มากกว่าความโปร่งใส อีกทั้งยังมีข้อสงสัยว่ามีการจัดวางคนที่จัดการเลือกตั้งหรือไม่ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจาก กกต.ในประเด็นเหล่านี้ อีกทั้งในช่วงหลังมานี้ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ มักจะมาจากผู้ที่มาจากสังกัดกระทรวงคมนาคมเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่มั่นใจว่าจะมีความสามารถในการการเลือกตั้งมากน้อยเพียงใด และเมื่อมีคำถามจากประชาชน กรรมการ กกต. เหล่านี้ก็ไม่ได้เข้ามาตอบคำถาม หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ มีเพียงเลขาธิการ กกต. เท่านั้นที่ออกมารับหน้า
ณ ตอนนี้ ประชาชนได้เห็นตรงกันแล้วว่าต้องการมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เมื่อครม. มีมติไม่นำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่เคยพิจารณาก่อนยุบสภา ภัสราวลีกล่าวว่า แม้กระบวนการจะช้าลง แต่อาจเป็นผลดีกับประชาชนมากกว่า เปิดทางให้อาจมีผู้ร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชนมากกว่า ถ้าหากจะรีบเร่งไปโดยที่ทิ้งประชาชนไว้ข้างหลังก็คงไม่ให้ผลดีเท่ากระบวนการที่ช้า แต่มีส่วนร่วมจากประชาชนจริงๆ
จากนี้ไป ภาคประชาชนจึงติดตามกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีส่วนร่วมจากประชาชน และหากมีการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดที่มาของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญแบบไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ภาคประชาชนจะรณรงค์เข้าชื่อเพื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีสาระสำคัญว่า ผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน
เตรียมจับตา กกต. ชุดใหญ่สั่งฟ้องคดีโกงเลือก สว. หรือไม่
นอกจากการมาทวงถามคะแนน ทาง Con for All ฝากประชาชนติดตามคดีโกงการเลือก สว. เนื่องจากประมาณวันที่ 13 มิ.ย.นี้ จะเป็นวันท้ายๆ ที่ กกต.จะมีมติว่าจะส่งฟ้องคดีต่อศาลฎีกาหรือไม่
ยิ่งชีพ ระบุว่า ในเวลาประมาณ 30 วันข้างหน้านี้ กกต. จะต้องวินิจฉัยและมีคำสั่งในคดีโกงเลือกสว. ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปมาถึงตอนนี้ก็ปรากฏว่า กกต.มากกว่าครึ่งหนึ่งมีที่มาจาก สว. กลุ่มนี้ที่กำลังถูกตั้งข้อกล่าวหาอยู่ ทางเลือกปัจจุบันมีอย่างเดียวคือ กกต.ต้องไม่ใช้อำนาจการวินิจฉัยส่วนตน และออกคำสั่งเพื่อส่งเรื่องไปให้ศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัยในคดีนี้ ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่มีความชอบธรรมและได้รับการยอมรับ
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ (ที่มา: iLaw)
เขาเรียกร้องว่า กกต. ควรทำหน้าที่เพียงบุรุษไปรษณีย์ ส่งคดีไปยังศาลฎีกาที่มีที่มาชอบธรรมกว่า เพื่อให้ศาลพิจารณาคดี และผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิจะสู้คดีได้อย่างเปิดเผย ถ้าต้องการให้ทุกอย่างโปร่งใสและรักษาคุณภาพ กกต. ก็ควรส่งคดีไปให้ศาลวินิจฉัย
ในฐานะที่ติดตามสังเกตการณ์กระบวนการเลือก สว. มาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งชีพ กล่าวว่ายังมีข้อมูลเกี่ยวกับการร่วมกันจัดตั้งคะแนนเสียง เส้นทางการโอนเงิน สถานที่และบุคคลที่เข้าร่วมประชุมเตรียมการโกงขนาดใหญ่ครั้งนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้ส่งมอบข้อมูลให้หน่วยงานที่สอบสวนเรื่องนี้แล้ว แต่หาก กกต.ใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมทำให้คดีนี้จบไป ก็จำเป็นต้องนำข้อมูลทั้งหมดที่มีเผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อฟ้องต่อประชาชน และให้สังคมทำหน้าที่พิพากษา สว. เหล่านี้แทนกระบวนการทางกฎหมายที่ กกต.สร้างทางตันขึ้นมา
และถ้าหากในเวลาไม่กี่วันข้างหน้านี้ กกต.มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีโกงเลือก สว.ที่เลือก กกต.มา ย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงจากข้อครหาจากสังคมถึงการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันในหมู่ “สีน้ำเงิน” ไปได้ หากสิ่งนี้เกิดขึ้นเราจำเป็นต้องดำเนินคดีต่อ กกต. ในฐานที่ใช้อำนาจโดยมิชอบเท่าที่กฎหมายจะมีช่องให้ทำได้ต่อไป
จากนั้น ตัวแทนภาคประชาชนได้แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ผ่านการตัดริบบิ้นเพื่อเรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยผลการนับคะแนนให้ครบถ้วนทั้งการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ และได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต. เพื่อแจ้งเรื่องต่อ กกต. ต่อไป
ที่มา: iLaw
